โรงเรียนตามแนวชายแดนหลายแห่งใน จ.สุรินทร์ เปิดวันแรก หลังเกิดเหตุปะทะชายแดนไทย-กัมพูชา ตั้งแต่วันที่ 24 ก.ค. 68 แต่นักเรียนยังบางตา เพราะผู้ปกครองยังหวาดผวา
วันนี้ (18 ส.ค.68) ผู้สื่อข่าวรายงานว่าโรงเรียนตามแนวชายแดนไทย-กัมพูชา ด้าน จ.สุรินทร์ หลายแห่ง ได้มีการเปิดเรียนตามปกติ หลังจากมีการเลื่อนการเปิดเรียนมาแล้วครั้งหนึ่งเมื่อสัปดาห์ก่อน หลังจากไม่มั่นใจในสถานการณ์ชายแดน เกรงจะมีการสู้รบกันเกิดขึ้นอีก โดยการปิดการเรียนการสอนมีขึ้นตั้งแต่เกิดการสู้รบกันตั้งแต่วันที่ 24 ก.ค.68 เป็นต้นมา
ทั้งนี้การเปิดทำการเรียนการสอนในวันนี้ อยู่ที่ดุลยพินิจและความพร้อมของผู้ปกครองว่า จะให้เด็กนักเรียนมาเรียนหรือไม่ เพราะยังอยู่ในช่วงสถานการณ์ที่ไม่ปกติอยู่ แม้ชาวบ้านจะอพยพกลับมาบ้านกันหมดแล้วก็ตาม ซึ่งหลายคนก็ยังไม่ให้ลูกหลานไปโรงเรียน แต่บางครอบครัวก็ไปส่งลูกเรียน ทั้งที่ยังกังวลอยู่
อย่างไรก็ตาม สำหรับนักเรียนที่ไม่ได้มาโรงเรียน หรือเรียนไม่ทัน ทางโรงเรียนก็จะมีแผนรองรับ ด้วยการให้แบบฝึกหัดการเรียนการสอนให้เด็กนักเรียนไปทำการบ้านและทบทวนเพื่อให้เรียนทันเพื่อนๆ
โดยเฉพาะที่โรงเรียนบ้านด่าน ต.ด่าน อ.กาบเชิง จ.สุรินทร์ ที่พบว่า มีการเปิดเรียนตั้งแต่วันที่ 13 ส.ค.ที่ผ่านมา และปิดเรียนวันที่ 15 ส.ค.เนื่องจากมีเหตุการณ์พลทหารยิงชาวบ้าน ก่อนจะมาเปิดวันนี้อีกครั้ง และพบว่ามีเด็กนักเรียนมาโรงเรียนมากขึ้นแต่ไม่ทั้งหมด
นายเดโชพล ชลธี ผอ.โรงเรียนบ้านด่าน กล่าวว่า ผู้ปกครองบางส่วนบอกว่า ถ้าเด็กมารวมกันอยู่ที่โรงเรียน ก็สามารถตามเด็กได้ ส่วนหนึ่งบอกว่าถ้าอยู่บ้านเด็กอาจไปเล่นที่อื่นพอเกิดเหตุมาอาจจะตามเด็กยาก ตอนนี้ยังไม่มีประกาศจากทางการว่าให้อพยพเราก็เปิดการเรียนการสอนตามปกติ โรงเรียนบ้านด่านเปิดตั้งแต่วันที่ 13 ส.ค.และปิดวันที่ 15 ส.ค.ที่พลทหารก่อเหตุ ส่วนนักเรียนที่ไม่ได้มาเรียนหรือเรียนไม่ทันครูก็จะมีชุดงานการเรียนการสอนให้ทำการบ้านเพื่อให้เรียนทันเพื่อนๆ
นายมอน อายุ 71 ปี ผู้ปกครอง ซึ่งเป็นคุณตามาส่งหลานที่โรงเรียน กล่าวว่า วันแรกที่ส่งหลานสาวมาโรงเรียน ดีใจมาก แต่ยังไม่ไว้ใจในสถานการณ์ ยังเป็นห่วงอยู่ ต้องคอยฟังโทรศัพท์ตลอด รอผู้ใหญ่บ้านแจ้งให้ทราบ ยังห่วงอยู่ ที่ผ่านมาตอนยิง ตนรีบมารับและอพยพไปตามที่ราชการจัดให้
ขณะที่โรงเรียนบ้านโจรก ต.ด่าน อ.กาบเชิง จ.สุรินทร์ อยู่ในพื้นที่ที่กระสุนปืนใหญ่ตกใส่บ้านเรือนประชาชนในหมู่บ้านโจรก เมื่อวันที่ 24 ก.ค.68 ทำให้มีผู้เสียชีวิตถึง 2 ราย บาดเจ็บ 2 ราย ในจำนวนนี้มีเด็ก 8 ขวบเสียชีวิต และเป็นเด็กนักเรียนของโรงเรียนบ้านโจรกแห่งนี้ด้วย
พบว่าบรรยากาศไม่คึกคักเท่าที่ควร พบนักเรียนและผู้ปกครองมาส่งนักเรียนบางตา เนื่องจากส่วนใหญ่ยังไม่มั่นใจในสถานการณ์และยังหวาดผวากับเหตุการณืกระสุนปืนใหญ่ตกกลางหมู่บ้านจนทำให้มีผู้เสียชีวิต 2 ราย ดังกล่าว
นายปริญา เกษดี ผอ.โรงเรียนบ้านโจรก กล่าวว่า วันนี้เป็นวันแรกที่เปิดเรียน ตั้งแต่วันที่ 24 ก.ค.พวกเราก็ไปอยู่ที่ศูนย์อพยพ วันนี้เปิดวันแรกนักเรียนก็เริ่มทยอยมา ยังไม่ทราบว่ามามากน้อยแค่ไหน ขึ้นอยู่กับความมั่นใจและความเชื่อมั่นของผู้ปกครอง ทางโรงเรียนจะพยายามจัดการเรียนการสอนให้ลูกๆ โดยเร็ว เพราะว่าหายไปหลายวันแล้ว อีกสักพักก็จะปิดเทอมแล้ว พวกเราจะพยายามเต็มที่เพื่อดูแลเด็กนักเรียน มีนักเรียนทั้งหมด 369 คน
วันที่เกิดเหตุการณ์วันแรกเป็นวันแข่งขันกีฬารอบชิงนะเลิศที่โรงเรียน ซึ่งช่วงเช้านายอำเภอได้แจ้งมาว่าให้ประชาชนเตรียมอพยพ จึงเชิญผู้ปกครองให้มารับเด็กกลับบ้านโดยเร็ว ซึ่งวันนั้นโชคดีที่เด็กและผู้ปกครองส่วนใหญ่อยู่ที่สนามที่โรงเรียนกันมาก จึงรับเด็กกลับไป พอกลับไปสักพักก็ได้ยินเสียงระเบิดขึ้น น้องน้ำโขงเรียนที่นี่เป็นทั้งนักกีฬาวิ่งและฟุตบอล และถ้าเกิดเหตุฉุกเฉินอีก ก็มีความเตรียมความพร้อมเหมือนเดิม ให้ผู้ปกครองมารับ ซึ่งก่อนที่จะมารับทางโรงเรียนก็มีหลุมหลบภัย 3 จุด รองรับนักเรียนจำนวนหนึ่ง และตัวอาคารบางส่วน