ภูมิธรรม แจกการบ้าน ปราบยาเสพติด 3 เดือนต้องเห็นผล เล็งคาดโทษ ผู้ว่าฯ – ตำรวจ ย้ำไม่ได้กลั่นแกล้งใคร

ภูมิธรรม แจกการบ้าน ปราบยาเสพติด 3 เดือนต้องเห็นผล เล็งคาดโทษ ผู้ว่าฯ – ตำรวจ ย้ำไม่ได้กลั่นแกล้งใคร

View icon 254
วันที่ 17 ก.ค. 2568 | 17.07 น.
ข่าวออนไลน์7HD
แชร์
ขีดเส้น 3 เดือนปราบยาเสพติด ภูมิธรรม ย้ำ ต้องเห็นผลชัด ใช้ประชาชนเป็นตัวชี้วัด เล็งคาดโทษตั้งแต่ระดับ ผู้ว่าฯ – ตำรวจ ยัน อำเภอ-ผกก. หากทำไม่ได้ ลั่น ไม่ได้กลั่นแกล้งใคร

วันนี้ (17 ก.ค.68) นายภูมิธรรม เวชชยชัย รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ในฐานะรักษาราชการแทนนายกรัฐมนตรี เปิดเผยหลังเป็นประธานพิธีเปิดปฏิบัติการกวาดล้างยาเสพติด “No Drugs No Dealers” ผนึกกำลัง ชุมชนปลอดยาเสพติด ว่า ปัญหายาเสพติด ตนพร้อมที่จะคาดโทษตั้งแต่ระดับผู้ว่าราชการจังหวัด ฝ่ายปกครอง รวมถึงตำรวจ และหน่วยงานอื่น ๆ ที่เกี่ยวข้อง ตามผลงานในการปราบปรามยาเสพติด ในส่วน ป.ป.ส. มีมาตรฐานในการวัดอยู่แล้ว และจะใช้พลังของประชาชนเป็นตัวชี้วัดผลสำเร็จ วันนี้ให้การบ้านทุกระดับปฏิบัติตาม โดยเฉพาะระดับผู้ว่าราชการจังหวัด และผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัด ซึ่งการบ้านที่ให้เพิ่มเติมไป ให้สามารถดำเนินการได้ทันที่ ที่ผ่านมาก็มีบางพื้นที่เริ่มปฏิบัติการไปแล้ว

“ไม่ว่าตัวเลขจะดีอย่างไร แต่ถ้าหากประชาชนไม่สามารถรับรู้ได้ แปลว่าพื้นที่นั้นมีปัญหา จำเป็นต้องลงไปตรวจสอบดูว่า มีปัญหาอะไร ถ้าเป็นระดับอำเภอ นายอำเภอต้องรับผิดชอบ และผู้กำกับการสถานีตำรวจในพื้นที่ต้องรับผิดชอบด้วยเช่นกัน แต่ถ้าเป็นเรื่องของจังหวัด ผู้ว่าราชการจังหวัดและผู้บังคับการจังหวัดต้องรับผิดชอบ ถ้าพื้นที่ไหนมีปัญหามาก ในระดับภาคผู้บัญชาการตำรวจภูธรในภาคนั้น ๆ ก็จะต้องรับผิดชอบ ซึ่งจะมีการพิจารณาตามลำดับ”

นายภูมิธรรม ย้ำว่า เรื่องนี้ไม่ได้เป็นการกลั่นแกล้งใคร แต่เป็นการขอความร่วมมือแก้ไขปัญหาโดยเฉพาะเรื่องของยาเสพติด ที่จะต้องแก้ปัญหาให้ได้เร็วที่สุด ซึ่งกำลังสำคัญก็คือภาคประชาชนด้วย และข้าราชการก็ต้องตื่นตัวจริงจังในการปราบปรามยาเสพติดไม่แพ้กับในอดีต เพราะเป็นปัญหาที่ทำลายสังคมไทย พร้อมขอความร่วมมือสื่อมวลชนในการช่วยตรวจสอบ เป็นตาสับปะรด ทุกคนสามารถมีส่วนร่วมในการช่วยเหลือกัน ส่วนที่บอกว่าปัญหายาเสพติด 100% จะหายไปภายใน 3 เดือน ก็จะต้องทำให้เต็มที่อย่างสุดความสามารถ และต้องดูตามบริบทพื้นที่ต่าง ๆ เราไม่อยากเห็นใครเอายาเสพติดมาพูดกันในสังคมไทย เชื่อว่าภายใน 3 เดือน จะสามารถวัดความชัดเจนว่าพื้นที่ไหนสามารถทำได้ หรือทำไม่ได้ หากทำไม่ได้ก็ต้องมีเหตุผลมาชี้แจงว่าเป็นเพราะเหตุใด เพื่อกำหนดแนวทางการทำงานที่เข้มข้นมากขึ้นในอนาคต

นอกจากนี้ปัญหายาเสพติดยังเป็นปัญหาหลักที่ควบคู่กับหนี้นอกระบบ ดังนั้น 2 เรื่องนี้จะเป็นหัวใจสำคัญในการแก้ปัญหา ที่มีความผูกพันด้วยเหตุเดียวกัน ต้องปราบปรามผู้มีอิทธิพลควบคู่ไปด้วย