กลัวเสียชื่อ ! เจ้าอาวาสวัดม่วง ยันเงินหายจริง แต่ขอไม่แจ้งความ เพราะเงิน 10 ล้าน เบิกมาเตรียมทำบุญวันเกิด มอบเป็นทุนการศึกษาให้นักเรียน และเตรียมไปซื้อทองคำเก็งกำไร
วันนี้ ( 3 ก.ค.68 ) ภายหลังพระพิพัฒน์ศาสนธำรง เจ้าคณะเขตหนองแขม และเจ้าอาวาสวัดม่วง ได้พูดคุยกับเจ้าหน้าที่สำนักพระพุทธศาสนาและพาไปที่กุฏิ เพื่อชี้จุดที่ทรัพย์สินทั้งหมดหายไป ซึ่งไม่อนุญาตให้สื่อมวลชนร่วมสังเกตการณ์ ระหว่างนั้นเจ้าอาวาสวัดม่วงได้เรียกให้สื่อมวลชนมาสัมภาษณ์ ชี้แจงเรื่องทั้งหมดที่เกิดขึ้น ว่าปัจจัยที่เบิกมาจากธนาคาร จะนำไปทำบุญวันเกิด และแจกทุนการศึกษาให้กับเด็กนักเรียน ซึ่งใช้เงินเป็นจำนวนมากหลักล้านบาท
โดยวันที่ไปเบิกเงิน 10 ล้าน ไปกับลูกศิษย์ 2 คน คือนายเบียร์และนายเดี่ยว ก่อนกลับมากุฏิ หิ้วกระเป๋าเงินมาด้วย พอมาถึงกุฏิก็เอาเข้าไปเก็บในห้องนอนสอดไว้ใต้โต๊ะใช้ผ้าคลุมไว้ ที่ไม่ได้เอาเงินใส่ตู้เซฟ เพราะตู้เซฟเต็มและทรัพย์สินในตู้เซฟเป็นของวัด ไม่อยากให้ปะปนกัน ยืนยันว่าจุดที่วางกระเป๋าเงินไม่มีใครรู้ นอกจากตัวเอง
สำหรับเงิน 10 ล้าน ยืนยันว่าเป็นเงินที่สะสมมานาน 40 กว่าปี โดยจะแบ่งออกเป็นบัญชีส่วนตัว และบัญชีของวัดชัดเจน ซึ่งตัวเองมีทรัพย์สินประมาณ 20 กว่าล้านบาท เบิกครั้งละ 10 ล้าน หากเป็นทรัพย์สินของวัดจะมีกรรมการวัดกำกับดูแลในกรณีที่มีการเบิกจ่าย
ส่วนการก่อสร้างเจดีย์ที่ตัวเองจะสร้างพระทองคำ จะต้องใช้ทองคำแท่งในการหล่อพระ จึงไปเบิกเงินครั้งแรก 10 ล้านบาท เพื่อไปซื้อทองคำน้ำหนัก 300 บาทมาเก็บไว้ แต่เกิดสูญหายไปจำนวน 50 บาท โดยไม่ได้แจ้งความ เพราะไม่อยากเกิดความยุ่งยาก ประกอบกับทรัพย์สินที่หายไปเป็นของตัวเองอยู่แล้ว
กระทั่งครั้งที่ 2 ได้ไปเบิกเงินสดมาอีก 10 ล้านบาท เพื่อนำไปซื้อทองคำแท่ง เพราะเกรงว่าทองคำจะขึ้นราคา แต่ไม่ทันนำไปซื้อเงินก็หายไปพร้อมทอง ซึ่งครั้งนี้ไม่คิดว่าจะไปแจ้งความดำเนินคดีเหมือนกัน แต่ไม่เหลืออะไรแล้ว จึงตัดสินแจ้งตำรวจ ยืนยันว่าทรัพย์สินหายจริง 100%
เมื่อถามถึงพระลูกวัดที่ กล่าวหาก่อนหน้านี้ เจ้าอาวาส ตอบด้วยน้ำเสียงโมโห ว่าพระรูปนั้น รอเวลานี้มานานกว่า 10 ปี เพื่อกล่าวหาว่าตัวเองเป็นพระไม่ดีทุกเรื่องเลย ที่เกิดความแค้นกันมาจากเรื่องที่ตัวเองไปตัดชื่อพระทัศน์ออกจากวัดม่วง และไม่มีเหตุที่จะต้องจัดฉากยักยอกเงินของตัวเอง