บิ๊กเต่า เผย ทิดแหล่ อดีตผู้ช่วยเจ้าอาวาสวัดโสธรฯ ให้ข้อมูลวันนี้ ทำให้ตำรวจรู้พฤติกรรม สีกา ก. มากขึ้น

บิ๊กเต่า เผย ทิดแหล่ อดีตผู้ช่วยเจ้าอาวาสวัดโสธรฯ ให้ข้อมูลวันนี้ ทำให้ตำรวจรู้พฤติกรรม สีกา ก. มากขึ้น

View icon 417
วันที่ 12 ก.ค. 2568 | 18.03 น.
ข่าวออนไลน์7HD
แชร์
บิ๊กเต่า เผย ทิดแหล่ อดีตผู้ช่วยเจ้าอาวาสวัดโสธรฯ ให้ข้อมูลวันนี้ ทำให้ตำรวจรู้พฤติกรรม สีกา ก. มากขึ้น ส่วนการหารือกับสมเด็จพระราชาคณะฝ่ายมหานิกาย ที่วัดไตรมิตรวิทยารามวรวิหาร เมื่อช่วงเช้า เพื่อให้พระชั้นผู้ใหญ่ ได้มีส่วนร่วมจัดการกับปัญหานี้ให้จบโดยเร็ว

12 กรกฎาคม 2568 ภายหลังจากที่ "ทิดแหล่" หรือ อดีตพระครูสิริวิริยธาดา อดีตผู้ช่วยเจ้าอาวาสวัดโสธรวรารามวรวิหาร เข้าให้ปากคำกับตำรวจกองบังคับการป้องกันปราบปรามการทุจริตและประพฤติมิชอบ หรือ บก.ปปป. เมื่อช่วงเที่ยงที่ผ่านมา โดยปฏิเสธตอบคำถามใดๆ กับสื่อมวลชน ก่อนที่มีพลตำรวจตรีจรูญเกียรติ ปานแก้ว รองผู้บัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง ร่วมสอบปากคำนานกว่า 3 ชั่วโมง โดยระหว่างสอบปากคำ ก็มีบางช่วงที่ "ทิดแหล่" น้ำตาไหลออกมา จนพลตำรวจตรีจรูญเกียรติ ต้องบอกให้เจ้าหน้าที่เอาทิชชู่ให้และบอกว่าไม่ต้องร้องไห้ ซึ่ง "ทิดแหล่" ก็ยกมือไหว้ และบอกว่า "ผมไม่ได้เสียใจแล้วร้องไห้" พลตำรวจตรีจรูญเกียรติ จึงบอกว่า “สึกแล้วเรายังมีอาชีพ เราไปทำอะไรก็ได้"

ล่าสุด พลตำรวจตรีจรูญเกียรติ ก็ออกมาให้สัมภาษณ์กับสื่อมวลชน เปิดเผยว่า การสอบปากคำในวันนี้ได้ข้อมูลที่เป็นประโยชน์อย่างมาก ทำให้ตำรวจเข้าใจในพฤติกรรมที่ทำให้พระตกเป็นเหยื่อของสีกา ก. และเรื่องเงินก็ให้การสอดคล้องกับพยานหลักฐานที่ตำรวจได้มา แต่จะให้ทิดแหล่ ได้กลับไปตั้งสติก่อน แล้วจะนัดหมายกลับมาให้ปากคำกับตำรวจอีกครั้ง ส่วนพฤติการณ์ที่ทิดแหล่ตกเป็นเหยื่อ ก็แล้วแต่ความประสงค์ของทิดแหล่ว่าจะให้การกับตำรวจในรายละเอียดอีกครั้งหรือไม่ ตำรวจไม่บังคับ

ส่วนที่พลตำรวจตรีจรูญเกียรติ ได้ไปหารือกับสมเด็จพระราชาคณะฝ่ายมหานิกาย ที่วัดไตรมิตรวิทยารามวรวิหารนั้น ก็เพื่อให้พระชั้นผู้ใหญ่ ได้มีส่วนร่วมจัดการกับปัญหานี้ให้จบโดยเร็ว เพราะก่อนหน้านี้ ตำรวจได้ให้โอกาสพระที่เกี่ยวข้องไปสึกแล้ว แต่ก็ยังมีอีกหลายรูปที่ยังไม่สึก บางรูปปล่อยข่าวว่าสึก แต่ก็ยังไม่ได้สึก ตำรวจจึงได้ประสานทั้ง 2 นิกาย คือ มหานิกาย และธรรมยุต เพื่อส่งพยานหลักฐานให้ไปดำเนินการทางวินัยกับพระเหล่านี้

นอกจากนี้ ยังมีบางรูปก็ตั้งทนายความขึ้นมาต่อสู้ อ้างว่า เป็นคลิปตัดต่อ เพื่อดึงเวลา ซึ่งตำรวจไม่อยากให้ทำเช่นนั้น แต่อยากให้พระทุกรูปรับผิดชอบตนเอง และอยากบอกว่า ตำรวจทำงานมาถึงขนาดนี้ ย่อมมีพยานหลักฐานที่เพียงพอ เรื่องหลักฐานตำรวจไม่กังวล ดังนั้ จะต้องเรียกพระที่ยังไม่สึกมาพบตำรวจ และแสดงหลักฐานที่มีให้ดู ก็เชื่อว่าจะเป็นไปในแนวทางที่ดี และตำรวจจะเร่งดำเนินคดีทางอาญา

ส่วนจะมีพระเกี่ยวข้องกับ สีกา ก. มากกว่า 20 รูปหรือไม่ พลตำรวจตรีจรูญเกียรติ บอกว่า ไม่อยากพูดถึงตัวเลข แต่อยากแก้ปัญหานี้ให้เร็ว ฟื้นวิกฤติศรัทธาในพระพุทธศาสนา พระรูปไหนที่ยังไม่สึก ก็จะไล่เก็บให้จบ ส่วนการสืบสวนเส้นทางการเงิน ตำรวจก็ทำควบคู่กันไป จะบังคับใช้กฎหมายกับทุกคน หากใครไม่สึก ก็เป็นหน้าที่ของตำรวจดำเนินการ เพราะมีเรื่องเส้นทางการเงินเข้ามาเกี่ยวข้องด้วยทุกรูป แม้ว่าจะสึกไปแล้วก็สามารถดำเนินคดีได้ และหากเข้าข่ายการทุจริต ก็จะเป็นมูลฐานคดีฟอกเงิน ซึ่งตำรวจดำเนินการไปเยอะแล้ว และก็พบอะไรเยอะแล้ว เพราะฉะนั้นเชื่อว่าจะมีความชัดเจนในไม่นาน และการตรวจสอบเส้นทางการเงินทั้งหมดนี้ แค่ตำรวจมีหลักฐานที่สามารถยืนยันได้ 2-3 คดีก็เพียงพอแล้ว เพราะจะเข้าข้อหายักยอกทรัพย์และทุจริต และคนที่รับเงินก็เข้าข่ายสนับสนุนการกระทำความผิด

ส่วนกระแสข่าวว่ามีเส้นทางการเงินจากวัดบางแห่งไปถึงสีกา ก.นั้น พลตำรวจตรีจรูญเกียรติ บอกได้เพียงว่า ตำรวจมีพยานหลักฐาน และก็คืบหน้าไปค่อนข้างมากแล้ว