เวลา 08.34 น. วันนี้ สมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดา ฯ สยามบรมราชกุมารี เสด็จพระราชดำเนินไปยังโรงเรียนบ้านมูโนะ อำเภอสุไหงโกลก จังหวัดนราธิวาส ทรงเปิดอาคารเรียนอนุบาลพระราชทาน ขนาด 3 ห้องเรียน ซึ่งได้พระราชทานพระราชทรัพย์ส่วนพระองค์จัดสร้างขึ้น เพื่อทดแทนอาคารหลังเดิมที่ได้รับความเสียหายจากเหตุการณ์โกดังพลุระเบิด เมื่อปี 2566 จนไม่สามารถจัดการเรียนการสอนได้
โอกาสนี้ ทอดพระเนตรกิจกรรมนักเรียนอนุบาล ได้แก่ กิจกรรมเคลื่อนไหวและจังหวะ ชุดหนอนผีเสื้อ เพื่อฝึกกล้ามเนื้อ, บ้านนักวิทยาศาสตร์น้อย "เรื่องความหลากหลายทางชีวภาพ ในชุมชนมูโนะ" ฝึกความคิดสร้างสรรค์และจินตนาการ และกิจกรรมสร้างสรรค์บูรณาการสะเต็มศึกษา มีการสมมติเหตุการณ์เกิดน้ำท่วมที่มูโนะ เพื่อฝึกให้เด็กรู้จักการเอาตัวรอด
ส่วนโครงการเกษตรเพื่ออาหารกลางวัน ศูนย์ศึกษาการพัฒนาพิกุลทองอันเนื่องมาจากพระราชดำริ ไปปรับปรุงแปลงเกษตรเพื่ออาหารกลางวัน พร้อมสนับสนุนปุ๋ยหมัก และพันธุ์ผัก เพื่อเป็นวัตถุดิบประกอบอาหาร เป็นการลดค่าใช้จ่ายของนักเรียนและผู้ปกครอง และมีการเพาะเห็ดนางฟ้าและแปรรูปเห็ดนางฟ้า ช่วยให้นักเรียนได้รับอาหารที่มีคุณค่าทางโภชนาการครบถ้วน
จากนั้น ทรงพระดำเนินไปยังหอประชุมราชพฤกษ์ ทรงติดตามความก้าวหน้าการดำเนินงานของโรงเรียน ซึ่งสังกัดสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน เปิดสอนชั้นอนุบาล 2 ถึงมัธยมศึกษาปีที่ 3 ปัจจุบัน มีนักเรียน 844 คน ในปี 2566 ได้รับพระราชทานคอมพิวเตอร์ 15 เครื่อง ภายใต้โครงการพัฒนาเด็กและเยาวชนในถิ่นทุรกันดาร ตามพระราชดำริในพื้นที่ภาคใต้ ทำให้ครูสามารถจัดการเรียนการสอนได้อย่างมีคุณภาพ ส่วนนักเรียนได้เรียนรู้อย่างมีความสุข ส่งผลให้ได้รับรางวัลเหรียญทองชนะเลิศการแข่งขันออกแบบสิ่งของเครื่องใช้ด้วยโปรแกรมคอมพิวเตอร์ ระดับชั้นมัธยศึกษาปีที่ 1-3 งานศิลปหัตถกรรมนักเรียน ครั้งที่ 71
ในการนี้ ทอดพระเนตรการแสดงชุด "การแสดงนาฏศิลป์สร้างสรรค์นาฏยเกอเบบาซันดาลัมซัมกา" ซึ่งเป็นการแสดงสำหรับต้อนรับแขกที่มาเยี่ยมโรงเรียน นำเสนอวิถีชีวิตของชาวบ้าน ที่นิยมเลี้ยงนก และกรงนก เป็นสินค้าที่ได้รับความนิยมในพื้นที่
จากนั้น ทอดพระเนตรกิจกรรมต่าง ๆ อาทิ นวัตกรรมการอ่าน 3R ประกอบด้วย Reading (W) Riting (A) Rithmetic เพื่อสร้างนิสัยรักการอ่าน และส่งเสริมการเรียนรู้หลายภาษา คือ ภาษาไทย อังกฤษ และมลายู โดยจัดทำหนังสือส่งเสริมการอ่าน 3 ภาษา 3R เพื่อบูรณาการการเรียนรู้ โดยใช้เรื่องราวจากท้องถิ่นมูโนะ มาเป็นพื้นฐาน รวม 3 เล่ม ได้แก่ บ้านเกิดของฉัน, ของดีที่บ้านฉัน และเจ้าบ้านที่ดี
โครงงานวิทยาศาสตร์จากหนังสือสารานุกรมไทยสำหรับเยาวชน นำเสนอเรื่อง แป้งกล้วยสำหรับทำขนมอาเกาะเพื่อสุขภาพ ส่งเสริมให้มีทักษะอาชีพ ได้ฝึกปฏิบัติ เพื่อนำความรู้ไปประยุกต์ใช้ในชีวิตประจำวัน
กิจกรรมพิมพ์ลายวัสดุธรรมชาติ หรือ อีโคพรินท์ นำพืชและใบไม้ในท้องถิ่นมาใช้พิมพ์สีผ้า รวมทั้งฝึกความคิดสร้างสรรค์ในการพัฒนาผลิตภัณฑ์อีโคพรินท์ สามารถสร้างรายได้ให้ตนเองและครอบครัว
ก่อนเสด็จพระราชดำเนินกลับ ทรงเยี่ยมราษฎรชุมชนมูโนะที่มาเฝ้าทูลละอองพระบาทรับเสด็จ บ้านมูโนะ เป็นหมู่บ้านที่อยู่ติดกับแม่น้ำสุไหงโก-ลก ซึ่งกั้นพรมแดนระหว่างไทยและมาเลเซีย มีประชากร 1,305 ครัวเรือน ประกอบอาชีพค้าขายเป็นหลัก
เวลา 12.28 น. เสด็จพระราชดำเนินไปยังศูนย์เยาวชนเทศบาลนครยะลา อำเภอเมืองฯ จังหวัดยะลา ทรงเปิดอาคาร Yala Youth Center ซึ่งเทศบาลนครยะลา ดำเนินการจัดสร้างอาคารอเนกประสงค์ ศูนย์เยาวชนเทศบาลนครยะลาหลังใหม่ขึ้น โดยเป็นอาคาร 5 ชั้น เพื่อเป็นอาคารอุทยานการเรียนรู้ TK park Yala แห่งใหม่ สำหรับจัดกิจกรรมต่าง ๆ รวมทั้งเป็นที่ทำการของชมรมกีฬาและนันทนาการของเทศบาล ซึ่งเปิดโอกาสให้ชาวยะลาได้ทำกิจกรรมร่วมกัน ภายใต้ความหลากหลายทางวัฒนธรรม ตามนโยบายของการสร้างสังคมสมานฉันท์ Yala : Harmonized City
ภายในอุทยานการเรียนรู้ฯ แบ่งเป็นโซนต่าง ๆ ได้แก่ โซนห้องสมุดมีชีวิต สำหรับผู้สนใจการอ่านศึกษาค้นคว้า มีการจัดเก็บหนังสือที่มีเนื้อหาเกี่ยวกับศิลปวัฒนธรรมท้องถิ่น สภาพแวดล้อมในชุมชน และวิถีชีวิตคนในท้องถิ่น พร้อมมุมอินเทอร์เน็ต รวมทั้งห้องละหมาด, โซนเด็ก เป็นห้องสมุดสำหรับเด็ก มีการจัดกิจกรรมเพื่อเด็กทุกวันเสาร์-อาทิตย์, โซนลานสานฝัน สำหรับจัดกิจกรรมส่งเสริมทักษะ ความรู้ด้านไอที ทำอาหาร และการแสดงศิลปะ ทั้งนี้ อุทยานการเรียนรู้ (ยะลา) เปิดให้บริการมาแล้ว 18 ปี มีผู้เข้าใช้บริการ กว่า 3 ล้านคน มีผู้เยี่ยมชมกว่า 130,000 คน มีสมาชิกกว่า 15,000 คน
ในการนี้ ทอดพระเนตรการแสดงขับร้องประสานเสียงบทเพลงพระราชนิพนธ์ "ใกล้รุ่ง" โดย วงปล่อยแก่ ซึ่งเป็นวงขับร้องประสานเสียงของผู้สูงอายุชาวยะลา 1 ใน 13 วง จาก 12 จังหวัดทั่วประเทศ ที่ได้รับการสนับสนุนจากเทศบาลเมืองยะลา มูลนิธิอาจารย์สุกรี เจริญสุข สำนักงานการวิจัยแห่งชาติ (วช) และมูลนิธิตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย เพื่อให้ผู้สูงวัยมีกิจกรรมทำร่วมกัน ส่งเสริมสุขภาพกายและใจ ลดความเสี่ยงการเกิดโรคต่าง ๆ โดยเฉพาะโรคซึมเศร้า
พร้อมกันนี้ ทอดพระเนตรการแสดงของวงออร์เคสตร้าเยาวชนเทศบาลนครยะลา ในเพลงองค์หญิงผู้มีเมตตา ซึ่งทางวงฯ แต่งขึ้นใหม่ เพื่อแสดงความจงรักภักดี และสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณของสมเด็จพระกนิษฐาฐิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดา ฯ สยามบรมราชกุมารี รวมถึงเพลงเกลียดห้องเบอร์ห้า และเพลงกระแซะเข้ามาสิ สำหรับวงออร์เคสตร้าเยาวชนเทศบาลนครยะลา เป็นวงดนตรีในโครงการส่งเสริมทักษะด้านดนตรี เปิดรับเยาวชนในจังหวัดยะลา และใกล้เคียง เพื่อเสริมสร้างเยาวชนให้ใช้เวลาว่างให้เป็นประโยชน์ สามารถทำงานเป็นทีม สอดแทรกวัฒนธรรมไทยพุทธและมุสลิมผสมผสานกันอย่างกลมกลืน แสดงให้เห็นว่า "ดนตรีสื่อสันติสุข" ทำให้คนที่มีที่มาต่างกันสามารถอยู่รวมกันได้อย่างมีความสุข และสามารถรวมพลังสร้างสรรค์สิ่งดีงามเพื่อสานฝันให้เป็นจริงได้
เวลา 13.17 น. เสด็จพระราชดำเนินไปทรงเปิดอาคารพิพิธภัณฑ์เมืองยะลา (YALA CITY MUSEUM) อำเภอเมืองฯ ซึ่ง นายอนุชิต ตระกูลมุทุตา อดีตผู้ว่าราชการจังหวัดยะลา ได้ริเริ่มพัฒนาพื้นที่อุทยานเฉลิมพระเกียรติ 7 รอบ 84 พรรษา ริมแม่น้ำปัตตานี เนื้อที่กว่า 94 ไร่ ให้เป็นพิพิธภัณฑ์เมืองยะลา โดยสำนักงานโยธาธิการและผังเมืองจังหวัดยะลา ได้ส่งมอบอาคารฯ ให้เทศบาลนครยะลา เมื่อวันที่ 17 กุมภาพันธ์ 2565 และจัดทำนิทรรศการและสื่อจัดแสดง เพื่อเป็นแหล่งเรียนรู้เรื่องผังเมืองยะลา ให้เด็กและเยาวชน ตระหนักในคุณค่าของผังเมืองที่ส่งผลต่อความเป็นอยู่ที่ดีของคนยะลา สร้างความภาคภูมิใจและความรักในถิ่นฐาน รวมทั้งเก็บรวบรวมข้อมูลความคิดเห็นของประชาชนในการพัฒนาเทศบาลนครยะลา
โดยออกแบบให้เป็นอาคารประหยัดพลังงาน ตัวอาคารอยู่ในแนวรับลมธรรมชาติ รูปทรงอาคารเลียนแบบจากโรงยางพารา สูง 2 ชั้น ผนังเป็นแผ่นอิฐช่องลมที่มีลวดลายผสมผสาน ทั้งศิลปะพุทธ มุสลิม และไทยเชื้อสายจีน ชั้น 1 มีห้องนิทรรศการ ยะลาเมืองของเรา เมืองของโลก, ห้องประชุมอเนกประสงค์, ห้องนิทรรศการหมุนเวียน, ศูนย์ฝึกทักษะอาชีพเด็กและเยาวชน เทศบาลนครยะลา โดยมูลนิธิช่วยเหลือผู้ขาดแคลนทุนทรัพย์ เพื่อลดความเหลื่อมล้ำทางการศึกษา, ห้องพยาบาล และ Co-Working Space ส่วนชั้น 2 มีห้องนิทรรศการ ยะลาเมืองแห่งพลังสร้างสรรค์, ห้องนิทรรศการเมืองแห่งการพัฒนาอย่างยั่งยืน, ห้องกิจกรรม, ห้องประชุม และ Co-Working Space
จากนั้น ทอดพระเนตรนิทรรศการ ได้แก่ นิทรรศการ "ยะลาเมืองของเรา เมืองของโลก" นำเสนอความงดงามของผังเมืองในเขตเทศบาลนครยะลา ที่มีความเป็นระเบียบเรียบร้อย ได้รับยกย่องให้เป็นผังเมืองที่สวยงามและดีที่สุด รวมทั้งนำเสนอความหลากหลายของทรัพยากรธรรมชาติ ผู้คน วัฒนธรรม ซึ่งเมืองยะลา เคยเป็นส่วนหนึ่งของเมืองปัตตานี มีการโยกย้ายที่ตั้งถึง 4 ครั้ง คือ ยาลอ ท่าสาป สะเตง และนิบง รวมทั้งเรียนรู้เมืองที่ใช้เทคโนโลยีและนวัตกรรม เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพให้บริหารจัดการเมือง ผ่านเกมออกแบบสร้างเมืองอัจฉริยะ
ห้องนิทรรศการ ยะลาเมืองแห่งพลังสร้างสรรค์ เรียนรู้พัฒนาการต่อยอดสินค้าของชาวยะลา เพื่อยกระดับสินค้า และพัฒนาเศรษฐกิจสร้างสรรค์ ได้แก่ ผลิตผลจากผืนดินและสายน้ำ คนยะลาทำเกษตรกรรมเป็นหลัก แล้วนำผลผลิตมาต่อยอดจนมีชื่อเสียง เช่น ทุเรียนสะเด็ดน้ำ ปลานิลสายน้ำไหลเบตง, รสชาติอันหลากหลาย เนื่องจากเป็นสังคมพหุวัฒนธรรม ทั้งไทยพุทธ ไทยมุสลิม และไทยจีน เกิดอาหารยะลา เช่น นาชิกาบูดาระ ไก่กอและ โรตีบากา, เมืองแห่งนก มีสนามแข่งนกเขาชวา และนกกรงหัวจุก ที่พัฒนามาจากการละเล่นพื้นบ้านสู่มหกรรมแข่งนกที่ยิ่งใหญ่ที่สุดในอาเซียน และปากายันมลายู ที่มุ่งอนุรักษ์ ส่งเสริม พัฒนาต่อยอดผ้าพื้นเมืองมลายูสู่สากล
ห้องนิทรรศการ เมืองแห่งการพัฒนาอย่างยั่งยืน เพื่อน้อมรำลึกถึงพระมหากรุณาธิคุณของพระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร ที่ทรงมีต่อ 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ คือ ปัตตานี ยะลา นราธิวาส อาทิ พระบาทยาตรานครยะลา แสดงพระบรมฉายาลักษณ์ เมื่อครั้งเสด็จพระราชดำเนินเยือนจังหวัดยะลา, ภูมิสังคม สู่การพัฒนาอย่างยั่งยืน เรียนรู้หลักการทรงงาน ใช้ความรู้ด้านวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี ทำความเข้าใจกับสภาพภูมิศาสตร์และทรัพยากรธรรมชาติ ผนวกกับสภาพสังคมและวิถีชีวิต เพื่อให้เกิดความยั่งยืน, โครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริ เรียนรู้สภาพภูมิประเทศและสังคมที่แตกต่างกันของ 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ ที่ได้รับการพัฒนาด้วยรูปแบบและวิธีการที่สอดคล้องกับสภาพภูมิสังคม, การฉายภาพยนตร์ "สืบสาน รักษา ต่อยอด" ตามแนวพระราชดำริ และมีพื้นที่สนับสนุนพิพิธภัณฑ์ ที่เปิดให้กลุ่มบุคคล องค์กร และประชาชน มาแลกเปลี่ยนเรียนรู้สร้างสรรค์กิจกรรมนันทนาการ เพื่อสร้างสังคมแห่งภูมิปัญญาพัฒนาสู่อนาคตอย่างยั่งยืนร่วมกัน