ครม. เคาะมาตรการยกเว้นภาษีเงินเยียวยา ผู้เสียชีวิต–เจ็บสาหัส เหตุปะทะไทย-เขมร

ครม. เคาะมาตรการยกเว้นภาษีเงินเยียวยา ผู้เสียชีวิต–เจ็บสาหัส เหตุปะทะไทย-เขมร

View icon 420
วันที่ 3 ก.ย. 2568 | 18.14 น.
ข่าวออนไลน์7HD
แชร์
รองโฆษกรัฐบาล เผย ครม. ไฟเขียวยกเว้นภาษีเงินเยียวยา ผู้เสียชีวิต–เจ็บสาหัส เหตุปะทะไทย-เขมร รวม 165,600,000 บาท

วันนี้ (3 ก.ย.68) ที่ศูนย์บัญชาการแก้ไขสถานการณ์ชายแดนไทย–กัมพูชา (ศบ.ทก.) น.ส.ศศิกานต์ วัฒนะจันทร์ รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี แถลงว่า คณะรัฐมนตรีมีมติสำคัญ เห็นชอบให้ยกเว้นภาษีเงินได้สำหรับเงินเยียวยาที่จ่ายให้แก่ประชาชนผู้ได้รับผลกระทบจากสถานการณ์ชายแดน ครอบคลุมกรณีผู้เสียชีวิตและทุพพลภาพ จำนวน 17 ราย เป็นเงิน 136,000,000 บาท และกรณีผู้บาดเจ็บสาหัส 37 ราย เป็นเงิน 29,600,000 บาท รวมทั้งสิ้น 165,600,000 บาท โดยมอบหมายให้กระทรวงการคลังดูแล เพื่อให้ประชาชนได้รับสิทธิประโยชน์อย่างครบถ้วนและทันการณ์

ทั้งนี้ ตั้งแต่วันที่ 24 ก.ค.- 2 ก.ย.ที่ผ่านมา เกิดเหตุปะทะตามแนวชายแดนแล้ว 45 ครั้ง มีผู้เสียชีวิต 22 ราย บาดเจ็บ 40 ราย รวมทั้งหมด 62 ราย บ้านเรือนประชาชนเสียหาย 885 หลังคาเรือน ขณะนี้ซ่อมแซมแล้วเสร็จแล้ว 683 หลัง หรือคิดเป็นร้อยละ 77.18 พื้นที่การเกษตรเสียหายกว่า 556 ไร่ ปศุสัตว์ตายและสูญหายรวม 782 ตัว โรงเรียนได้รับผลกระทบ 29 แห่ง รวมถึงสถานที่ทางศาสนา 2 แห่ง และสถานพยาบาล 1 แห่ง

สำหรับมาตรการเยียวยา รัฐบาลได้จ่ายเงินช่วยเหลือแล้วรวม 34,346,022.57 บาท แบ่งเป็นเงินช่วยเหลือครอบครัวผู้เสียชีวิต 32,108,658.57 บาท และช่วยเหลือผู้บาดเจ็บสาหัส 2,237,364 บาท นอกจากนี้ ยังได้จัดสรรเงินทดรองราชการในอำนาจผู้ว่าราชการจังหวัด รวม 201,371,391 บาท เพื่อบรรเทาความเดือดร้อนของประชาชนใน 6 จังหวัดหลัก ได้แก่ บุรีรัมย์ ศรีสะเกษ สุรินทร์ อุบลราชธานี สระแก้ว และตราด พร้อมจัดสรรสิ่งของจำเป็น อาหาร น้ำดื่ม และถุงยังชีพเพิ่มเติมอีก 2,090,024 บาท

รัฐบาลยืนยันว่า การทำงานของศูนย์บัญชาการแก้ไขสถานการณ์ชายแดนไทย–กัมพูชา เป็นการบริหารจัดการเร่งด่วน แต่ทุกกระทรวงยังคงร่วมมือกันดูแลประชาชนอย่างใกล้ชิด โดยมีเป้าหมายสูงสุดในการปกป้องอธิปไตยของชาติ และคุ้มครองชีวิตและทรัพย์สินของประชาชนทุกคน ขอให้พี่น้องประชาชนมั่นใจว่า การแก้ไขและฟื้นฟูจะดำเนินไปอย่างต่อเนื่องและทั่วถึง ไม่มีใครถูกทิ้งไว้ข้างหลัง และรัฐบาลจะยืนเคียงข้างประชาชนทุกก้าวในการก้าวผ่านวิกฤตครั้งนี้ไปด้วยกัน

ข่าวที่เกี่ยวข้อง