ตำรวจสันกำแพงไม่นิ่งนอนใจ เร่งล่าตัวหนุ่มขี้โมโห ถีบเด็ก 7 ขวบ ทั้งเด็กชาย น้า และแม่ เป็นออทิสติก หลังร้องทุกข์ที่ป้อมตำรวจ ไม่ได้ร้องขอให้สายตรวจพาไปแจ้งความที่โรงพัก ไปเองก็ไม่ไหวเพราะมีแค่จักรยานเป็นพาหนะ
ความคืบหน้าคดีหนุ่มขี้โมโห ถีบเด็ก 7 ขวบ วันนี้ (14 ก.ค.68) ผู้เสียหายได้เข้าไปตรวจร่างกายที่โรงพยาบาลสันกำแพง ก่อนที่จะเดินทางมาที่สภ. สันกำแพง เพื่อให้การกับตำรวจถึงเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น นอกจากนี้จะขอทราบความชัดเจน กรณีที่ไปแจ้งความร้องทุกข์ที่ป้อมตำรวจแล้ว แต่เจ้าหน้าที่ไม่รับแจ้งความ
เหตุการณ์ดังกล่าวเกิดขึ้นเมื่อเวลาประมาณตี 4 วันที่ 13 ก.ค.68 ชายหนุ่มได้ถีบเด็กอายุ 7 ขวบ และน้าสาวของเด็ก ที่หน้าห้างสรรพสินค้าแห่งหนึ่งย่านบ่อสร้าง อำเภอสันกำแพง จังหวัดเชียงใหม่ ขณะนั้น นางเรไร (นามสมมติ) แม่ของน้องกฤษ อายุ7 ขวบ (นามสมมติ) และนางสาวเจเจ (นามสมมติ) ซึ่งทั้ง 3 คน เป็นผู้ป่วยออทิสติก เตรียมจะไปขายลอตเตอรี่ที่ตลาดวโรรส
พ.ต.ท. จักรตุลย์ ทองกิ่ง พนักงานสอบสวน สภ. สันกำแพง ได้ออกมาพูดคุยกับผู้เสียหาย พร้อมยืนยันว่าตำรวจไม่ได้นิ่งนอนใจกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น หลังเกิดเหตุไม่ได้มีใครเข้ามาแจ้งความร้องทุกข์ ขณะที่ตำรวจสายตรวจก็ไม่ได้ประสานเข้ามาที่โรงพัก เมื่อทราบเรื่องในช่วงเช้าวันนี้ก็ได้เดินทางไปพาตัวผู้เสียหายที่ได้รับบาดเจ็บไปตรวจร่างกายที่ โรงพยาบาลสันกำแพง หลังจากนี้จะสืบสวนสอบสวนหาตัวผู้ก่อเหตุมาดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป
ส่วนประเด็นที่หลายคนสงสัยว่าทำไมเจ้าหน้าที่ไม่รับแจ้งความในขณะนั้น ขอชี้แจงว่าโดยระเบียบปฏิบัติแล้วผู้ร้องทุกข์ต้องเดินทางมาแจ้งความที่โรงพัก กรณีไม่สามารถเดินทางมาได้ด้วยตนเอง หรือต้องการความช่วยเหลือ จะขอให้ตำรวจสายตรวจช่วยพามาแจ้งความร้องทุกข์ที่โรงพักก็ได้ แต่ทราบว่าในตอนนั้นทางผู้เสียหายไม่ได้มีการร้องขอให้พาตัวมาแจ้งความ
ทางด้าน เอมมี่ทีมอาสา เปิดเผยว่า ได้พาผู้เสียหายมาพูดคุยกับตำรวจแล้ว ซึ่งตัวของผู้เสียหายก็อยากจะให้ดำเนินคดีให้ถึงที่สุด แม้ตอนนี้จะรู้สึกสบายใจขึ้นมาบ้าง แต่ก็ยังรู้สึกหวาดกลัวอยู่ หลังจากนี้ก็อยากจะให้ตำรวจช่วยมาดูแล เพราะกังวลว่าผู้ก่อเหตุอาจย้อนกลับมาก่อเหตุซ้ำ
ส่วนประเด็นที่ว่าทำไมผู้เสียหายไม่เดินทางมาแจ้งความที่สถานีตำรวจด้วยตนเองนั้น สาเหตุมาจากทั้งครอบครัวของผู้เสียหาย คือเด็ก 7 ขวบ ผู้เป็นแม่ และน้าสาว ทั้ง 3 คน เป็นผู้ป่วยออทิสติก และมีพาหนะเดียวก็คือจักรยาน จึงไม่สามารถเดินทางไปแจ้งความร้องทุกข์ได้