ห้องข่าวภาคเที่ยง - ผู้อพยพยังไม่วางใจสถานการณ์ความไม่สงบ ยืนยัน จะไม่กลับบ้านจนกว่าทางการจะประกาศความปลอดภัย
เป็นบรรยากาศภายในศูนย์พักพิง จังหวัดศรีสะเกษ ชาวบ้านหลายคนมานั่งรวมตัวกัน ดูทีวีติดตามข่าวว่าชายแดนกันทรลักษ์หยุดยิงหรือยัง เป็นไปตามที่ให้คำมั่นสัญญากันไหม
แม้การเจรจาหยุดยิงจะผ่านไปด้วยดี มีเดดไลน์หยุดยิงเวลาเที่ยงคืน แต่ผู้อพยพก็ยังไม่วางใจ ยืนยันว่าจะยังไม่กลับบ้านจนกว่าจะมีคำสั่งจากทางการยืนยันว่าปลอดภัยแล้ว เพราะเกรงว่าอีกฝ่ายจะไม่ทำตามข้อตกลง
เพจกองทัพบก Royal Thai Army ขอความร่วมมือจากประชาชน งดเดินทางกลับภูมิลำเนาใกล้ชายแดน จนกว่าจะมีประกาศจากทางราชการเท่านั้น เพราะถึงแม้จะมีประกาศให้ทั้ง 2 ประเทศ หยุดก่อความไม่สงบบริเวณชายแดนไทย-กัมพูชา เวลาเที่ยงคืนเป๊ะแล้วก็ตาม แต่ตลอดทั้งคืนจนกระทั่งช่วงเช้าที่ผ่านมา ก็ยังคงได้ยินเสียงการปะทะกันอย่างต่อเนื่อง
ส่วนภาพนี้ เป็นเครื่องบินติดอาวุธทางเคมี ทางสถานทูตกัมพูชาก็แชร์ ทางภรรยาของนาย ฮุน มาเนตก็แชร์ พลโทหญิง มาลี โสเจียตา โฆษกกลาโหมกัมพูชา ก็แชร์ กล่าวหาว่าไทย ใช้เครื่องบินติดอาวุธทางเคมีในการปะทะ บินขึ้นน่านฟ้ากัมพูชา แล้วปล่อยสารพิษสีแดงออกมา เล่นนอกกติกาการสู้รบทางทหาร
เรื่องนี้ โฆษกกระทรวงการต่างประเทศ ยืนยันภาพดังกล่าวไม่เป็นความจริง ไทยไม่เคยใช้อาวุธทางเคมี กัมพูชาต้องการบิดเบือนความจริง ที่ผ่านมาไทยเข้าเป็นภาคีอนุสัญญาห้ามอาวุธเคมี มาตั้งแต่ปี 2546 และยึดมั่นต่อพันธกรณี การลดอาวุธและการไม่แพร่ขยายอาวุธที่มีอานุภาพทำลายล้างสูงทั้งปวง
ยังมีข่าวปลอมอีกสารพัด ที่คีย์แมนคนสำคัญของกองทัพ โดย พลโทหญิง มาลี โฆษกกลาโหมกัมพูชา เป็นผู้ให้ข่าว กล่าวหาว่าไทยยิงถล่มปราสาทพระวิหาร ไทยได้รุกล้ำดินแดนกัมพูชา และใช้อาวุธเคมีในการปฏิบัติการทางทหาร ไทยเปิดฉากยิงใส่กัมพูชาก่อน กัมพูชาเพียงแค่ใช้สิทธิป้องกันตัว ไทยกล่าวหาว่ากัมพูชา ยิงกระสุนปืนใส่ฝั่งลาว สร้างเรื่องโกหกเพื่อโจมตี และทำลายชื่อเสียงของกัมพูชา และไทยยังไม่ปฏิบัติตามคำสั่งของการหยุดยิง และกล่าวหาว่ากัมพูชาใช้กระสุนปืน ทั้ง ๆ ที่กัมพูชาหยุดยิงตามสัญญาแล้ว
ขอบคุณภาพจาก : Facebook กองทัพบก Royal Thai Army