เช้านี้ที่หมอชิต - นักท่องเที่ยวชาวไทยและชาวกัมพูชา ยังแห่ไปเที่ยวปราสาทตาเมือนธมคึกคักตลอดทั้งวัน ในช่วงเช้า ชาวกัมพูชา ก็ยังไม่เลิกมาทำพิธีแปลก ๆ
ชายชาวกัมพูชา คาดว่าเป็นจอมขมังเวท ถือไม้เท้า ยกมือไหว้บริกรรมคาถา หน้าก้อนหินแกะสลักรูปช้าง และฐานที่ตั้งศิวลึงค์ต่าง ๆ ภายในตัวปราสาทตาเมือนธม ระหว่างเดินทางมาเที่ยวกับพวก 6 คน และ พระ 1 รูป
โดยมีทหารไทยคอยดูแลรักษาความเรียบร้อย ไม่ให้ ทำผิดกฎ แสดงกิจกรรมเชิงสัญลักษณ์ จากการสังเกตชาวกัมพูชาที่เที่ยวมักจากออกอาการ ว่าปราสาทเป็นของกัมพูชา
ส่วนในช่วงบ่าย ก็มีความวุ่นวาย เมื่ออินฟลูเอนเซอร์สาวชาวกัมพูชา มาเที่ยวคณะใหญ่ ถ่ายคลิปวิดีโอภายในปราสาท พูดคุยกับกล้อง ทหารไทย และกัมพูชา ต้องเข้าไปเตือนเพราะผิดกฎ แทนที่จะฟังพวกที่มาด้วยกันกลับแสดงอาการไม่พอใจ ทหารใช้ความใจเย็นพูดคุยทำให้ความใจให้ทำตามกฎที่มีร่วมกัน
ระหว่างนั้นก็มีหญิงชาวกัมพูชา ถือเงินสดมาแจกให้ทหารกัมพูชา ในพื้นที่ปราสาท ทำให้ทหารไทยต้องห้าม เชิญให้นำเงินไปแจกกัน ที่นอกพื้นที่ปราสาท ทั้งหมดก็ได้พากันกลับ
ขณะเดียวกัน พลตรี วินธัย สุวารี โฆษกกองทัพบก นำคณะ และกองทัพสื่อ นำสิ่งของไปมอบให้กำลังใจทหารที่ปฏิบัติหน้าที่อยู่บริเวณปราสาทตาเมือนธม พาเที่ยวชมโบราณสถานของไทยที่ขึ้นทะเบียนมาเกือบ 100 ปี เผยว่าตั้งแต่เกิดสถานการณ์ชายแดนไทย-กัมพูชา มีนักท่องเที่ยวเพิ่มขึ้นกว่าปีที่ผ่านมา ถือว่าเป็นเรื่องดี เชื่อว่าประชาชนมั่นการทำงานของทหารในการดูแลความเรียบร้อย ส่วนสถานการณ์ก็ไม่มีอะไรน่ากังวล
ส่วนแนวคิดสร้างรั้วเขตพื้นที่ปราสาทตาเมือนธม พล.ต.วินธัย บอกว่า ไม่มีข้อมูลว่าจะสร้างใหม่ เพราะการจะสร้างอะไรในพื้นที่ละเอียดอ่อนต้องให้ระดับนโยบาย หรือผู้บริหารพิจารณา
ส่วนในอดีตที่สร้างไว้และมีการพูดถึง เมื่อมาดูของจริง ลักษณะไม่เชิงเป็นรั้ว เป็นเพียงประตู ผ่านเข้า-ออก สำหรับนักท่องเที่ยวกัมพูชา เพื่อความปลอดภัย เพราะในอดีตเป็นป่ารกทึบ
อธิบดีกรมศุลกากรพร้อมคณะ ลงพื้นที่จุดผ่านแดนถาวรบ้านหาดเล็ก จังหวัดตราด เพื่อติดตามปัญหาการส่งออก หาทางช่วยผู้ประกอบการที่ได้รับผลกระทบ ยอมรับปิดด่าน 14 วัน เสียหายแล้วกว่า 10,000 ล้านบาท โดยทางกรมศุลกากรจะช่วยเหลือผู้ประกอบการ จัดหาตลาดให้ใหม่ ส่วนแก้ปัญหาชายแดนต้องรอรัฐบาลพิจารณาว่าจะทำอย่างไร
ด้าน ผู้ประกอบการผลิตน้ำปลา ส่งไปขายประเทศกัมพูชา 90% ขายในประเทศ 10% ยอมรับว่า การปิดด่านฯ ส่งผลกระทบ เพราะมีของค้างสต็อกเป็นจำนวนมาก และไม่สามารถเดินเครื่องผลิตต่อเพราะไม่มีตลาดรองรับ ตอนนี้อยากให้รัฐบาล เร่งแก้ปัญหาที่เหมาะสม
ส่วนผู้ส่งออกวัสดุก่อสร้าง เปิดเผยว่า ผู้ประกอบการไม่ได้เดือดร้อน แค่การส่งออก แต่ยังต้องมาเสียภาษีสินค้ากับศุลกากร ทั้ง ๆ ไม่ได้ส่งออก ตอนนี้ก็อยากได้คำตอบว่ารัฐบาลจะแก้ไข และเยียวยาอย่างไร