ห้องข่าวภาคเที่ยง - ส่งตำรวจไปชุดใหญ่ เพื่อตรวจสอบเส้นทางการเงินทั้งหมดที่เกี่ยวข้องกับ "อดีตเจ้าอาวาสวัดนครสวรรค์" ที่พัวพันกับ "สีกา" จนต้องลาสิกขาไป แค่เริ่มก็สะดุดที่เอกสารไม่ครบ ไม่แน่ใจการจัดเก็บมีปัญหาหรือไม่
แค่เริ่มต้นก็เจอปัญหาแล้วว่าเอกสารการเงินย้อนหลัง 10 ปี อยู่ไม่ครบ แต่ยังไม่ชัดว่าหายไปเพราะอะไร วันนี้เลยต้องแบ่งชุดเข้าไปตรวจสอบ ชุดหนึ่งก็จะเข้าไปที่วัดนครสวรรค์ เพื่อตรวจสอบเอกสารหลักฐานการเงินทั้งหมด
อีกชุดตามไปกับพระครูสุธีธรรมบัณฑิต ผู้ช่วยเจ้าอาวาส วัดนครสวรรค์ฯ พาไปดูการก่อสร้าง "พุทธอุทยานนครสวรรค์" ที่ผ่านมา 10 ปีแล้วยังไม่เสร็จเสียที ระหว่างการเข้าไปตรวจก็อธิบายปัญหาการก่อสร้างให้ฟัง
ว่าเพราะเป็นองค์พระขนาดใหญ่ ไม่มีประสบการณ์ในการก่อสร้าง จึงเกิดสารพัดปัญหา ทั้งเรื่องเศษวัสดุตกหล่น คดีฉ้อโกงจากผู้รับเหมา คดีที่ถูกสามี-ภรรยาฟ้องร้องว่าติดหนี้ไม่คืนเงิน ไปจนถึงปัญหาเรื่องที่ต้องใช้ชื่อ "เจ้าอาวาส" ในการเปิดบัญชีธนาคาร
จนในช่วง 10 ปี ต้องคอยขอความช่วยเหลือจากพระวัดต่าง ๆ โดยเฉพาะ หลวงพ่อพัฒน์ เจ้าอาวาสวัดธารทหาร หรือ วัดห้วยด้วน ในสมัยนั้น ที่นำเงินสดมามอบให้หลายสิบล้านบาท และยังเข้ามาช่วยจัดการส่วนที่ไม่เรียบร้อย ให้ลุล่วงไปได้จนมีสภาพที่ดีขึ้นอย่างที่เห็น
ส่วนเรื่องที่เมื่อวานนี้ มีข่าวว่า จู่ ๆ โลกใบที่ 2 ของ "อดีตพระ" ก็ยื่นหนังสือขอลาออกจากตำแหน่งใน มหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย ในจังหวัดนครสวรรค์ ผู้ช่วยอธิการบดี ออกมายอมรับว่ายังไม่ทราบรายละเอียด คาดว่าเป็นการเซ็นหนังสือวางทิ้งไว้
ขณะที่ตำรวจ บก.ปปป. เอง ก็ยอมรับว่าบัญชีการเงินที่นี่ก็ต้องตรวจสอบอย่างละเอียดเช่นกันเพราะพบว่าสถานะทางการเงินติดลบปีละ 7-8 ล้านบาท ต้องไปดูว่ามีการบริหารจัดการอย่างไร
ทั้งหมดนี้คือภาพรวมการเข้าไปตรวจสอบเส้นทางการเงินทั้งหมด ตามเบาะแสที่ "บิ๊กเต่า" บอกกับเราเมื่อวานนี้ว่า อดีตเจ้าอาวาสมีการโอนเงินไปมาอย่างน้อย 8 บัญชี ผ่านบุคคลอย่างน้อย 3 คน ก็คือตัว "อดีตเจ้าอาวาส" พระลูกวัด และฆราวาส
ซึ่งจากข้อมูล ตำรวจยังพบความเกี่ยวข้องกับเรื่องเงินแค่ 2 คน จะมีคนที่ 3 ด้วยหรือเปล่า ยังไม่รู้ แต่ที่แน่ ๆ ถ้าเงินที่ควรจะเป็นเงินวัดถูกนำไปใช้ผิดวัตถุประสงค์ ก็เข้าข่ายอาจถูกดำเนินคดีเหมือนกับคดีสีกากอล์ฟได้