วันนี้ (12 ก.ค. 68) สืบเนื่องจากสถานการณ์ ฝนตกหนักต่อเนื่องหลายชั่วโมงในจังหวัดอุตรดิตถ์ ทำให้เกิดน้ำป่าไหลหลากหลายพื้นที่ สำนักบริหารพื้นที่อนุรักษ์ที่ 11 (พิษณุโลก) พร้อมลงพื้นที่ช่วยเหลือราษฎรที่ประสบภัยตลอด 24 ชั่วโมง
นายสมเกียรติ ยอดมาลี ผู้อำนวยการสำนักบริหารพื้นที่อนุรักษ์ที่ 11 (พิษณุโลก) เปิดเผยว่า ตามข้อสั่งการเร่งด่วนของ ดร. เฉลิมชัย ศรีอ่อน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม (รมว.ทส.) ได้กำชับให้ข้าราชการและทุกหน่วยงานภายใต้กระทรวงฯ เตรียมรับมือและต้องพร้อมช่วยเหลือประชาชนหากเกิดภัยพิบัติฉุกเฉินอย่างเต็มกำลัง โดยเฉพาะในช่วงฤดูฝนที่มีแนวโน้มเกิดภัยธรรมชาติบ่อยครั้ง
โดยนายสมเกียรติ กล่าว ด้านนายไพรัชย์ วงศ์หน่อ หัวหน้าเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าน้ำปาด รายงานว่า เมื่อวันที่ (11 ก.ค. 68) ที่ผ่านมา ได้เกิดน้ำป่าไหลหลากอย่างรุนแรงใน อ.ฟากท่า ทำให้บ้านเรือนประชาชนและพื้นที่ภายในหน่วยงานได้รับผลกระทบอย่างหนัก
ทางด้านนายไพรัชย์ ได้มอบหมายให้นายเมฆ สุขเพียง หัวหน้าหน่วยพิทักษ์ป่าห้วยเทิบ และทีมเจ้าหน้าที่พิทักษ์ป่า ลงพื้นที่ช่วยเหลือชาวบ้านในพื้นที่ทันที โดยร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องอย่างใกล้ชิด เพื่ออพยพผู้ประสบภัยและเฝ้าระวังสถานการณ์จนกว่าทุกอย่างจะคลี่คลาย
ขณะเดียวกัน ทางหน่วยงานได้ประสานงานไปยัง อ.น้ำปาด เพื่อช่วยเหลือชาวบ้าน หมู่ 5 บ้านปากห้วยแค ต.เด่นเหล็ก ที่ได้รับความเสียหายอย่างหนักจากน้ำป่า โดยทีมเจ้าหน้าที่ส่วนกลางที่ประกอบด้วย นางสาวสุพัตรา แพงบ้ง หัวหน้าฝ่ายวิชาการ และนายจิรศักดิ์ คงเมือง นักวิชาการ พร้อมเจ้าหน้าที่อื่น ๆ ได้ผนึกกำลังกับฝ่ายปกครอง อ.น้ำปาด เพื่อเฝ้าติดตามสถานการณ์และเข้าถึงพื้นที่ที่ยากลำบาก การช่วยเหลือเป็นไปอย่างทุลักทุเล
เนื่องจากปฏิบัติการเริ่มต้นขึ้นตั้งแต่เวลา 21.20 น. ของวันที่ (11 ก.ค. 68) เจ้าหน้าที่ทำงานต่อเนื่องท่ามกลางความมืดและกระแสน้ำที่ยังคงไหลแรงไปจนถึงเวลา 04.30 น. ของเช้าวันถัดมา แม้ว่าระดับน้ำจะเริ่มลดลงบ้างในช่วงดึก
ล่าสุดในช่วงเช้าของวันที่ (12 ก.ค. 68) เวลา 05.30 น. สถานการณ์กลับมาน่าเป็นห่วงอีกครั้ง เมื่อฝนได้เริ่มตกหนักขึ้น เจ้าหน้าที่ยังคงต้องเฝ้าระวังอย่างใกล้ชิดและเตรียมพร้อมรับมือกับน้ำป่าระลอกใหม่ที่อาจเกิดขึ้นได้ตลอดเวลา
ผอ.สมเกียรติ กล่าวย้ำว่า กรมอุทยานแห่งชาติฯ โดยสำนักบริหารพื้นที่อนุรักษ์ที่ 11 (พิษณุโลก) ยังคงยืนยันความพร้อมเต็มที่ในการช่วยเหลือประชาชนและผู้ประสบภัย เพื่อให้การจัดการภัยพิบัติเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพและทันท่วงทีในทุกวิกฤติ หากท่านต้องการความช่วยเหลือสามารถติดต่อสายด่วนได้ที่สายด่วน 1362 ตลอด 24 ขั่วโมง