เช้านี้ที่หมอชิต - ติดตามความคืบหน้ากำแพงภาษีสหรัฐฯ ที่เมื่อวานได้มีการเปิดเผยจดหมายจาก "ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์" ว่าจะเรียกเก็บภาษีสินค้าจากไทย 36 เปอร์เซ็นต์
ไทยลุยต่อ ! เจรจาลดกำแพงภาษีสหรัฐฯ
เมื่อวานช่วงเย็น นายพิชัย ชุณหวชิร รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง โพสต์ข้อความผ่าน Facebook บอกว่า การเริ่มเก็บภาษีสินค้าจากไทย 36 เปอร์เซ็นต์ ในวันที่ 1 สิงหาคม 2568 แง่หนึ่งถือเป็นเรื่องที่ดีที่จะมีเวลาในการเจรจาเพิ่มขึ้นจากเดิมที่สิ้นสุดในวันที่ 9 กรกฎาคม ซึ่งเป็นโอกาสโน้มน้าวให้สหรัฐฯ ทบทวนอัตราภาษีอีก
โดยขอย้ำว่า ตอนนี้ภาษียังอยู่ที่ 10 เปอร์เซ็นต์ เหมือนเดิม ยกเว้นบางสินค้าจนถึง 31 กรกฎาคม ซึ่งทีมเจรจาของไทยยังสู้และต่อรองอย่างเต็มที่ เพื่อที่จะหาทางออกเพิ่มให้ไทยได้ข้อเสนอที่ดีที่สุด
และ สหรัฐฯ ได้เปิดโอกาสให้ไทยเจรจา ถ้าไทยเปิดตลาดให้สหรัฐฯ มากขึ้น ลดภาษี และกำแพงการค้าที่ไม่ใช่ภาษีลง สหรัฐฯ ก็พร้อมทบทวนอัตราภาษีให้ใหม่ และทิ้งท้ายว่า "เรายืนยันในความตั้งใจที่อยากให้ข้อเสนอออกมาดีที่สุดครับ"
สำหรับอัตราภาษีดังกล่าวของไทย ถือว่าสูงกว่าหลายประเทศคู่แข่งในภูมิภาค อาทิ เวียดนาม 20 เปอร์เซ็นต์, อินโดนีเซีย 32 เปอร์เซ็นต์ และ มาเลเซีย 25 เปอร์เซ็นต์ ซึ่งสะท้อนว่าไทยกำลังเสียเปรียบในเชิงการแข่งขัน
ล่าสุด นายเกรียงไกร เธียรนุกุล ประธานสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย บอกว่า การตัดสินใจของสหรัฐฯ อาจส่งผลกระทบต่อภาคการส่งออกไทย โดยเฉพาะอุตสาหกรรมที่มีสหรัฐฯ เป็นคู่ค้าหลัก เบื้องต้น คาดว่ามูลค่าความเสียหายต่อการส่งออกไทยอาจอยู่ที่ประมาณ 8-9 แสนล้านบาท
ส่วนข้อเสนอรอบที่ 2 ของไทย เบื้องต้นทราบว่าได้ส่งไปแล้ว ซึ่งมีความแตกต่างจากข้อเสนอแรก โดยเฉพาะเรื่องจำนวนรายการสินค้าที่จะลดภาษีให้เป็น 0 เปอร์เซ็นต์ ซึ่งมีจำนวนหลายพันรายการ
สถานการณ์บีบจนต้องให้ข้อเสนอเสี่ยงสูง ?
นางสาวศิริกัญญา ตันสกุล สส.บัญชีรายชื่อ และรองหัวหน้าพรรคประชาชน ให้ความเห็นว่า เป็นเรื่องที่ค่อนข้างช็อก ซึ่งตอนแรกที่มีการประกาศว่าจะส่งจดหมายถึงประเทศต่าง ๆ ในรอบแรก และไม่ได้คิดว่าประเทศไทยจะอยู่ในรอบแรก เพราะเพิ่งเข้าสู่การเจรจาไปเมื่อวันที่ 3 กรกฎาคม
แต่เมื่ออยู่ในรอบแรก ก็ถือเป็นเรื่องที่น่าประหลาดใจ ดังนั้น ต้องลุ้นว่าข้อเสนอที่ส่งไปให้สหรัฐฯ รอบใหม่ จะได้ผลหรือไม่ และอยากให้มีการปรับลดงบฯ ปี 69 เพื่อให้สอดรับกับสถานการณ์
จับตา กมธ.ปรับลดงบฯ ปี 69 ลงหรือไม่ ?
หลังจากนี้ต้องจับตากรณีคณะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณาร่าง พ.ร.บ.งบฯ ปี 69 ได้ส่งเอกสารให้ นายพิชัยฯ ในฐานะประธานกรรมาธิการฯ และเป็นผู้แทนไปเจรจากับสหรัฐฯ เข้าชี้แจงความคืบหน้า และตั้งเป้าหมายพูดคุยว่าการพิจารณางบฯ ปี 69 ควรดำเนินการอย่างไรต่อไป หรือจะปรับลดส่วนไหนเป็นพิเศษหรือไม่