พิพากษาแก้ จำคุก 2 ปี ปรับ 2 หมื่น แฟรงก์ วีโว่ และพวก บุกชิงตัวเพนกวิน-ไมค์ ระยอง

พิพากษาแก้ จำคุก 2 ปี ปรับ 2 หมื่น แฟรงก์ วีโว่ และพวก บุกชิงตัวเพนกวิน-ไมค์ ระยอง

View icon 165
วันที่ 15 ก.ย. 2568 | 14.54 น.
ข่าวออนไลน์7HD
แชร์
ศาลอุทธรณ์ พิพากษาแก้โทษ เหลือจำคุก 2 ปี ปรับ 2 หมื่น แฟรงก์ วีโว่ และพวกรวม 5 คน บุกชิงตัวเพนกวิน-ไมค์ ระยอง โทษจำคุกให้รอลงอาญา 2 ปี

วันนี้ (15 ก.ย.68) ที่ศาลอาญา ถ.รัชดาภิเษก ศาลนัดฟังคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ คดีหมายเลขดำ อ 420/2564 ที่พนักงานอัยการฝ่ายคดีอาญา 5 เป็นโจทก์ ยื่นฟ้อง นายณัฐนนท์ หรือแฟรงค์ นักเคลื่อนไหวกลุ่มวีโว่, นายธวัช, นายศักดิ์ชัย, นายสมคิด  และนายฉลวย ร่วมกันเป็นจำเลยที่ 1-5 ตามลำดับ ในความผิดฐานร่วมกันมั่วสุมตั้งแต่ 10 คนขึ้นไป ใช้กำลังประทุษร้าย ขัดขวางการปฏิบัติหน้าที่พยายามช่วยเหลือผู้ถูกคุมขังให้พ้นจากการควบคุม

กรณีเมื่อคืนวันที่ 30 ต.ค. 63 พวกจำเลยกับพวกที่ยังหลบหนีได้ร่วมกันขัดขวางเจ้าหน้าที่ และเรียกร้องให้ปล่อยตัว นายพริษฐ์ ชิวารักษ์ หรือเพนกวิน และ นายภาณุพงศ์ จาดนอก หรือไมค์ แกนนำกลุ่มผู้ประท้วงกับพวก ที่อยู่ในรถผู้ต้องขังระหว่างถูกนำตัวไป สน.ประชาชื่น หลังถูกอายัดตัวจากเรือนจำพิเศษกรุงเทพ จำเลยทั้ง 5 ร่วมกันนำไม้มากั้นปิดขวางทางออกบริเวณหน้าเรือนจำพิเศษกรุงเทพ ซึ่งไม่ใช่การชุมนุมโดยสงบและรบกวนการครอบครองการใช้การผ่านเข้าออกเรือนจำพิเศษกรุงเทพและเจ้าหน้าที่ราชทัณฑ์

ต่อมาผู้เสียหายทั้ง 4 ได้ควบคุมตัวนายพริษฐ์ และนายภานุพงศ์ ขึ้นรถควบคุมผู้ต้องขังเพื่อนำไปส่งที่สถานีตำรวจนครบาลประชาชื่น ซึ่งเป็นการปฏิบัติตามหน้าที่เพื่อรอให้สถานีตำรวจที่อายัดตัวมารับไปดำเนินคดีต่อ เมื่อรถควบคุมผู้ต้องขังขับบนถนนงามวงศ์วานมาถึงบริเวณด้านหน้าตลาดพงษ์เพชร และได้จอดติดสัญญาณไฟจราจรสีแดงอยู่ ต่อมาจำเลยทั้ง 5 ได้ขึ้นไปใช้กำลังประทุษร้าย โดยร่วมกันนำรถจักรยานยนต์หลายคันไปล้อมการเดินทางของรถควบคุมผู้ต้องขัง ทำให้รถเคลื่อนไปต่อไม่ได้ และใช้หมวกกนิรภัยและวัสดุแข็งเป็นอาวุธทุบรถควบคุมผู้ต้องขัง, ใช้เท้าเตะรถควบคุมผู้ต้องขัง และใช้ของแข็งตีที่กระจกหน้าต่างห้องควบคุมผู้ต้องหาด้านซ้ายและด้านหลังจนแตก พร้อมกับตะโกนว่า ปล่อยเพื่อนกู

การกระทำของจำเลยทั้งห้ากับพวกดังกล่าวทำให้เกิดการชุลมุนวุ่นวายบนถนนงามวงศ์วานและสี่แยกพงษ์เพชร ไม่ปลอดภัยต่อชีวิตและทรัพย์สินผู้เสียหายทั้งสี่ รวมถึงประชาชนที่สัญจรไปมาบริเวณดังกล่าว เป็นการกระทำโดยเจตนาด้วยประการใดให้นายพริษฐ์ และนายภาณุพงศ์ หลุดพ้นจากการคุมขังโดยใช้กำลังประทุษร้าย ทั้งนี้ จำเลยทั้งห้ากับพวกได้ลงมือกระทำความผิดไปโดยตลอดแล้วแต่การกระทำนั้นไม่บรรลุผล เนื่องจากผู้เสียหายทั้ง 4 ไม่ยอมปล่อยนายพริษฐ์และนายภานุพงศ์ จำเลยทั้งห้ากับพวกไม่สามารถเปิดประตูรถได้ จึงทำให้นายพริษฐ์และนายภานุพงศ์ไม่หลุดจากการคุมขัง ต่อมาจำเลยทั้ง 5 ใช้ก้อนหินขนาดใหญ่ทุ่มใส่รถควบคุมผู้ต้องขังหลายครั้งจนกระจกด้านซ้ายแตก ทำให้หนึ่งในผู้เสียหายได้รับบาดเจ็บที่ด้านหลังมือขวา และขู่เข็ญว่าจะใช้กำลังประทุษร้ายตั้งแต่สามคนขึ้นไป โดยมีหรือใช้อาวุธโดยร่วมกันกระทำความผิดตั้งแต่สามคนขึ้นไป ซึ่งเป็นการทำร้ายเจ้าพนักงานซึ่งกระทำการตามหน้าที่ได้รับอันตรายแก่กายหรือจิตใจ เพื่อขัดขวางไม่ให้ผู้เสียหายทั้ง 4 พาตัวนายพริษฐ์และนายภานุพงศ์ไปยังสถานีตำรวจนครบาลประชาชื่นได้สำเร็จ
 
ต่อมาจำเลยทั้งห้ากับพวกที่หลบหนียังไม่ได้ตัวมาดำเนินคดี ซึ่งมีจำนวนตั้งแต่สิบคนขึ้นไปได้บังอาจร่วมกันมั่วสุมโดยชุมนุมสาธารณะบริเวณสถานีตำรวจนครบาลประชาชื่นอันเป็นที่สาธารณะ โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อเรียกร้องให้ปล่อยตัวนายพริษฐ์และนายภานุพงศ์ โดยได้แสดงออกต่อประชาชนทั่วไปและบุคคลอื่นสามารถร่วมชุมนุมนั้นได้ ในการชุมนุมดังกล่าวจำเลยทั้งห้ากับพวกต้องดำเนินการชุมนุมสาธารณะให้เป็นไปตาม พ.ร.บ.การชุมนุมสาธารณะ พ.ศ.2548 มาตรา 6 , 10 คือ การชุมนุมสาธารณะต้องเป็นไปโดยสงบและปราศจากอาวุธ และจะต้องมีการแจ้งการชุมนุมสาธารณะ อีกทั้งตามมาตรา 16 ผู้ชุมนุมมีหน้าที่ต้องไม่บุกรุก และสร้างความเสียหาย โดยการชุมนุมดังกล่าวจำเลยทั้ง 5 ได้ใช้กำลังประทุษร้าย ชกต่อยร่างกาย ผู้เสียหายทั้ง 4 จนได้รับบาดเจ็บ

การกระทำของจำเลยทั้ง 5 เป็นความผิดหลายกรรมต่างกัน ให้ลงโทษทุกกรรมเป็นกระทงความผิดไป ฐานมั่วสุมตั้งแต่ 10 คนขึ้นไปใช้กำลังประทุษร้ายให้เกิดความวุ่นวายในบ้านเมือง จำคุกคนละ 6 เดือน ปรับคนละ 10,000 บาท ฐานร่วมกันต่อสู้ขัดขวางเจ้าพนักงานในการปฏิบัติตามหน้าที่ กับฐานร่วมกันพยายามให้ผู้ถูกคุมขังตามอำนาจของพนักงานสอบสวนหลุดพ้นจากการคุมขังไป เป็นกรรมเดียวผิดกฎหมายหลายบท ให้ลงโทษฐานร่วมกันต่อสู้ขัดขวางเจ้าพนักงานในการปฎิบัติตามหน้าที่  จำคุกคนละ 2 ปี ปรับคนละ 20,000 บาท ฐานร่วมกันทำร้ายร่างกายเจ้าพนักงานซึ่งปฏิบัติการตามหน้าที่จำคุกคนละ 2 ปี ปรับคนละ 20,000 บาท รวมจำคุกจำเลยทั้งห้าคนละ 4 ปี 6 เดือน ปรับคนละ 50,000 บาท จำเลยทั้งห้าให้การรับสารภาพเป็นประโยชน์แก่การพิจารณามีเหตุบรรเทาโทษ ลดโทษให้กระทงละกึ่งหนึ่ง คงจำคุกจำเลยทั้งห้า คนละ 2 ปี 3 เดือนปรับคนละ25,000 บาท

พิเคราะห์รายงานการสืบเสาะและพินิจจำเลยทั้งห้าแล้วไม่ปรากฏว่าจำเลยทั้งห้าเคยได้รับโทษจำคุกมาก่อน โทษจำคุกให้รอการลงโทษไว้มีกำหนด 2 ปี  ให้จำเลยทั้งห้าไปรายงานตัวต่อพนักงานคุมประพฤติ 3 ครั้งภายใน 1 ปี ให้กระทำกิจกรรมบริการสังคมตามที่พนักงานคุมประพฤติและจำเลยทั้งห้าเห็นสมควรเป็นเวลา 24 ชั่วโมง ต่อมาอัยการโจทก์ยื่นอุทธรณ์

ศาลอุทธรณ์พิเคราะห์แล้ว ที่ศาลชั้นต้นพิพากษามานั้น เห็นควรปรับบทลงโทษเสียใหม่ให้ถูกต้อง เป็นว่า การกระทำของจำเลยทั้งห้าเป็นการกระทำกรรมเดียวผิดต่อกฎหมายหลายบท ให้ลงโทษบทหนักสุด ข้อหาร่วมกันทำร้ายเจ้าพนักงาน ซึ่งกระทำการตามหน้าที่โดยประทุษร้าย และข้อหาร่วมกันขัดขวางเจ้าพนักงานที่กระทำการตามหน้าที่โดยใช้กำลังประทุษร้าย ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 191 วรรคแรก, วรรคสาม ประกอบมาตรา 80,83 และมาตรา 358 ประกอบมาตรา 83

พิพากษาแก้ ลงโทษจำคุกจำเลยทั้งห้า ฐานร่วมกันทำร้ายเจ้าพนักงานฯ คนละ 2 ปี ปรับคนละ 20,000 บาท และฐานร่วมกันขัดขวางเจ้าพนักงานที่กระทำการตามหน้าที่ โดยประทุษร้าย ลงโทษจำคุก คนละ 2 ปี ปรับคนละ 20,000 บาท รวมโทษจำคุก คนละ 4 ปี ปรับ 40,000 บาท จำเลยให้การรับสารภาพเป็นประโยชน์แก่การพิจารณา ลดโทษให้กึ่งหนึ่ง คงจำคุกจำเลย คนละ 2 ปี ปรับคนละ 20,000 บาท โทษจำคุกรอลงอาญาไว้ 2 ปี และยกฟ้องข้อหามั่วสุมกันตั้งแต่ 10 คนขึ้นไป เพื่อก่อความวุ่นวายในบ้านเมือง

ภายหลังฟังคำพิพากษาเสร็จ จำเลยทั้ง 5 คน ได้ชำระค่าปรับ จำนวนคนละ 20,000 บาท จากนั้นจึงพากันเดินทางกลับทันที

ข่าวที่เกี่ยวข้อง