สรุปข่าวรอบโลกประจำวันที่ 15 กันยายน 2568

สรุปข่าวรอบโลกประจำวันที่ 15 กันยายน 2568

View icon 189
วันที่ 15 ก.ย. 2568 | 17.54 น.
ข่าวออนไลน์7HD
แชร์
Open World เปิดโลกรายวัน : สรุปข่าวรอบโลกประจำวันที่ 15 กันยายน 2568

1.ไร้ที่อยู่กว่า 1 พันครัวเรือน เพลิงไหม้ชุมชนแออัดในฟิลิปปินส์

เจ้าหน้าที่ดับเพลิงของฟิลิปปินส์ต้องต้องเร่งดับไฟตลอดทั้งคืน หลังเมื่อช่วงเวลาประมาณ 20.00 น. วันเสาร์ที่ผ่านมา (13 ก.ย.) ตามเวลาท้องถิ่น เกิดเหตุเพลิงไหม้ชุมชนแออัดบริเวณย่านทอดโด (Tondo) ในกรุงมะนิลา เมืองหลวงของฟิลิปปินส์ โดยเพลิงลุกลามอย่างรวดเร็วจนทำให้เกิดเป็นเพลิงไหม้ครั้งใหญ่ เจ้าหน้าที่ต้องใช้เวลากว่า 10 ชั่วโมง จึงควบคุมเพลิงไว้ได้ ส่งผลให้ประชาชนกว่า 1,100 ครัวเรือน ไร้ที่อยู่อาศัย ต้องไปพักอาศัยชั่วคราวอยู่ตามโรงเรียนใกล้เคียง เคราะห์ดีไม่มีผู้เสียชีวิต แม้จะมีรายงานผู้ได้รับบาดเจ็บหลายราย โดยเจ้าหน้าที่กำลังตรวจสอบสาเหตุของเพลิงไหม้ ขณะที่วันนี้ปฏิบัติการบรรเทาทุกข์ช่วยเหลือครอบครัวผู้ได้รับผลกระทบยังคงดำเนินต่อไป

ชาวบ้านที่ถูกเพลิงไหม้บ้านคนหนึ่งเปิดเผยว่า ตอนนี้พวกเขาไม่รู้จะทำยังไง ตื่นมาก็ลำบากเพราะรู้ว่ามีปัญหาการเงิน เพราะพวกเขาไม่เหลืออะไรเลย

ทั้งนี้ ฟิลิปปินส์มีประวัติการบังคับใช้มาตรการความปลอดภัยจากอัคคีภัยในอาคาร บ้านเรือน และสำนักงานต่าง ๆ ที่หละหลวม โดยในเดือนสิงหาคมที่ผ่านมา ก็มีรายงานผู้เสียชีวิต 11 คน จากเหตุเพลิงไหม้อะพาร์ตเมนต์ 5 ชั้น ในย่านไชนาทาวน์ ของกรุงมะนิลา

2.“ทรัมป์” ส่อไม่เล่นงานจีน แม้เลยเส้นตายขาย TikTok
คณะเจรจาทางการค้าของจีนและสหรัฐฯ นัดเจรจาที่กรุงมาดริด ของสเปน เรื่อวข้อตกลงทางการค้าครั้งที่ 4 ในรอบ 4 เดือน ก่อนถึงกำหนดเส้นตายการขายกิจการของ TikTok ในสหรัฐฯ วันที่ 17 กันยายนนี้ แต่ยังไม่มีการเปิดรายละเอียดหลังการเจรจาครั้งนี้แต่อย่างใด

ด้านประธานาธิบดี โดนัลด์ ทรัมป์ ของสหรัฐฯ ยังไม่ยืนยันว่า จะขึ้นภาษีนำเข้าสินค้าจากจีนเพิ่มขึ้นหรือไม่ หากข้อตกลงซื้อกิจการของ TikTok ในสหรัฐฯ ล้มเหลว โดยบอกว่าขณะนี้จีนเสียภาษีนำเข้าอ่วมอยู่แล้ว และหากพ้นกำหนดเส้นตายในวันที่ 17 กันยายนนี้ ก็จะยังคงไม่แบนการให้บริการ TikTok ในสหรัฐฯ เพราะเห็นแก่คนหนุ่มสาวที่ชอบเล่น TikTok และทำให้เขาชนะเลือกตั้ง แต่ย้ำว่าจีนควรเลิกการซื้อน้ำมันจากรัสเซีย

3."มาร์โก รูบิโอ" รับสหรัฐฯ ไม่ปลื้ม อิสราเอลโจมตีกาตาร์
“มาร์โก รูบิโอ” รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศสหรัฐฯ เดินทางเยือนกำแพงตะวันตก หรือกำแพงศักดิ์สิทธิ์ ในนครเยรูซาเลม พร้อมกับนายกรัฐมนตรีเบนจามิน เนทันยาฮู ของอิสราเอล ซึ่งการเดินทางมาเยือนอิสราเอลของรูบิโอครั้งนี้ เกิดขึ้นท่ามกลางความตึงเครียดกับพันธมิตรสหรัฐฯ ในตะวันออกกลาง หลังอิสราเอลโจมตีที่พักของกลุ่มผู้นำฮามาสในกรุงโดฮา ของกาตาร์ และมีแผนการขยายเขตการตั้งถิ่นฐานในเขตเวสต์แบงก์

“รูบิโอ” ยืนยันว่าความสัมพันธ์ระหว่างสหรัฐฯ กับอิสราเอลยังไม่เปลี่ยนแปลง แต่การโจมตีกาตาร์ส่งผลต่อเป้าหมายของประธานาธิบดี โดนัลด์ ทรัมป์ แห่งสหรัฐฯ ในการเจรจากับกลุ่มฮามาสเพื่อส่งคืนตัวประกันทั้งหมดและยุติสงครามในฉนวนกาซา

ขณะเดียวกัน กองทัพอิสราเอลยังคงโจมตีเป้าหมายอาคารหลายชั้นในกาซาซิตี เพื่อบีบบังคับให้ผู้ลี้ภัยชาวปาเลสไตน์อพยพลงใต้ ซึ่งผู้ลี้ภัยจำนวนมากยอมรับว่า ไม่รู้จะหลบหนีไปอยู่ที่ไหนเนื่องจากการเดินทางไปยังเขตอัล-มาวาซี ตามที่อิสราเอลต้องการ ไม่ใช่เรื่องง่ายสำหรับทุกคน เพราะไม่มีกำลังทรัพย์มากพอเป็นค่าใช้จ่ายในการเดินทาง หลายคนก็แก่และยังเด็กเกินกว่าจะเดินเท้าเป็นระยะทางไกล

4.กัมพูชา ปฏิเสธไม่เคยบิน “โดรน” ตามที่ไทยกล่าวหา
พล.ท.หญิง มาลี โสเจียตา โฆษกกระทรวงกลาโหมกัมพูชา แถลงเมื่อช่วงเช้าที่ผ่านมา ถึงกรณีที่ทางกองทัพภาคที่ 2 รายงานว่า เมื่อวานนี้ (14 ก.ย. 68) ตรวจพบความเคลื่อนไหวของฝ่ายกัมพูชาในบางพื้นที่ ตรวจพบโดรนในพื้นที่ตอนใน 8 ครั้ง 6 ลำ พื้นที่แนวชายแดน 35 ครั้ง 74 ลำ

ทาง “มาลี โสเจียตา” ชี้แจงว่า ข้อกล่าวหาดังกล่าว “บิดเบือน” และ “ไม่มีมูลความจริง” ซึ่งการกล่าวหานี้อาจทำให้ความตึงเครียดระหว่าง ไทย-กัมพูชา รุนแรงมากยิ่งขึ้น แถมยังจะส่งผลกระทบอย่างรุนแรงต่อความไว้วางใจซึ่งกันและกันระหว่างทั้งสองฝ่ายอีกด้วย

โดยโฆษกกระทรวงกลาโหมกัมพูชา ยืนยันว่า กัมพูชาไม่ได้ส่งโดรนเข้าไปในดินแดนอธิปไตยของไทย พร้อมเรียกร้องให้ไทยเคารพข้อตกลงที่บรรลุร่วมกันไว้ก่อนหน้านี้ที่ระบุถึงการหลีกเลี่ยงการเผยแพร่ข้อมูลเท็จหรือข้อมูลที่ทำให้เกิดความเข้าใจผิด ทางกัมพูชาขอย้ำว่าการรักษาการเจรจาอย่างสร้างสรรค์เป็นสิ่งสำคัญในการลดความตึงเครียด การป้องกันไม่ให้เกิดความเห็นเชิงลบของสาธารณชน จะนำไปสู่การปฏิบัติตามข้อตกลงหยุดยิงอย่างมีประสิทธิภาพ และกลับสู่ภาวะปกติ

5.นายกฯ รักษาการเนปาล ขอทำงาน 6 เดือน ก่อนส่งต่ออำนาจ
“สุชีลา คาร์กี” รักษาการนายกรัฐมนตรีของเนปาล ซึ่งเป็นนายกรัฐมนตรีหญิงคนแรก ที่เพิ่งเข้ารับตำแหน่งเมื่อวันศุกร์ (12 ก.ย. 68) ที่ผ่านมา ได้กล่าวเปิดใจในการประชุมที่ทำเนียบนายกรัฐมนตรีที่จัดตั้งขึ้นใหม่ในกรุงกาฐมาณฑุ เมืองหลวงของประเทศเนปาล เมื่อวานนี้ (14 ก.ย. 68) โดยเธอได้เข้าสาบานตน หลังเหตุประท้วงต่อต้านการทุจริตนำไปสู่การโค่นล้มรัฐบาลของนายกรัฐมนตรี เค.พี. ชาร์มา โอลิ

โดย “สุชีลา คาร์กี” กล่าวว่า เธอไม่ได้ปรารถนาในตำแหน่ง แต่เป็นเพราะเสียงเรียกร้องจากประชาชนตามท้องถนน จึงต้องตอบรับตำแหน่งนี้ ไม่ได้อยู่ในตำแหน่งเพื่อลิ้มรสชาติของอำนาจ อายุก็ไม่ได้เอื้ออำนวย และเธอมาที่นี่เพื่อรับใช้ประเทศเท่านั้น และขอให้คำมั่นสัญญาว่า รัฐบาลรักษาการของเธอจะทำงานแค่ 6 เดือน หลังจากนั้นจะส่งมอบอำนาจให้กับรัฐบาลชุดใหม่ พร้อมเรียกร้องให้ยุติการคอร์รัปชันในประเทศ

นอกจากนี้ รักษาการนายกฯ เนปาล ยังได้ประกาศมอบเงินชดเชยให้กับผู้ที่เสียชีวิตจากการประท้วงเมื่อวันที่ 8 กันยายนด้วย เป็นเงินจำนวน 1 ล้านรูปี หรือเกือบ 4 แสนบาท ส่วนผู้ที่ได้รับบาดเจ็บก็จะได้รับเงินชดเชยด้วยเช่นกัน