สนามข่าว 7 สี - กรณีเส้นทางการเงินที่พบว่า "สีกากอล์ฟ" มีเงินหมุนเวียน 385 ล้านบาท ในรอบ 3 ปี และถอนออกจากบัญชีธนาคารไปเกือบหมด เหลือเงินแค่ 8,000 บาท เงินที่ถูกถอนไป นำไปใช้เล่นพนันออนไลน์
"สีกากอล์ฟ" รับสารภาพในส่วนนี้ว่า เคยเล่นพนันสูงสุด ใช้เงินกว่า 500,000 บาท ส่วนที่ถูกกล่าวหาได้ให้การปฏิเสธ เพราะไม่ทราบว่าเงินที่พระโอนมาให้มีเงินจากบัญชีวัดด้วย
นอกจากคดีหลักแล้ว เรื่องเกี่ยวกับ "พระ" รูปอื่น ๆ ที่ยังไปไม่ถึงขั้นลาสิกขาฯ ก็ยังทำเอาปวดหัวไม่แพ้กัน อย่างที่จังหวัดสมุทรสาคร นอกจากเจ้าอาวาสวัดใหญ่จอมปราสาท หายตัวไป ตอนนี้เอกสารบัญชีรายรับ-รายจ่าย ที่น่าจะมีหลักฐานการโอนเงินไปให้ "สีกากอล์ฟ" 1 ล้านบาท ยังหายไปอีก
ผู้กำกับการ สภ.เมืองสมุทรสาคร ต้องประสานตำรวจพิสูจน์หลักฐาน เข้าตรวจสอบภาพวงจรปิดว่าใครเป็นคนเอาสำเนาเอกสาร 6 ชุดไป ซึ่งต้องใช้เวลาอีกระยะ เพื่อสืบทราบให้แน่ชัดว่าหายไปจริง ๆ ใช่หรือไม่
นอกจากนี้ ยังมีข่าวอีกว่า พระรูปหนึ่ง เป็นรักษาการเจ้าอาวาสวัดใหญ่จอมปราสาท ได้ทำหนังสือขอลาออกจากรักษาการเจ้าอาวาสฯ ให้เหตุผลว่า ต้องการความสงบ แต่พร้อมช่วยดูแลวัด ร่วมกับพระรูปอื่น ๆ เหมือนเดิม
อันนี้ก็ทำเอาแปลกใจเหมือนกัน เพราะช่วงเช้า ทาง "เจ้าคณะใหญ่หนเหนือ" ซึ่งเป็นพระปกครองของ "พระราชรัตนสุธี" เจ้าคณะจังหวัดพิษณุโลก ยืนยันว่า ติดต่อกันได้ และ 6 โมงเย็นวันก่อน ก็มีกำหนดจะเดินทางเข้าพบ รายงานตัว ซึ่งเป็นไปได้ว่าอาจจะไปทำพิธีลาสิกขาฯ ที่นั่น แต่สุดท้ายพอถึงเวลา ปรากฎว่าไม่สามารถติดต่อได้
เช่นเดียวกับ ผู้ช่วยเจ้าอาวาสวัดประยุรวงศาวาสวรวิหาร 1 ใน 3 พระที่มีข่าวพัวพันในคดีเดียวกัน จู่ ๆ ก็มีข่าวว่าจะไปเข้าพิธีลาสิกขาฯ ที่วัดไตรมิตรวิทยารามวรวิหาร
นายบุญเชิด กิตติธรางกูร รองผู้อำนวยการสำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ ก็ตามไปดูข้อเท็จจริง ผลปรากฎว่า ไม่ใช่การลาสิกขาฯ แต่เป็นการมาขอแสดงความบริสุทธิ์ และขอพักตำแหน่งทั้งหมด โดยยังคงยืนยันเหมือนเดิมว่า ไม่เคยมีสัมพันธ์ชู้สาวกับ "สีกากอล์ฟ" แต่อย่างใด
สรุปได้ว่าคดีของ "สีกากอล์ฟ" ตอนนี้มีพระลาสิกขาฯ ไปแล้วรวม 9 รูป และยังเหลือพระ 3 รูป ที่ยังยืนยันไม่ได้ว่าจะมีการลาสิกขาฯ หรือไม่