เช้านี้ที่หมอชิต - คดีความคืบหน้าเงินสด และทองคำวัดม่วงหาย เมื่อวานนี้ รองผู้บัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง ออกมาเปิดเผยความคืบหน้าว่าตอนนี้เจ้าอาวาสพอจะจำได้บ้างแล้วว่า ได้ขายทองไป แต่ก็ยังไม่เคลียร์ว่าใช่ทั้งหมดหรือไม่
โดยเมื่อวานนี้พลตำรวจเอก จรูญเกียรติ ปานแก้ว รองผู้บัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง หรือ บิ๊กเต่า ออกมาเปิดเผยถึงความคืบหน้าคดี ทองคำน้ำหนัก 250 บาท และเงินสด 10 ล้านบาท ที่เก็บไว้ในกุฏิเจ้าอาวาสวัดม่วง บางแค หายไป และมีการแจ้งความไว้ เมื่อวันที่ 29 มิถุนายน ที่ผ่านมา
ทั้งที่มีการล็อกแน่นหนาถึง 5 ชั้น และมีกล้องวงจรปิดหลายจุดรอบวัดว่าตำรวจพบหลักฐานว่ามีนำทองคำ 3 แท่งที่หายไปถูกนำไปขาย ซึ่งภายหลังได้รับการยืนยันจากพระราชวัชรพัฒนาทร เจ้าอาวาสวัดม่วง ว่า ได้มีการนำทองคำจำนวนนี้ไปขายจริง ๆ แต่ว่าลืมการซื้อขายนี้ไป จึงเกิดข้อสงสัยว่าทองอาจหายไม่จริง
ส่วนที่เรื่องนี้ดูหมิ่นเหม่ว่าจะเข้าข่ายความผิดหรือไม่ เพราะคนที่แจ้งความเป็นไวยาวัจกร ต้องดูเจตนาและดูว่าทรัพย์สินที่หายหรือที่ขายไปนั้นเป็นของใคร จึงจะบอกได้ชัดว่าผิดหรือไม่ อย่างไร
ด้านพระนิทัศน์ อดีตพระคนสนิทของเจ้าอาวาสวัดม่วง ก็ได้ให้ความเห็นว่า เมื่อรู้ว่าเงินและทองคำไม่ได้หายไปจริง เจ้าอาวาสวัดม่วงก็ต้องถูกดำเนินคดีในข้อหาแจ้งความเท็จ หากตำรวจไม่ดำเนินการ พระนิทัศน์จะเข้าไปแจ้งความ เพราะเจ้าอาวาสจะอ้างว่าลืมไม่ได้ ยืนยันว่าความจำของเจ้าอาวาสยังดี ขนาดเรื่องที่มีปัญหากัน 20 ปี ยังจำได้
ขณะที่พันตำรวจเอก ปราโมทย์ จันทร์บุญแก้ว ผู้กำกับการ สน.เพชรเกษม เปิดเผยว่า ยังไม่มีการแจ้งข้อหาแจ้งความเท็จกับเจ้าอาวาสวัดม่วง เพราะต้องรอรวบรวมพยานหลักฐานหลายอย่าง ประกอบกับเจ้าอาวาสมีอายุถึง 76 ปี ต้องใช้ความละเอียดในการตรวจสอบเรื่องนี้ ยืนยันตำรวจทำงานอย่างเต็มที่