สมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดา ฯ สยามบรมราชกุมารี ทรงปฏิบัติพระราชกรณียกิจ ดังนี้

View icon 242
วันที่ 15 ก.ย. 2568 | 20.02 น.
ข่าวในพระราชสำนัก
แชร์
เวลา 08.44 น. วันนี้ สมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดา ฯ สยามบรมราชกุมารี อุปนายิกาผู้อำนวยการสภากาชาดไทย นายกสภาสถาบันการพยาบาลศรีสวรินทิรา สภากาชาดไทย เสด็จพระราชดำเนินไปยังอาคารสิรินธรานุสรณ์ 60 พรรษา ทรงเป็นประธานการประชุมสภาสถาบันการพยาบาลศรีสวรินทิรา สภากาชาดไทย ครั้งที่ 59 

โดยมีระเบียบวาระต่าง ๆ อาทิ (ร่าง) งบประมาณรายจ่าย ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2570 เฉพาะรายการบุคลากรภาครัฐ, (ร่าง) กรอบแผนบริหารความเสี่ยงและควบคุมภายใน สถาบันการพยาบาลศรีสวรินทิรา สภากาชาดไทย ปีงบประมาณ พ.ศ.2569, สรุปผลการประเมินการปฏิบัติหน้าที่ของอธิการบดี เมื่อครบ 3 ปี ของการดำรงตำแหน่ง, สรุปผลการประเมินการปฏิบัติหน้าที่ของคณบดีสำนักวิชาพยาบาลศาสตร์ เมื่อครบ 3 ปี 6 เดือน ของการดำรงตำแหน่ง, กฎบัตรของคณะกรรมการตรวจสอบ สถาบันการพยาบาลศรีสวรินทิราสภากาชาดไทย, การสำเร็จการศึกษาของผู้เข้าศึกษา หลักสูตรประกาศนียบัตรผู้ช่วยพยาบาล การเสนอแต่งตั้งอาจารย์ประจำหลักสูตรพยาบาลศาสตรมหาบัณฑิต สาขาวิชาการพยาบาล สาธารณภัย (เพิ่มเติม), (ร่าง) แผนปฏิบัติการสถาบันการพยาบาลศรีสวรินทิรา สภากาชาดไทย ประจำปีงบประมาณ พ.ศ.2569, การแต่งตั้งคณะกรรมการพิจารณาศึกษาปรับปรุงข้อบังคับสถาบันการพยาบาลศรีสวรินทิรา สภากาชาดไทย ว่าด้วยหลักเกณฑ์ และวิธีการสรรหาอธิการบดี สถาบันการพยาบาลศรีสวรินทิรา สภากาชาดไทย

สถาบันการพยาบาลศรีสวรินทิรา สภากาชาดไทย ก่อตั้งเมื่อปี 2457 โดยพระราชประสงค์ของ พระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว เป็นสถาบันการศึกษาแห่งแรก ที่เปิดสอนหลักสูตรวิชาการพยาบาลในประเทศไทย เดิมชื่อ "โรงเรียนนางพยาบาล สภากาชาดสยาม" ต่อมา พัฒนา และเปลี่ยนชื่อเป็น "วิทยาลัยพยาบาลสภากาชาดไทย" กระทั่งในปี 2559 ได้ยกฐานะเป็นสถาบันอุดมศึกษา ด้านการพยาบาล ตามพระราชบัญญัติ สถาบันการพยาบาลศรีสวรินทิรา สภากาชาดไทย ปัจจุบันเปิดสอนหลักสูตรพยาบาลศาสตรบัณฑิต, หลักสูตรพยาบาลศาสตรมหาบัณฑิต, หลักสูตรการพยาบาลเฉพาะทาง และหลักสูตรประกาศนียบัตรผู้ช่วยพยาบาล

เวลา 15.16 น. พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าโปรดกระหม่อมให้ เสด็จพระราชดำเนินแทนพระองค์ไปยังอาคารเฉลิมพระเกียรติ มหาวิทยาลัยนราธิวาสราชนครินทร์ อำเภอเมืองฯ จังหวัดนราธิวาส ในการพระราชทานปริญญาบัตรแก่ผู้สำเร็จการศึกษาจากมหาวิทยาลัยนราธิวาสราชนครินทร์ ประจำปีการศึกษา 2567 โดยปีนี้ มีผู้สำเร็จการศึกษาในระดับปริญญาโท และปริญญาตรี และหลักสูตรประกาศนียบัตรสาขาวิชาชีพครู เข้ารับพระราชทานปริญญาบัตร และประกาศนียบัตร รวม 645 คน

โอกาสนี้ มีพระราโชวาทความว่า "ในโอกาสนี้ ข้าพเจ้าขอเชิญพระบรมราโชวาท ที่พระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร ได้พระราชทานไว้นานมาแล้ว เพื่อเป็นข้อคิดและแนวทางปฏิบัติแก่บัณฑิตว่า ลักษณะของการศึกษาหรือการเรียนรู้นั้น มีอยู่ 3 ลักษณะ  ได้แก่ เรียนรู้ตามความรู้ความคิดของผู้อื่นอย่างหนึ่ง เรียนรู้ด้วยการขบคิดพิจารณาของตนเองให้เห็นเหตุผลอย่างหนึ่ง กับเรียนรู้จากการปฏิบัติฝึกฝนจนประจักษ์ผล และเกิดความคล่องแคล่วชำนาญอีกอย่างหนึ่ง การเรียนรู้ทั้ง 3 ลักษณะนี้ จำเป็นจะต้องกระทำไปด้วยกัน ให้สอดคล้องและอุดหนุนส่งเสริมกัน จึงจะช่วยให้เกิดความรู้จริง พร้อมทั้งความสามารถที่จะนำมาใช้ทำการต่าง ๆ อย่างมีประสิทธิภาพได้ กล่าวคือ การเรียนความรู้ทุกอย่างนั้น จะต้องเรียนตามความรู้ของผู้อื่นก่อนเป็นเบื้องต้น เมื่อรู้แล้ว จึงนำมาพิจารณาด้วยเหตุผลให้เห็นแจ่มชัดละเอียดลงไปอีกชั้นหนึ่ง ให้ถึงเนื้อหาสาระ อันจะอ้างอิงอาศัยเป็นหลักฐานได้ มิให้เป็นการรู้อย่างเลื่อนลอย แต่แม้ถึงขั้นที่ 2 นี้แล้ว ก็ยังถือว่าจะนำมาใช้การให้ได้ผลแน่นอนจริง ๆ ไม่ได้ ยังจำเป็นต้องนำความรู้นั้นมาปฏิบัติฝึกฝนอีก ให้เกิดผลประจักษ์แจ้ง และเกิดความคล่องแคล่วชำนิชำนาญขึ้นพร้อมกันไปด้วย จึงจะนำไปใช้ปฏิบัติงานให้สำเร็จผลได้ไม่ขัดข้อง จึงขอให้บัณฑิตน้อมนำพระบรมราโชวาททั้งนี้ ไปพิจารณาทำความเข้าใจเรื่องการศึกษาเรียนรู้ แล้วตั้งใจพยายามเรียนรู้ให้ได้ครบถ้วนทั้ง 3 ลักษณะ ไปด้วยกัน จะได้บังเกิดเป็นความรู้ความสามารถที่แท้จริง อันจะช่วยให้แต่ละคนประสบความสำเร็จ ในการประกอบกิจการงานและการดำเนินชีวิตได้อย่างยั่งยืน"

ภายหลังเสร็จสิ้นพิธีพระราชทานปริญญาบัตรแล้ว สมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดา ฯ สยามบรมราชกุมารี พระราชทานพระราชวโรกาสให้ นายกสภามหาวิทยาลัยนราธิวาสราชนครินทร์, ประธานที่ปรึกษามหาวิทยาลัยฯ, อธิการบดี และผู้แทนคณาจารย์ เฝ้าทูลละอองพระบาท ทูลเกล้าทูลกระหม่อมถวายของที่ระลึก และพระราชทานพระราชวโรกาสให้ คณะบุคคล เฝ้าทูลละอองพระบาททูลเกล้าทูลกระหม่อมถวายเงินโดยเสด็จพระราชกุศลตามพระราชอัธยาศัย

ข่าวอื่นในหมวด

ข่าวที่เกี่ยวข้อง