ตร.เมืองขอนแก่น รวบสิงห์ขี้เหล้า เพิ่งออกจากคุก ขโมยรถ จยย.ขาย รับสารภาพ ซื้อดอกกุญแจที่ยังไม่เจียร ไล่เสียบรถรุ่นเก่า ขโมยได้ 3 คัน นำไปซื้อเหล้า-ข้าว
จากกรณีชุดสืบสวน สภ.เมืองขอนแก่น ได้รับแจ้งจากผู้เสียหาย 3 รายว่า รถจักรยานยนต์ถูกคนร้ายขโมยไป ขณะจอดอยู่ในพื้นที่บริการจอดรถของสาธารณะของ บขส.3 และสถานีรถไฟขอนแก่น ซึ่งชุดสืบสวนฯ สภ.เมืองขอนแก่น ได้ลงพื้นที่สืบสวนและรวบรวมพยานหลักฐาน
วันนี้ (10 ส.ค.68) ผู้สื่อข่าวรายงานว่า วานนี้ พ.ต.อ.ยศวัจน์ แก้วสืบธัญนิจ ผกก.สภ.เมืองขอนแก่น เปิดเผยว่า ได้ส่งชุดสืบสวน สภ.เมืองขอนแก่น ลงพื้นที่สืบสวนติดตามจับกุมคนร้ายมาดำเนินคดีตามกฎหมาย ซึ่งจากการสืบสวนและตรวจสอบกล้องวงจรปิดหลายร้อยชั่วโมง พบว่าคนร้ายเป็นบุคคลเดียวกัน มีแผนประทุษกรรมเดียวกันทั้ง 3 คดี ซึ่งจากการสืบสวนเชื่อว่าคนร้ายที่ก่อเหตุในคดีนี้คือ นายบุญมี หรือ กบ บ้านสะอาด จากการตรวจสอบประวัติอาชญากรรมพบว่านายบุญมี เคยถูกจับคดีลักทรัพย์เมื่อปี 2566 เพิ่งพ้นโทษเมื่อ 24 ก.ค. 2568 กระทั่งชุดสืบสวนได้รับแจ้งจากสายลับว่า พบนายบุญมีกลับเข้ามาในพื้นที่ จึงได้ออกสืบสวนติดตาม และพบตัวนายบุญมีอยู่ที่ บขส.3 ต.เมืองเก่า อ.เมืองขอนแก่น จ.ขอนแก่น จึงได้ควบคุมตัวไว้
จากการสอบสวน นายบุญมี รับสารภาพว่าเป็นผู้ก่อเหตุลักรถจักรยานยนต์ทั้ง 3 คดี โดยหลังจากได้รับการปล่อยตัวจากเรือนจำก็ได้เดินทางกลับบ้าน แต่พบว่าไม่มีคนอยู่บ้าน ลูกไปทำงานกรุงเทพฯ กันหมด ทำให้เข้าบ้านไม่ได้ จึงเดินทางกลับมาที่ขอนแก่น โดยมาอาศัยสถานีขนส่งเป็นที่นอนพักอาศัย ทั้งนี้ ก่อนหน้านั้นได้ไปซื้อดอกกุญแจรถจักรยานยนต์จากร้านทำกุญแจที่ยังไม่ผ่านการเจียร์ แล้วนำไปทดลองไล่เสียบพวกรถสภาพเก่าที่เบ้ากุญแจเสีย และไม่ได้หมุนที่ปิดรูกุญแจ ซึ่งจะสามารถเสียบได้ทุกคัน หากคันไหนเสียบแล้วไขไม่ได้ก็จะเปลี่ยนเป้าหมาย ถ้าคันไหนเสียบไขและสตาร์ตได้ก็จะขโมยไปขายต่อให้เพื่อนเก่าที่เคยรู้จักกัน ในราคาคันละ 500-900 บาท เงินที่ได้นำไปซื้อเหล้าขาวมาดื่ม และซื้อข้าวกิน และจะขี่รถที่ขโมยได้ไปหาเพื่อนที่จังหวัดอุดรฯ ซึ่งออกจากเรือนจำมาด้วยกัน แต่ปรากฎว่าน้ำมันหมดที่ อ.กุมภวาปี ก็เลยจอดไว้ใต้ต้นไม้หน้าบ้านชาวบ้านที่ติดถนนมิตรภาพ แล้วขึ้นรถโดยสารกลับมาที่ขอนแก่นหวังก่อเหตุอีก แต่มาถูกเจ้าหน้าที่ควบคุมตัวได้เสียก่อน
จากนั้นนายบุญมี ได้พาเจ้าหน้าที่ไปชี้จุดที่ก่อเหตุ และไปตรวจยึดรถที่ซุกซ่อนไว้ เพื่อคืนให้กับผู้เสียหาย เจ้าหน้าที่ได้นำตัวไปตรวจหาสารเสพติดเบื้องต้น ผลเป็นลบ ไม่พบสารเสพติดในร่างกาย จึงแจ้งข้อกล่าวหา “ลักทรัพย์ในเวลากลางคืน ในสถานที่ที่จัดไว้เพื่อบริการสาธารณะ” และนำตัวผู้ต้องหาพร้อมของกลางส่งพนักงานสอบสวนดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป