ขบวนการค้ายาเสพติด สุดเหิมช่วงเปลี่ยนรัฐบาล ทะลักตรงจากชายแดน ลักลอบขนแบบไม่มีการปกปิดอำพราง ตำรวจภาค 5 จับได้ 2 คดี พฤติกรรมเดียวกัน ขนใส่รถโดยแทบจะไม่มีการปกปิดอำพราง ยาบ้านรวม เกือบ 10 ล้านเม็ด ไอซ์อีก 100 กิโลกรัม
ที่กองบังคับการสืบสวน ตำรวจภูธรภาค 5 อ.เมือง จ.เชียงใหม่ พล.ต.ท.กฤตธาพล ยี่สาคร ผู้บัญชาการตำรวจภูธรภาค 5 พร้อมด้วย นายทศพล เผื่อนอุดม ผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงใหม่ นายอำเภอเชียงของ จ.เชียงราย ตัวแทนของ ปปส.ภาค 5 ทหาร และฝ่ายยปกครอง ร่วมกันแถลงผลการจับกุมคดียาเสพติดรายสำคัญในพื้นที่จังหวัดเชียงใหม่ และจังหวัดเชียงราย 2 คดี รวมของกลาง 9,730,000 เม็ดยาไอซ์ 100 กิโลกรัม ซึ่งทั้ง 2 คดี พบว่าเป็นยาเสพติดล็อตใหม่ที่ลักลอบขนลำเลียงจากฝั่งประเทศเพื่อนบ้านเข้ามายังฝั่งไทย และลักลอบขนลำเลียงต่อเข้ามายังพื้นที่ชั้นในปลายทางกรุงเทพฯ
โดยมีพฤติการณ์คล้ายกันคือ เป็นลักษณะของการขนลำเลียงโดยใช้รถกระบะแบบคอกซิ่ง ที่ขนสินค้าการเกษตร แต่เปลี่ยนมาขนยาเสพติด โดยแบบจะไม่มีการอำพรางซ่อนเร้น เป็นลักษณะที่นำยาเสพติดบรรจุกระสอบ ผูกเป็นเป้ ขนเข้ามาโดยการเดินเท้าเข้ามาตามช่องทางธรรมชาติ และนำใส่รถกระบะทันที ใช้เพียงผ้าใบปกปิด ขนเข้ามายังพื้นที่ชั้นใน ซึ่งอาศัยช่วงเวลาที่ตอนนี้ประเทศไทยกำลังเปลี่ยนรัฐบาล แต่ทางเจ้าหน้าที่ก็ยังคงคุมเข้มมาตรการเรื่องของการสกัดกั้นยาเสพติดอย่างต่อเนื่อง
โดยคดีแรก สภ.เชียงของ ได้ติดตามจากสายข่าว พบรถยนต์โตโยต้า รีโว่ สีขาว ขับตามกันมาจาก จ.เชียงใหม่ เข้าสู่พื้นที่ จ.เชียงราย และเข้าพักโรงแรมในพื้นที่ ต.เวียง จึงแสดงตัวจับกุมนายเอกลักษณ์ (สงวนนามสกุล) อายุ 36 ปี นายนายชลิต (สงวนนามสกุล) อายุ 33 ปี และนายจิรายุทธ อายุ 47 ปี พร้อมของกลางยาบ้า 6,000,000 เม็ด จากการสอบสวนทั้งหมดสารภาพว่า รับจ้างจากนายทุนลำเลียงยาลอตนี้ไปส่งในพื้นที่ภาคกลางของประเทศ
คดีที่สองชุดสืบสวนภาค 5 ร่วมกับสภ.แม่โจ้ สกัดจับรถยนต์ อีซูซู สีเทา 4 ประตู มีผ้าใบกระบะท้าย โดยมีนายดนุสรณ์ (สงวนนามสกุล) อายุ 24 ปี เป็นผู้ขับขี่ขับรถยนต์ บริเวณหน้าร้านสะดวกซื้อ สาขาบ้านไร่สหกรณ์ ม.11 ต.หนองหาร อ.สันทราย จ.เชียงใหม่ หลังขับแหกด่านเจ้าหน้าที่ตำรวจ จากการตรวจค้นในรถพบยาบ้า 3,730,000 เม็ด และไอซ์ จำนวน 100 กิโลกรัม จากการสอบสวนผู้ต้องหาจะนำยาไปส่งพื้นที่กรุงเทพฯ