ญาติปลื้มสิบเอกทหารขาดขาดจากทุ่นระเบิดเขมร ได้ย้ายโรงพยาบาล เตรียมใส่ขาเทียม แม่เผยโทรคุยกับลูกตลอด ด้านพี่สาวเผย น้องชายเข้มแข็ง ปกปิดความเจ็บปวดไม่ให้ใครเห็น
วันนี้ ( 20 ส.ค.68 ) กรณี สิบเอกธีรพล เพียขันที ชาว อ.ละหานทราย จ.บุรีรัมย์ ทหารพรานที่เหยียบทุ่นระเบิดที่ทหารเขมรวางไว้แนวชายแดนไทย-กัมพูชา ฝั่งปราสาทตาเมือนทม จังหวัดสุรินทร์ ในวันที่ 12 ส.ค. ส่งผลให้ขาซ้ายขาด และเข้ารักษาที่โรงพยาบาลสุรินทร์ ตั้งแต่วันเกิดเหตุ ล่าสุดอาการดีขึ้น จึงมีการส่งตัวสิบเอกธีรพล ไปรักษาต่อที่โรงพยาบาลค่ายสุรนารี จ.นครราชสีมา เนื่องจากมีเครื่องมือทางการแพทย์ครบกว่า และเตรียมหาขาเทียมใส่ที่เหมาะสม
ผู้สื่อข่าวเดินทางไป สอบถาม นางสาคร เพียขันที อายุ 78 ปี แม่สิบเอกธีรพล เผยว่า ได้โทรศัพท์ติดต่อลูกชายตลอดระหว่างการรักษาตัวอยู่ที่โรงพยาบาล ลูกชายมักจะบอกตนเองเสมอว่า “แม่อย่าร้องไห้นะ ผมดีขึ้นแล้ว” ตนก็ตอบไปว่า ถ้าเองดีขึ้นแม่ก็ดีขึ้น ถ้าเองไม่ดีขึ้น แม่ก็ไม่ดีขึ้นเหมือนกัน ส่วนการจะกลับมาเป็นทหารเหมือนเดิมไหม ลูกชายตอบว่ารอดูก่อน
ขณะนางมัลลิกา ทุมจันทร์ อายุ 52 ปี พี่สาวสิบเอกธีรยุทธ เล่าว่า น้องชายยังสดใส ดูแล้วเหมือนจะแข็งแรง แต่ลึก ๆ ที่ตนได้สัมผัส ตั้งแต่ออกจากห้องผ่าตัด มองดูแล้วเขาก็จะเจ็บและปวด แต่เมื่อสอบถามอาการ น้องชายจะบอกว่าไม่ได้เจ็บ สบายดี เท่าที่เห็นหลังผ่าตัดน้องชายจะร้องด้วยความเจ็บปวดเหมือนเด็ก แต่เวลาคนอื่นไปจะแสดงปฎิกริยาว่าไม่เจ็บไม่ปวด น้องชายพยายามทำตัวร่าเริง เพื่อไม่อยากให้แม่กังวน หลายครั้งที่ไม่อยากให้แม่ไปดูอาการ
และวันเกิดเหตุเป็นวันแม่แห่งชาติ เพราะทุกครั้งทุกวันแม่เขาก็จะมากราบแม่ แต่ทุกครั้งไม่ใช่เฉพาะวันแม่ เมื่อน้องชายกลับบ้านก็จะมากราบแม่ทุกครั้ง ยอมรับว่าวันที่จะไปรบ คือวันที่ 24 น้องตื่นไปตั้งแต่ตี 4 แม่ไม่รู้เขาก็ไม่ได้กราบแม่ ทำให้แม่กังวนอยู่ตลอดเวลา โดยเฉพาะช่วงที่มีการปะทะกัน แม่พูดเสมอว่าเสียใจที่ไม่ได้ลงจากบ้านให้ลูกกราบ ตอนนี้น้องชายยังไม่ตัดสินใจดีว่าจะทำงานต่อหรือไม่ ส่วนหนึ่งน้องชายว่าอยากจะออก เพราะชอบอาชีพเลี้ยงไก่ชน อาจจะไปช่วยแฟนขายของ