เช้านี้ที่หมอชิต - ชาวบ้านในพื้นที่ชายแดนไทย-กัมพูชา ใช้ชีวิตด้วยความหวาดผวา หลังสถานการณ์ชายแดนยังเคลียร์ไม่จบ ที่จังหวัดสุรินทร์ ชาวบ้านกว่า 100 คน อพยพไปอยู่ที่วัด
ผวายิงปะทะ กว่า 100 ชีวิต อพยพนอนวัด จ.สุรินทร์
ผู้เฒ่า ผู้แก่ ในพื้นที่สีแดงจังหวัดสุรินทร์ อพยพลูก-หลาน ผู้ป่วยติดเตียง 117 คน ไปอาศัยอยู่ที่วัดศรีรัตนาราม ตั้งอยู่ในตัวเมืองสุรินทร์ เนื่องจากกลัวเหตุยิงปะทะรอบ 2 ไม่กล้าพักอาศัยอยู่ในบ้าน แม้ทางการไม่ได้ประกาศให้ออกจากพื้นที่ แต่ชาวบ้านไม่วางใจ จึงพาครอบครัวขอมาอาศัยที่วัด ทำอาหาร และดูแลกันเอง
หลังชาวบ้านในพื้นที่หลังทราบข่าวต่างนำอาหาร ผลไม้ น้ำดื่ม ไปมอบให้กับชาวบ้านที่อพยพ เหมาไอศกรีมเลี้ยงเพื่อเยียวยาจิตใจ
ด้าน เจ้าอาวาสวัดศรีรัตนาราม ต้อนรับชาวบ้านเป็นอย่างดี เปิดอาคารสามารถรองรับชาวบ้านได้กว่า 200 คน มีห้องนอนกว่า 30 ห้องแยกเป็นสัดส่วน พร้อมเชิญชวนให้ผู้มีจิตใจเป็นกุศลไปช่วยเหลือชาวบ้าน
กลัวอดตาย ตัดผมกลางบ้านถูกระเบิดถล่ม จ.ศรีสะเกษ
ในพื้นที่อำเภอกันทรลักษ์ จังหวัดศรีสะเกษ ชาวบ้านพากันมาต่อคิวรอตัดผม กับนายสุรศักดิ์ หาสุข อายุ 59 ปี ท่ามกลางบ้านที่พังเสียหายจากการถูกกระสุนระเบิดของกัมพูชา เสาบ้านพังจนเห็นโครงเหล็ก แต่ชาวบ้านก็ไม่หวั่น
นายสุรศักดิ์ เล่าย้อนว่า วันแรกของการยิงปะทะ ขณะลูกค้าเข้ามาใช้บริการได้ยินเสียงปืน ไม่รอช้า พากันวิ่งหนีตายออกจาบ้านทันที ไม่ถึงนาทีระเบิดก็ลง ถ้าออกมาช้ากว่านั้น ตายแน่นอน
ตอนนี้ก็ยังไม่มั่นใจว่าจะมีรอบ 2 หรือไม่ เพราะกัมพูชาเชื่อใจไม่ได้ ส่วนที่ยอมเปิดร้านท่ามกลางซากปรักหักพัง ระแวงอยู่บ้างว่าบ้านจะพังมาทับ แต่ถ้าไม่เปิดร้านตัดผม กลัวอดตายมากกว่า
ฝืนเปิดร้านขายของ หาเงินจ่ายค่าเช่า จ.สระแก้ว
ที่ตลาดโรงเกลือ อำเภออรัญประเทศ จังหวัดสระแก้ว พ่อค้า-แม่ค้า ฝืนเปิดร้านช่วงวันหยุด หวังจะมีนักท่องเที่ยว ลูกค้าประจำกลับมาอุดหนุน แต่ไม่เป็นตามคาด
แม่ค้าเผย ฝืนเปิดร้านขายของ หวังหาเงินมาจ่ายค่าเช่า แต่ก็ไม่มีคนซื้อ ตอนนี้ทำได้เพียงอดทน เช่นเดียวกับชาวกัมพูชาทำธุรกิจให้เช่ารถในตลาดโรงเกลือ ยอมรับว่ารายได้หด ตลาดเงียบมาก ได้แต่รอคอยให้สถานการณ์คลี่คลาย สำหรับตนเอง อย่างไรตนเองก็ไม่กลับประเทศ ไม่กลัวถูกยึดบ้าน ที่นาหรือสัญชาติ สนใจเรื่องปากท้องมากกว่า