ห้องข่าวภาคเที่ยง - หน่วยงานรัฐ ทำความเข้าใจสถานการณ์วางทุ่นระเบิด ที่ไทยได้รับผลกระทบ ให้ประชาคมทราบข้อเท็จจริง
หลังมีมติทำหนังสือประท้วงอย่างเป็นทางการลายลักษณ์อักษรส่งกัมพูชาและประธานอนุสัญญาออตตาวา เรื่องการวางทุ่นระเบิดในอธิปไตยไทยโดยกัมพูชา ที่ต้องมารับผิดชอบต่อเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นจนทำให้ทหารที่ออกลาดตระเวนเหยียบและได้รับบาดเจ็บ 3 นาย จนทำให้ 1 นาย ถูกตัดข้อเท้า และล่าสุดยังพบทุ่นระเบิดสังหารบุคคลอีก 2 ทุ่น เมื่อวันอาทิตย์ที่ผ่านมาอีกที่ใกล้กับจุดแรกห่างกันเพียง 30 เซนติเมตร
อีกทั้งศูนย์ปฏิบัติการทุ่นระเบิดแห่งชาติออก ส่งแถลงการณ์ฯ ให้ ภาคีเครือข่ายด้านการปฏิบัติการทุ่นระเบิดเพื่อมนุษยธรรม รับทราบข้อมูลและสร้างความเข้าใจ ที่ถูกต้อง 10 หน่วยงาน ต่อเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น เพื่อชี้แจงข้อเท็จจริงตอบโต้ กรณีฝ่ายกัมพูชานำเสนอภาพข่าวและคลิปวิดีโอ กล่าวหาว่าทหารไทยเป็นผู้วางทุ่นระเบิดใหม่เพิ่มเติม บริเวณพื้นที่เกิดเหตุ
วันนี้ กองทัพบก โดย กรมข่าวทหารบก เชิญผู้ช่วยทูตฝ่ายทหารต่างประเทศประจำประเทศไทย เข้ามารับฟังข้อเท็จจริงที่เกิดขึ้นในปัจจุบัน หลังพบทุ่นระเบิดที่วางเพิ่มใหม่อีก 2 ทุ่น
ขณะที่ คุณมาษิต เสงี่ยมพงษ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ ประชุมอยู่ที่ ยูเอ็น นครนิวยอร์ก จะใช้โอกาสนี้ที่พบกับผู้นำอื่น ๆ จะแสดงจุดยืนของไทย ว่ายึดมั่นในการแก้ไขปัญหาด้วยวิธีทางการทูต และความร่วมมือในการเจรจาในกรอบทวิภาคี
ส่วนมาตรการตอบโต้กัมพูชาที่ร้ายแรงที่สุด ทางการทูตก็คือการลดระดับสัมพันธ์ทางการทูต และเรียกเอกอัครราชทูตไทย ที่ประจำอยู่ ณ กรุงพนมเปญ กลับมา ล่าสุดทาง กระทรวงการต่างประเทศ ยืนยันว่าจนถึงขณะนี้ยังไม่มีการเรียก เอกอัครราชทูตไทย กลับ แต่การกลับมาเมื่อวันที่ 20 มิถุนายน เป็นเพียงการเชิญมาเพื่อหารือข้อราชการตามปกติ ไม่มีการยกระดับมาตรการตอบโต้ถึงขั้นตัดความสัมพันธ์ทางการทูตกับกัมพูชา
ส่วนการจัดระเบียบขึ้นชมปราสาทตาเมือนธมของนักท่องเที่ยว ได้รับคำยืนยันจาก พลโท บุญสิน พาดกลาง แม่ทัพภาคที่ 2 ต้องปฏิบัติตามกฎระเบียบของไทย
หากมีการก่อกวน หรือ มีเรื่องชกต่อย จะสั่งปิดปราสาททันที 1 สัปดาห์ เพื่อจัดระเบียบใหม่ และขณะนี้ มีตำรวจภูธรภาค 3 มาสนับสนุนกองร้อยควบคุมฝูงชน และเจ้าหน้าที่ทหารพรานเข้ามาช่วยในพื้นที่ มีคัดกรองอาวุธต่าง ๆ ก่อนเข้าไปยังตัวปราสาท พร้อมยืนยันว่าขณะนี้มีแผนรองรับและแผนเผชิญเหตุอยู่แล้ว แต่ปัจจุบันยังมองในแง่ดีว่าไม่มีเหตุการณ์อะไร
ซึ่งได้พูดคุยกับ พลตรี เนี๊ยะ วงศ์ ผู้บัญชาการกองพลทหารราบที่ 42 ของกัมพูชา ที่ย้ำไปว่าต้องควบคุมคนของตัวเองให้ได้ หากคุมไม่ได้ก็จะปิดปราสาท หรือ เข้ามาป่วนทำอะไรที่น่าเกลียด แสดงเชิงสัญญลักษณ์ ถือว่าคุมคนของตัวเองไม่ได้ ตนจะปิด เพื่อให้สถานการณ์คลี่คลาย และย้ำไปว่าให้กัมพูชาคัดกรองนักท่องเที่ยว เช่น ป้ามหาภัย กลุ่มฮาร์ดคอร์ ไม่อยากให้ขึ้นมา โดยจำกัดนักท่องเที่ยวไม่เกินวันละ100 คน