ตุ๋นหญิงชราโอน 5 ครั้ง หมด 5 ล้านบาท

View icon 93
วันที่ 16 ก.ย. 2568 | 16.01 น.
ข่าวเย็นประเด็นร้อน
แชร์
ข่าวเย็นประเด็นร้อน - คุณยาย อายุ 83 ปี ตกเป็นเหยื่อแก๊งคอลเซนเตอร์ ถูกตุ๋นเงินไปกว่า 5 ล้านบาท ตำรวจเป็นท้อ พยายามเข้าช่วยเหลือเกลี้ยกล่อม แต่คุณยายกลับไม่เชื่อว่าที่คุยอยู่ตรงหน้านั้นเป็นตำรวจจริง

เป็นนาทีที่ตำรวจ 2 สน. ทั้ง สน.พระโขนง และ สน.อุดมสุข ช่วยกันเข้าเกลี้ยกล่อมหญิงชรา อายุ 83 ปี ที่ตกเป็นเหยื่อของแก๊งคอลเซนเตอร์ ถูกหลอกโอนเงินไปแล้ว กว่า 5 ล้านบาท

แม้ว่าตำรวจจะพยายามแค่ไหน คุณยายก็ไม่ยอมเชื่อ กลับหาว่าเป็นตำรวจปลอมเสียอีก จนสุดท้ายตำรวจต้องตามหาญาติมาช่วยอีกแรง

หลังเหตุการณ์ผ่านไป 3 วัน คุณยายที่ตกเป็นผู้เสียหาย ได้ตัดสินใจเข้าแจ้งความกับ ตำรวจ สน.พระโขนง และให้ปากคำ โดยบอกว่าถูกหลอกให้โอนเงินไปร่วมลงทุนหลายครั้ง รวมเป็นเงินกว่า 5 ล้านบาท ซึ่งตำรวจได้รวบรวมพยานหลักฐาน และอายัดบัญชีม้า ที่ผู้เสียหายโอนเงินเข้าไปเรียบร้อยแล้ว ตามเงินคืนกลับมาได้ ราว ๆ 2.5 ล้านบาท อีกครึ่งก็ยังต้องรอดูเส้นเงินว่าจะไปถึงไหน

เรื่องนี้เริ่มจากธนาคาร พบความผิดปกติในการโอนเงินบัญชีของคุณยาย จึงแจ้งไปยังศูนย์ AOC 1441 จากนั้นทางศูนย์ฯ ได้แจ้งเรื่องไปยังตำรวจนครบาล และส่งเรื่องต่อให้ สน.ในพื้นที่ เพื่อเข้าไปห้ามคุณยาย ให้วางสายจากแก๊งคอลเซนเตอร์

เบื้องต้นมีข้อมูลว่า คุณยายโอนเงินให้กับแก๊งคอลเซ็นเตอร์ไปทั้งหมด 5 ครั้ง เริ่มตั้งแต่วันที่ 3 กันยายนที่ผ่านมา ฝากเงินสดจำนวน 3,500,000 บาท ต่อมา 4 กันยายน โอนจำนวน 400,000 บาท และ 5 กันยายน โอนจำนวน 300,000 บาท จากนั้น 8 กันยายน โอนจำนวน 360,000 บาท และครั้งสุดท้ายในวันที่ 10 กันยายน โอนจำนวน 450,000 บาท รวม 5 ครั้ง เป็นเงิน 5,010,000 บาท

วันนี้ทีมข่าวลงพื้นที่ไปที่บ้านของคุณยายผู้เสียหาย อยู่ใน กทม. เพื่อสอบถามข้อเท็จจริงที่เกิดขึ้น โดยพยายามเรียกผู้เสียหายหลายครั้ง แต่ไม่มีการตอบรับ

กระทั่งเจอคนใกล้ชิด เธอเล่าให้ฟังว่า ผู้เสียหายอาศัยอยู่เพียงคนเดียวในบ้าน และไม่ขอให้ข้อมูลใด ๆ ทั้งสิ้นกับสื่อมวลชน ส่วนเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นเธอเองก็รู้สึกตกใจ และเป็นห่วงผู้เสียหายเหมือนกัน ที่ผ่านมาเคยเตือนหลายครั้งแล้ว เพราะเห็นว่าผู้เสียหายเป็นคนชอบลงทุน และมักออกไปทำธุระที่ธนาคารทุกอาทิตย์ โดยจะให้เธอเป็นคนเรียกรถแท็กซี่ให้

ซึ่งระหว่างยืนคุยกับคนใกล้ชิดคุณยายอยู่นั้น ญาติของผู้เสียหายได้โทรศัพท์สายตรง ขอคุยกับสื่อมวลชนที่มาทำข่าว โดยขอความเป็นส่วนตัวให้กับครอบครัว และไม่อยากให้ใครมายุ่งเกี่ยว เพราะตอนนี้ทุกอย่างอยู่ในกระบวนการของตำรวจหมดแล้ว พร้อมกล่าวสั้น ๆ อีกว่า ครอบครัวสามารถดูแลคุณยายได้ ไม่ต้องการให้ใครมายุ่งทั้งสิ้น

ขณะเดียวกัน ประธานหมู่บ้านที่อยู่ในเหตุการณ์ เผยกับทีมข่าวว่า ปกติแล้วผู้เสียหายเป็นคนค่อนข้างเก็บตัว ไม่ค่อยออกมาสุงสิงกับใคร จะมีลูกหลานแวะมาเยี่ยมนาน ๆ ครั้ง

ส่วนเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นเมื่อวานนี้ มีลูกบ้านแจ้งมาว่าไม่สามารถเข้าไปจอดรถที่หน้าบ้านได้ เพราะมีตำรวจมายืนล้อมอยู่ที่บ้านของผู้เสียหาย แต่เมื่อออกไปดู จึงทราบเรื่อง และใช้เวลาเกลี้ยกล่อมร่วมกับตำรวจนานกว่า 1 ชั่วโมง จนสถานการณ์คลี่คลาย

ซึ่งหลังจากนี้ทั้งตนและชาวบ้านคนอื่น ๆ จะพยายามสอดส่องดูแลผู้เสียหายมากขึ้น เพื่อไม่ให้ตกเป็นเหยื่อของมิจฉาชีพซ้ำอีก

ข่าวที่เกี่ยวข้อง