ทหารพรานเหยียบกับระเบิด ปลอดภัยแล้ว

View icon 196
วันที่ 17 ก.ค. 2568 | 11.04 น.
ห้องข่าวภาคเที่ยง
แชร์
ห้องข่าวภาคเที่ยง - อาการทหารพรานที่เหยียบกับระเบิด ได้รับบาดเจ็บ 3 นาย เมื่อวานนี้ อาการปลอดภัยแล้ว 2 นาย อีก 1 นาย ที่ข้อเท้าขาดอาการยังทรงตัว พ้นขีดอันตรายแล้ว

เหตุการณ์เกิดขึ้นช่วงสายเมื่อวานนี้ (16 ก.ค.) ชุดลาดตระเวนกองร้อยทหารพรานที่ 2302 ทหารพรานชุดดังกล่าวจัดกำลังผสม 14 นาย มีทหารช่างที่ไปร่วมสำรวจเก็บกู้วัตถุระเบิดด้วย ออกลาดตระเวนในเส้นทางใหม่ ไม่ใช่เส้นทางเดินทางลาดตระเวนปกติ จากฐานปฏิบัติการมรกต ไปยังเนิน 481 ซึ่งพื้นที่ดังกล่าวเป็นระเบิดตกค้างในพื้นที่สู้รบเดิม และยังเป็นพื้นที่ใกล้พื้นที่ที่มีกรณีพิพาทจากฐานมรกต มายังฐานตัวที ซึ่งทางกัมพูชาขุดแนวคูเลตเอาไว้

ปรากฏว่า พลทหาร ธนพัฒน์ หุยวัน ไปเหยียบกับระเบิดที่บริเวณพิกัด WA 220 861 ทำให้ข้อเท้าซ้ายขาด และยังถูกสะเก็ดระเบิดที่เข่าซ้าย และขาขวา ได้รับบาดเจ็บสาหัส

ส่วนเพื่อนทหารที่อยู่ใกล้ ๆ ได้รับบาดเจ็บไปอีก 2 นาย คือ สิบเอก ปฏิพัทธิ์ ศรีลาศักดิ์ หัวหน้าชุดยิงฯ และ พลทหาร ณัฐวุฒิ ศรีเข้ม มีอาการแน่นหน้าอก จากการโดนแรงอัดของระเบิด

หลังเกิดเหตุเพื่อนทหารได้ประสานเฮลิคอปเตอร์เข้ามาลำเลียงผู้บาดเจ็บส่งโรงพยาบาลค่ายสรรพสิทธิประสงค์ อำเภอวาริณชำราบ จังหวัดอุบลราชธานี

ส่วนระเบิดที่ทหารเหยียบ เจ้าหน้าที่สงสัยอยู่ 2 ชนิด ชนิดแรก คือ TYPE 72A เป็นทุ่นระเบิดสังหารบุคคล ทำงานโดยแรงกดจากการเหยียบ ผลิตที่ประเทศจีน เป็นระเบิดเก่าที่ใช้ตั้งแต่สงครามภายในกัมพูชา และบริเวณดังกล่าวเป็นที่ตั้งของฐานเขมรแดงในอดีต

อีกแบบเป็นระเบิด แบบ PMN-2 เป็นทุ่นระเบิดสังหารบุคคล ตัวทุ่นทำจากพลาสติก ทำให้ค้นหาและตรวจสอบได้ยาก ระเบิดแบบนี้ผลิตในรัสเซีย ถ้าหากใช่ก็จะหมายถึงเป็นการนำไปวางใหม่ เพราะมีข่าวว่า ช่วงเดือนนี้ คือ กรกฏาคม ทหารกัมพูชาได้นำระเบิดชนิดนี้เข้าไปวางบริเวณจุดนี้ และบริเวณโดยรอบ รวมกว่า 450 ลูก

ล่าสุด เพจเฟซบุ๊ก Wassana Nanuam โพสต์ยืนยันว่า ระเบิดดังกล่าวคือ ทุ่นระเบิดแบบ PMN-2 เป็นทุ่นระเบิดใหม่ ไม่ใช่ระเบิดล็อตเก่า เพราะก่อนหน้านี้ หน่วยเก็บกู้ทุ่นระเบิดได้กวาดล้างทำลายไปหมดแล้ว และการเข้าตรวจสอบพื้นที่ในบริเวณโดยรอบ พบสนามทุ่นระเบิด คาดว่ามีการวางทุ่นระเบิดใหม่

มีรายงานว่า วันที่ 15 กรกฎาคม ที่ผ่านมา ทหารจัดกำลังพลลาดตระเวน เจาะเส้นทางจากต้นพญาสัตบรรณ ไปยังฐานปฏิบัติการตัว T โดยได้ตรวจพบวัตถุระเบิดชนิด PMN-2 ซึ่งเป็นระเบิดใหม่ 1 ลูก ต่อมาตรวจพบระเบิดชนิดเดียวกันอีก 3 ลูก จึงทำการถอนตัว ไม่สามารถเคลื่อนที่ต่อไปได้

อาการล่าสุดเช้าวันนี้ พบว่า สิบเอก ปฏิพัทธิ์ และ พลทหาร ณัฐวุฒิ ที่ถูกแรงอัดของระเบิดปลอดภัยแล้ว ส่วน พลทหาร ธนพัฒน์ ที่เหยียบกับระเบิดข้อเท้าขาด แพทย์ได้ผ่าตัดตั้งแต่ช่วงเย็นวาน อาการปลอดภัย แต่ยังต้องเฝ้าดูอาการของแพทย์ โดยมีพ่อและญาติของ พลหาร ธนพัฒน์ ไปเฝ้ารอเยี่ยมลูกชายอย่างใกล้ชิด

ล่าสุด พลโท บุญสิน พาดกลาง แม่ทัพภาคที่ 2 ได้ไปเยี่ยมอาการทหารที่บาดเจ็บทั้ง 3 นายแล้ว พร้อมยืนยันว่า ระเบิดที่ใช้เป็นระเบิดเก่า

ส่วนช่วงบ่ายวันนี้ พลเอก ณัฐพล นาคพาณิชย์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงกลาโหม จะไปเยี่ยมทหารที่บาดเจ็บด้วย

มาดูเส้นทางทุ่นระเบิดที่มีฝังกันมานานตามแนวชายแดนไทย-กัมพูชา ที่ 2 ประเทศ ร่วมมือกันเก็บกู้มาโดยตลอด แต่ยังมีค้างเหลือเก่าบ้าง ที่ยังไม่หมด เพราะหลากหลายปัจจัย โดยเฉพาะอย่างยิ่งลักษณะภูมิประเทศ

ความเป็นมาของการจัดการทุ่นระเบิดที่มีอยู่ตามแนวชายแดนไทย-กัมพูชา ที่มีจำนวนมาก หลังมี "อนุสัญญาออตตาวา" หรือ "สนธิสัญญาห้ามทุ่นระเบิด" ว่าด้วยการห้ามใช้ สะสม ผลิต และโอนทุ่นระเบิดสังหารบุคคล และการทำลายทุ่นระเบิดสังหารบุคคล มุ่งหมายที่จะยุติการใช้ทุ่นระเบิดสังหารบุคคลทั่วโลก

ได้ลงนามกันตั้งแต่ 3 ธันวาคม พ.ศ. 2540 และมีผลบังคับใช้เมื่อวันที่ 1 มีนาคม พ.ศ. 2542 ไทยก็เป็นหนึ่งในอนุสัญญา ตั้ง หน่วยการกวาดล้างทุ่นระเบิด TMAC (Thailand Mine Action Center) ทันที ในปี พ.ศ. 2543 และเก็บกู้ทุ่นระเบิดในพื้นที่ชายแดนไทย-กัมพูชา มาอย่างต่อเนื่อง ยาวนานกว่า 20 ปี

ที่ก่อนหน้านี้ พื้นที่ที่ได้รับผลกระทบเริ่มตั้งแต่ปี 2542 ประเทศไทยมีพื้นที่ทุ่นระเบิดตกค้างประมาณ 2,556.7 ตารางกิโลเมตร ใน 27 จังหวัด แต่ล่าสุดยังเหลือพื้นที่ที่ต้องดำเนินการอีกประมาณ 17,041,562 ตารางเมตร ใน 15 อำเภอ 6 จังหวัด พบจังหวัดที่ยังคงมีพื้นที่อันตรายมากที่สุดคือ จังหวัดอุบลราชธานี ศรีสะเกษ และตราด ที่การเก็บกู้แต่ละครั้ง เจ้าหน้าที่ของ TMAC ยังคงต้องเผชิญกับความเสี่ยงสูง ซึ่งในปี 2566 ขณะปฏิบัติภารกิจที่จังหวัดศรีสะเกษ ทำให้มีเจ้าหน้าที่ได้รับบาดเจ็บและเสียชีวิต

แต่ไทยไม่ท้อ ตั้งเป้าหมายว่าในปี 2570 จะทำให้พื้นที่ไร้ทุ่นระเบิด ที่ต้องพบกับความท้าทายกับอุปสรรคที่มีอยู่ เช่น ภูมิประเทศที่ยากลำบาก แต่บางช่วงบางตอนที่ผ่านมาก็ทำลายทิ้งจนไม่สามารถนำกลับมาใช้ใหม่ได้ มีการมอบพื้นที่ปลอดภัยไปแล้ว ในอำเภอบัวเชด จังหวัดสุรินทร์ ที่สามารถเก็บกู้และทำลายทุ่นระเบิดสังหารบุคคล ที่ยังไม่ระเบิดได้จำนวน 2,729 ทุ่น และส่งมอบพื้นที่ปลอดภัยขนาดกว่า 2 ล้านตารางเมตร ให้แก่เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าห้วยทับทัน-ห้วยสำราญ พร้อมจัดตั้งศูนย์ฝึกตรวจค้นและทำลายทุ่นระเบิด และศูนย์ความเป็นเลิศด้านการเก็บกู้ทุ่นระเบิดเพื่อมนุษยธรรม เพื่อพัฒนาทักษะบุคลากรและเป็นศูนย์เรียนรู้ เดินหน้าตามเป้าหมายพื้นที่ต้องไร้ทุ่นระเบิด

ข่าวที่เกี่ยวข้อง