วันนี้ (4 ส.ค. 68) ผู้สื่อข่าวรายงานว่า คืนวันที่ 3 ส.ค. 68 ที่ผ่านมา ได้ลงพื้นที่สำรวจพฤติกรรมของกลุ่มขอทานชาวกัมพูชาในเขตเมืองพัทยา จ.ชลบุรี หลังได้รับการร้องเรียนจากประชาชนในพื้นที่ ว่ากลุ่มขอทานเหล่านี้ยังคงกระจายตัวอยู่ทั่วไป โดยเฉพาะบริเวณหน้าร้านสะดวกซื้อ และย่านสถานบันเทิงที่มีนักท่องเที่ยวพลุกพล่าน จากการสังเกตพบว่ากลุ่มขอทานจะใช้เด็กเล็กเป็นเครื่องมือเรียกร้องความสงสารจากนักท่องเที่ยว และมีชายชาวกัมพูชาคอยดูต้นทาง หากพบสิ่งผิดปกติจะส่งสัญญาณให้พากันหลบหนีทันที
ต่อมาทีมข่าวได้พูดคุยกับหญิงสาวชาวกัมพูชาวัย 24 ปี ซึ่งอุ้มลูกวัย 2 เดือน นั่งขอทานอยู่หน้าร้านสะดวกซื้อ โดยยอมรับว่าไม่อยากกลับประเทศกัมพูชา เพราะไม่มีงานทำ ถูกสามีทอดทิ้ง และยังอยู่ในพื้นที่ชายแดนที่กำลังตึงเครียดจากสถานการณ์ความไม่สงบ วันนี้เพิ่งได้เงินจากการขอทานเพียง 200 บาทเท่านั้น
ขณะที่อีกคู่หนึ่งเป็นแม่กับลูกชายวัยประมาณ 7-8 ขวบที่พยายามวิ่งหนีผู้สื่อข่าวไปซ่อนในห้องน้ำของโรงแรม ก่อนยอมให้สัมภาษณ์ว่า เคยถูกจับกุมและผลักดันกลับประเทศกัมพูชามาแล้ว แต่ก็กลับเข้ามาใหม่ได้ไม่ถึงเดือน โดยอ้างว่าไม่มีงาน ไม่มีเงิน และป่วยเป็นเบาหวาน หากกลับไปก็คงไม่มีทางรอด
นอกจากนี้มีชาวบ้านในละแวกดังกล่าวซึ่งเป็นชาว จ.สุรินทร์ เผยว่า กลุ่มขอทานหน้าเดิม ๆ เหล่านี้ วนเวียนมานั่งขอทานอยู่บ่อยครั้ง แม้ถูกจับกุมก็จะกลับมาอีกภายในไม่กี่เดือน พร้อมยอมรับว่ากลุ่มนี้ไม่ก่อความวุ่นวายใด ๆ เพียงแต่อาศัยเด็กเล็กเรียกร้องความสงสารจากนักท่องเที่ยว ซึ่งบางวันรายได้อาจสูงถึง 1,000-2,000 บาท โดยจะเริ่มขอทานตั้งแต่หัวค่ำจนถึงดึก แม้จะเป็นอาชีพที่ผิดกฎหมายในไทย แต่กลุ่มขอทานชาวกัมพูชายังคงแฝงตัวตามจุดท่องเที่ยวต่าง ๆ ด้วยความจำเป็นในการเลี้ยงชีพ และความยากลำบากในบ้านเกิดที่ไร้งาน ไม่มีรายได้