หลักฐานเชิงประจักษ์ทุ่นระเบิดวางใหม่ รัฐบาลไทยขอประณามอย่างรุนแรงที่สุด เรียกร้องกัมพูชาให้ความร่วมมือในการเก็บกู้ทุ่นระเบิด ตามที่นายกฯ ของทั้ง 2 ฝ่าย ได้ตกลงกันภายในกรอบทวิภาคี
วันนี้ (20 ก.ค.68) เวลา 19.00 น. นายนิกรเดช พลางกูร อธิบดีกรมสารนิเทศ และโฆษกกระทรวงการต่างประเทศ อ่านแถลงการณ์เรื่องการประท้วงการใช้หุ่นระเบิดสังหารบุคคล โดยระบุว่า เมื่อวันที่ 16 กรกฎาคม 2568 กำลังพลกองร้อยทหารราบที่ 6021 รวม 3 นาย ซึ่งทำการลาดตระเวนตามปกติในดินแดนของไทย บริเวณช่องบก จังหวัดอุบลราชธานี ประสบเหตุเหยียบทุ่นระเบิดสังหารบุคคล นั้น รัฐบาลไทยได้รับรายงานจากหน่วยงานความมั่นคงว่า ภายหลังการตรวจสอบของหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ปรากฎหลักฐานเชิงประจักษ์ว่า ทุ่นระเบิดที่พบ 8 ลูก ไม่มีการใช้ หรือมีอยู่ในคลังอาวุธของไทย และเป็นทุ่นระเบิดที่วางใหม่
เมื่อประกอบกับการประมวลข้อมูล และหลักฐานสภาพแวดล้อมอื่น ๆ ที่หน่วยงานความมั่นคงตรวจพบ นำไปสู่ข้อสรุปได้ว่าเป็นการวางทุ่นระเบิดสังหารบุคคลที่ถือเป็นการละเมิดกฎหมายระหว่างประเทศอย่างร้ายแรง รัฐบาลไทยขอประณามอย่างรุนแรงที่สุดต่อการใช้ทุ่นระเบิดสังหารบุคคล ซึ่งถือเป็นการละเมิดอธิปไตยและบูรณภาพแห่งดินแดนของไทย และเป็นการกระทำที่ขัดต่อหลักการพื้นฐานที่สำคัญของกฎหมายระหว่างประเทศที่ระบุไว้ในกฎบัตรสหประชาชาติ
อีกทั้งยังเป็นการกระทำที่ละเมิดพันธกรณีภายใต้อนุสัญญาห้ามทุ่นระเบิดสังหารบุคคลอย่างชัดเจน ไทยในฐานะรัฐภาคือนุสัญญาฯ จะดำเนินการตามกระบวนการภายใต้อนุสัญญาฯ โดยจะยังคงหาทางแก้ปัญหากับกัมพูชาผ่านกลไกทวิภาคีต่าง ๆ ที่มีอยู่ และขอเรียกร้องฝ่ายกัมพูชาให้ความร่วมมือในการเก็บกู้หุ่นระเบิดเพื่อมนุษยธรรมตามแนวชายแดนตามที่นายกรัฐมนตรีของทั้งสองฝ่ายได้ตกลงกันภายในกรอบทวิภาคี
นายนิกรเดช กล่าวทิ้งท้ายว่า นี่คือช่วงเวลาที่สถานการณ์มีความละเอียดอ่อน การสื่อสารในสังคมออนไลน์อาจก่อให้เกิดความเข้าใจผิด หรือสร้างความแตกแยกโดยไม่ตั้งใจ กต.ขอให้สังคมเชื่อมั่นในเจ้าหน้าที่ผู้ปฏิบัติงานทุกหน่วยงาน ไม่ว่าจะเป็นรัฐบาลหรือฝ่ายความมั่นคง เพื่อความสามมัคคีของคนในชาติ ซึ่งเป็นสิ่งสำคัญที่สุดในยามนี้