ผู้ประกอบการที่พัก เดือดร้อนหนักจากปัญหาโครงการเที่ยวไทยคนละครึ่ง ล่าสุด ต้องประกาศงดรับลูกค้าผ่านโครงการฯ กะทันหัน หลังจากเจอปัญหาระบบ
21 กรกฎาคม 2568 ประกอบการโฮมสเตย์ที่พัก ในพื้นที่อำเภอแหลมสิงห์ และอำเภอขลุง จังหวัดจันทบุรี ได้รับความเดือดร้อนหนัก จากปัญหาโครงการเราเที่ยวด้วยกัน หลังจากได้สมัครเข้าลงทะเบียนผู้ประกอบการโครงการเที่ยวไทยคนละครึ่ง ตั้งแต่วันที่ 25 มิ.ย. 2568 เป็นต้นไป จนถึงปัจจุบัน ผ่านไปเกือบหนึ่งเดือนเต็ม บางรายสามารถสมัครผ่าน และบางรายจนถึงปัญจุบันยังไม่ผ่าน ยังไม่อนุมัติ แจ้งข้อความ กลับมาต่างๆนาๆเช่น
- “อยู่ระหว่างรอการพิจารณา”
- “กิจการของท่านยังไม่ผ่านการตรวจ จึงไม่สามารถใช้งานเมนูนี้ได้“
ทำให้ผู้ประกอบการที่สมัครเข้าร่วมโครงการหลายราย เฝ้ารอแจ้งกลับมาของ ททท. ว่าจะต้องทำอย่างไรต่อ จะผ่านหรือไม่ผ่านการพิจารณาอนุมัติให้ ทำให้ในระหว่างที่รอผลอยู่นั้น นักท่องเที่ยวก็รอตามไปด้วย หวังจะมาพักโดยใช้สิทธิ์โครงการเราเที่ยวด้วยกัน ตามสถานประกอบการต่างๆ ที่ได้โฆษณาไว้ ซึ่งมีหลายราย นักท่องเที่ยวได้มีการติดต่อจองไว้ก่อนล่วงหน้า เพราะครั้งก่อน เราเที่ยวด้วยกันสามารถใช้สิทธิ์ได้ ทำให้ผู้ประกอบการหยุดชะงัก ไม่มีนักท่องเที่ยว ต่อมาปัญหาในการสมัครเกิดขึ้นมากมาย จนทำให้ทาง ททท. ได้มีการปิดระบบลงทะเบียนชั่วคราว เพื่อปรับปรุงระบบให้มีประสิทธิภาพมากขึ้น และป้องกันปัญหาต่างๆ เมื่อวันที่ 10 ก.ค. 2568 ได้ประกาศเปิดระบบให้ใช้งานอีกครั้ง และปัญหาที่เกิดขึ้นกับผู้ประกอบการ คราวนี้ หลายรายที่ สมัครร่วมโครงการผ่านไปจนเปิดทำรายการจองห้องพักได้ และรับจองไปแล้ว ก่อนจะปิดระบบปรับปรุงไปก่อนหน้านี้
หลังเปิดกลับมา บางรายที่เข้าระบบไปได้แล้ว กลับไม่สามารถทำรายการใดๆได้ ระบบได้ส่งข้อความให้ทำการแก้ไขต่างๆ นาๆ เช่น ให้แก้ไขราคา (ให้ส่งเอกสารเพิ่มเติม ),(ส่งใบทะเบียนอนุญาตประกอบการ),(ส่งใบจดทะเบียนภาษีมูลค่าเพิ่ม ภพ.20 ) ต่างๆ
ผู้ประกอบการก็หาเอกสารส่งเข้าไปในระบบ นั่งเฝ้ารอผลอนุมัติ ตอบกลับมา แต่ยังคงพยายามเฝ้ารอต่อไป ผ่านไปเกือบอาทิตย์มีข้อความตอบกลับมา โครงการขอเอกสารการจดทะเบียนภาษีมูลค่าเพิ่ม ภพ.20 กลับมาอีกครั้ง ทางผู้ประกอบการก็พยายามกลับไปหาเอกสารและส่งเอกสารการเสียภาษีท้องถิ่น ไปตามที่ระบบแจ้งขอมาโดยปรากฏข้อความว่า ที่แอปฯ แจ้งมา (หากไม่มีใบ ภพ. 20 ควรแสดงหลักฐานที่แสดงถึงการเสียภาษีได้ อาทิ ภพ.01 หรือหลักฐานการเสียภาษีท้องถิ่น ) ก็ได้ส่งเอกสารการเสียภาษีท้องถิ่นไปอีกหนึ่งรอบ ผ่านไปอีกเกือบอาทิตย์ ผู้ประการการผู้ประกอบการ หลายๆราย ที่เกิดปัญหาในขณะนี้คือ ผู้ประกอบการท้องถิ่น (โฮมสเตย์ ,รีสอร์ต) ยังไม่ได้จดทะเบียนภาษีมูลค่าเพิ่ม มีแต่เพียงการเสียภาษีท้องถิ่น ภาษีส่วนบุคคลธรรมดา เท่านั้น จึงได้ใช้เอกสารหลักฐานการเสียภาษีท้องถิ่นส่งเข้าระบบไป เวลาผ่านไปเกือบอีกหนึ่งอาทิตย์ ร่วมเกือบ 1 เดือนยังไม่ผ่านการอนุมัติผ่าน จนปัจจุบันนี้
จาการสอบถามเจ้าของกิจการแจ้งว่า เพื่อนในกลุ่ม LINE ที่ประกอบการที่พัก โรงแรม โฮมสเตย์ และ รีสอร์ต ในกลุ่มพบว่าเกิดปัญหาเดียวกัน คือ เปิดสมัครช่วงแรกผ่านการอนุมัติไปแล้ว สามารถทำการเปิดจองให้กับลูกค้าได้ตามปกติ จนเมื่อแอปฯ ประกาศปิดปรับปรุง และกลับมาเปิดให้ใช้งาน กลับพบว่ากิจการถูกระงับสิทธิ์ไปแล้ว บางรายออกมาโพสต์ในเพจชี้แจงปัญหาต่าง ตามที่แจ้งไปข้างต้น แล้ว เช่น โรงแรม บ้านศิริพร รีสอร์ท ได้ออกมาโพสต์ลงเพจ ประกาศระงับการจองในโครงการเที่ยวไทยคนละครึ่ง แล้ว และขอเรียกร้องให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ทบทวน แนวทางการบริหารโครงการในลักษณะนี้อย่างจริงจัง เนื่องจากการเปลี่ยนนโยบายกะทันหัน กระทบกับธุระกิจสร้างความเสียหายให้กับผู้ประกอบการและความสับสนให้กับประชาชนที่จะมาใช้สิทธิ์ในครั้งนี้ ในข้อความทิ้งท้าย ลูกค้าท่านใดประสงค์สนับสนุนผู้ประกอบการท้องถิ่นอย่างเรามีข้อเสนอแคมเปญ “ คนไทยเที่ยวไทยไม่ง้อรัฐ” และที่อำเภอแหลมสิงค์ บ้านมณีแดงโฮมสเตย์ ก็ลงเพจประกาศขบการจองผ่านโครงการแล้วเช่นกัน คาดความเสียหายที่เกิดขึ้นกับผู้ประกอบการนับหลายล้านบาท