“จุลพันธ์” ไม่ปฏิเสธความเสี่ยงภาษีสหรัฐฯ ยัน รัฐบาลมีกระสุนเพียงพอ ขับเคลื่อนเศรษฐกิจเติบโต แจงหากปรับลดลงจะเป็นผลร้าย สะท้อนความไม่มั่นใจภาคเอกชน-การลงทุน ย้ำ ไม่ทิ้งเงินช่วยเหลือเกษตร
วันนี้ (13 ส.ค.68) ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ในการประชุมสภาผู้แทนราษฎร วาระพิจารณาร่างพระราชบัญญัติ (พ.ร.บ.) งบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ 2569 วาระ 2 และ 3 เป็นวันแรก โดยการพิจารณามาตรา 4 ว่าด้วยภาพรวมของงบประมาณรายจ่าย นายจุลพันธ์ อมรวิวัฒน์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงการคลัง และรองประธาน กมธ.วิสามัญพิจารณาร่าง พ.ร.บ.งบประมาณฯ ปี 2569 ในฐานะกรรมาธิการเสียงข้างมาก ได้ลุกขึ้นกล่าวชี้แจงข้อเสนอแนะของสมาชิก
นายจุลพันธ์ ระบุว่า กมธ.เสียงข้างมากไม่ได้ปฏิเสธความเสี่ยงจากผลกระทบ ทั้งจากมาตรการภาษีตอบโต้ของสหรัฐอเมริกา ซึ่งได้ข้อสรุปว่าประเทศไทยจะถูกจัดเก็บที่ 19 % ไม่ได้ปฏิเสธความเสี่ยง แต่กระทรวงการคลังเชื่อมั่นว่า เรามีศักยภาพเพียงพอในการบริหารจัดการ โดยเฉพาะการจัดเก็บรายได้ที่เพียงพอ เชื่อว่าสามารถบริหารได้ลุล่วง ไม่กระทบใด ๆ โดยยืนยันว่ามีกระสุนเพียงพอ ทั้งเงินคงคลัง เงินทดรองราชการ และการจัดทำ พ.ร.บ. การโอนเปลี่ยนแปลงแก้ไขงบประมาณ มีมากเพียงพอที่จะดำเนินการแก้ไขประเทศและทำให้เศรษฐกิจเติบโตไปในคราวเดียวกัน นอกจากนี้ มั่นใจว่าการพิจารณาร่าง พ.ร.บ.งบประมาณรายจ่าย พ.ศ. 2569 นี้ มีความชอบและสอดคล้องตามรัฐธรรมนูญ มาตรา 144
นายจุลพันธ์ กล่าวอีกว่า งบประมาณแผ่นดินคือส่วนหนึ่งของการสร้างความมั่นใจให้ระบบเศรษฐกิจ การใช้จ่ายของภาครัฐเป็นกลไกสำคัญในการขับเคลื่อน หากปรับลดลงจะเป็นผลร้ายกับระบบเศรษฐกิจ เพราะจะสะท้อนถึงความไม่มั่นใจในภาคเอกชนและการลงทุน ยืนยันว่า เม็ดเงินที่ตั้งเอาไว้เป็นสิ่งสำคัญ
สำหรับประเด็นการเพิ่มพื้นที่การคลัง นายจุลพันธ์ กล่าวว่า ภาครัฐมีแนวทางเสริมความแข็งแกร่งด้านเศรษฐกิจในปี 2569 มีการลดลงของรายจ่ายประจำประมาณ 25,794 ล้านบาทเศษ คิดเป็น 1% ถือเป็นความสำเร็จ และรัฐบาลจำเป็นต้องตั้งงบประมาณแบบขาดดุล เพื่อสนับสนุนการเจริญเติบโตทางเศรษฐกิจอย่างต่อเนื่องและมีประสิทธิภาพ โดยมีวงเงินกู้เพื่อชดเชยการขาดดุลในแต่ละปี สะท้อนความจริงใจว่ารัฐบาลพยายามชดเชยการขาดดุลอย่างต่อเนื่องในระยะยาว
ส่วนการชดเชยให้ประชาชน นายจุลพันธ์ กล่าวว่า ยังอยู่ในสายตาของรัฐบาลที่จะดำเนินการอย่างจริงจัง เช่น เงินช่วยเหลือเกษตรกรไร่อ้อยเก็บเกี่ยว ได้ผ่านมติคณะรัฐมนตรี (ครม.) เรียบร้อย จะดำเนินการผ่านธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร (ธ.ก.ส.) ในเร็ววัน ส่วนการชดเชยการปลูกข้าวไร่ละพันนั้น วันนี้จะมีการประชุมคณะกรรมการนโยบายและบริหารจัดการข้าว (นบข.) ซึ่งหวังว่าจะได้ยินข่าวที่เป็นบวกต่อพี่น้องชาวนาต่อไป