เวลา 09.06 น. วันนี้ สมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดา ฯ สยามบรมราชกุมารี เสด็จพระราชดำเนินไปในงานเฉลิมพระเกียรติ 100 ปี พระบรมราชสมภพ พระบาทสมเด็จพระปรเมนทรมหาอานันทมหิดล พระอัฐมรามาธิบดินทร ณ โรงพยาบาลอานันทมหิดล จังหวัดลพบุรี โอกาสนี้ ทรงวางพุ่มดอกไม้ แล้วทรงจุดธูปเทียนเครื่องทองน้อย ถวายราชสักการะพระบรมราชานุสาวรีย์ พระบาทสมเด็จพระปรเมนทรมหาอานันทมหิดล พระอัฐมรามาธิบดินทร
งาน "เฉลิมพระเกียรติ 100 ปี พระบรมราชสมภพ พระบาทสมเด็จพระปรเมนทรมหาอานันทมหิดล พระอัฐมรามาธิบดินทร" โรงพยาบาลอานันทมหิดล จัดขึ้น เพื่อเทิดพระเกียรติ และน้อมรำลึกในพระมหากรุณาธิคุณ ที่ทรงมีต่อโรงพยาบาล โดยพระราชทานพระราชทรัพย์ส่วนพระองค์ เพื่อเป็นที่ให้บริการทางการแพทย์และสาธารณสุขแก่ราษฎรในจังหวัดลพบุรีและใกล้เคียง โดยได้เสด็จพระราชดำเนินไปทรงเปิดโรงพยาบาลอย่างเป็นทางการ เมื่อวันที่ 6 มกราคม 2481 พร้อมพระราชทานนามว่า "โรงพยาบาลอานันทมหิดล" ซึ่งให้บริการดูแลสุขภาพอนามัยแก่ประชาชนมา 87 ปี
จากนั้น เสด็จพระราชดำเนินไปยังอาคารอำนวยการ ทรงเปิดนิทรรศการ "อัฏฐมรามาธิบดินทราชา ศตวัสสาบรมราชสมภพ" จัดแสดงนิทรรศการพระราชประวัติ พระบาทสมเด็จพระปรเมนทรมหาอานันทมหิดล พระอัฐมรามาธิบดินทร นับแต่เสด็จพระราชสมภพ เมื่อวันอาทิตย์ที่ 20 กันยายน 2468 ณ เมืองไฮเดลเบอร์ก สหพันธ์สาธารณรัฐเยอรมนี ต่อมาทรงได้รับการกราบบังคมทูลอัญเชิญเสด็จขึ้นทรงราชย์ เป็นพระมหากษัตริย์ รัชกาลที่ 8 แห่งพระบรมราชวงศ์จักรี เมื่อวันที่ 2 มีนาคม 2477 ขณะทรงเจริญพระชนมพรรษา 9 พรรษา และเสด็จนิวัตประเทศไทยเป็นครั้งแรกในปี 2481
ระหว่างประทับ ณ ประเทศไทย ทรงประกอบพระราชกรณียกิจนานัปการเพื่อประโยชน์สุขของราษฎรเป็นอเนกอนันต์ ทั้งด้านศาสนา การศึกษา การแพทย์ และการสังคมสงเคราะห์ ก่อเกิดรากฐานความมั่นคงของบ้านเมือง อันเป็นที่ประจักษ์แก่ปวงพสกนิกรเสมอมา นอกจากนี้ ยังมีนิทรรศการประวัติโรงพยาบาลอานันทมหิดล บอกเล่าเรื่องราวพระมหากรุณาธิคุณที่ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าโปรดกระหม่อมให้จัดสร้างโรงพยาบาลแห่งนี้ขึ้น นับเป็นโรงพยาบาลแห่งแรกในรัชสมัย อีกทั้งเป็นสถานศึกษาและแหล่งผลิตกำลังพล เหล่าทหารเสนารักษ์ ของกองทัพบกในปัจจุบัน
นอกจากนี้ ยังมีนิทรรศการผลการดำเนินงานของมูลนิธิโรคไตแห่งประเทศไทย และมูลนิธิเด็กโรคหัวใจ ในพระอุปถัมภ์ สมเด็จพระเจ้าพี่นางเธอ เจ้าฟ้ากัลยาณิวัฒนา กรมหลวงนราธิวาสราชนครินทร์ การดูแลผู้ป่วยโรคหัวใจของโรงพยาบาลฯ และโครงการเฉลิมพระเกียรติฯ คัดกรองเบาหวานเข้าจอประสาทตา คัดกรองมะเร็งเต้านมและมะเร็งปากมดลูก และ Solar Rooftop โดยปี 2568 โรงพยาบาลฯ ได้รับการสนับสนุนจากการไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย ติดตั้งระบบผลิตไฟฟ้าด้วยพลังงานแสงอาทิตย์ หรือ Solar Cell เบอร์ 5 ขนาด 170 กิโลวัตต์ ให้กับอาคารภายในโรงพยาบาล คาดว่าจะสามารถผลิตไฟฟ้าได้ 248,200 หน่วยต่อปี ประหยัดค่าไฟฟ้าได้ประมาณ 1 ล้านบาทต่อปี รวมถึงติดตั้งนวัตกรรมระบบหมุนเวียนและบำบัดอากาศ หรือ City Tree 1 เครื่อง เพื่อสร้างคุณภาพอากาศที่ดีให้กับผู้ใช้บริการ
โอกาสนี้ พระราชทานพระราชวโรกาสให้ พลโท กิตติพงษ์ แจ่มสุวรรณ แม่ทัพภาคที่ 3 พร้อมด้วย พลโท บุญสิน พาดกลาง แม่ทัพภาคที่ 2 และคณะนายทหารที่ปฏิบัติงานและนายทหารที่สนับสนุนโครงการทหารพันธุ์ดี ในสังกัดกองทัพบก จำนวน 15 นาย เฝ้าทูลละอองพระบาท กราบถวายบังคมลาในโอกาสเกษียณอายุราชการ ประจำปีงบประมาณ 2568
จากนั้น เสด็จพระราชดำเนินไปทอดพระเนตรความก้าวหน้าของโครงการทหารพันธุ์ดี โรงพยาบาลอานันทมหิดล ซึ่งเข้าร่วมโครงการฯ ตั้งแต่ปี 2562 พัฒนาพื้นที่ว่างเปล่า 8 ไร่ เริ่มจากปรับปรุงดินโดยปลูกปอเทืองสลับกับใช้ปุ๋ยคอก จัดทำแปลงเกษตรที่ได้เมล็ดพันธุ์จากศูนย์พัฒนาพันธุ์พืชจักรพันธ์เพ็ญศิริ ใช้น้ำบาดาลที่ได้รับการสนับสนุนจากกรมทรัพยากรน้ำบาดาล เมื่อประสบผล ได้ขยายพื้นที่เพิ่มอีก 4 ไร่ มีการนำเทคโนโลยีมาช่วยพัฒนากระบวนการผลิตให้มีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น จนสามารถผลิตผักและพืชผักสวนครัวได้กว่า 20 ชนิด พืชผักที่ผลิตได้มาก 5 ลำดับแรก คือ ผักบุ้งจีน กวางตุ้ง ผักสลัด ผักกาดเขียวปลี และมะเขือ
ในการนี้ ทอดพระเนตรโครงการนำพืชผลการเกษตรจากโครงการ พัฒนาสูตรอาหารทางสายยางสำหรับผู้ป่วยโรคหัวใจ โดยนำผักกวางตุ้งและผักบุ้งจีน มาทดสอบการไหลของอาหาร พบว่าไหลได้ใกล้เคียงกับสูตรปกติ จึงผลิตและส่งให้ผู้ป่วยในกลุ่มเป้าหมายทั้งแบบบรรจุถุงสำหรับให้อาหารทางสาย และบรรจุขวดพร้อมดื่ม และพัฒนา "ชาหัวปลีผสมขิง" เป็นอาหารเสริมเพิ่มน้ำนมในกลุ่มสตรีหลังคลอด ได้รับการตอบรับในระดับดีมาก จึงเตรียมแผนการผลิตและจำหน่ายแก่ผู้รับบริการและประชาชนที่สนใจ
สำหรับผลผลิตในโครงการฯ ทั้งหมด นำไปใช้ประโยชน์เป็น 3 ส่วน คือประกอบอาหารสำหรับกำลังพล ประกอบอาหารสำหรับผู้ป่วย และจำหน่ายให้ประชาชนในราคาถูก นำมาเป็นรายได้เป็นทุนดำเนินงาน และใช้พัฒนาหน่วยงานให้คุณภาพชีวิตดีขึ้น เช่น ปรับปรุงอาคารกองร้อย สร้างโรงจอดรถโดยสาร โรงเก็บขยะชุมชน ลานกีฬา และเป็นทุนการศึกษาของบุตรหลานกำลังพล นอกจากนี้ ยังเป็นวัตถุดิบผลิตผักดองวังสระปทุมด้วย
สมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดา ฯ สยามบรมราชกุมารี มีพระราชดำริให้มูลนิธิชัยพัฒนา ร่วมกับกองทัพบก ดำเนินโครงการทหารพันธุ์ดี เมื่อปี 2559 เพื่อให้หน่วยทหารเป็นส่วนหนึ่งในการพัฒนาความรู้ด้านเกษตรกรรม ปลูกพืชผักปลอดภัย ผลิตเมล็ดพันธุ์พืชและพันธุ์สัตว์ พระราชทานพันธุ์ให้กองทัพบกขยายผลสู่ชุมชนในพื้นที่รับผิดชอบ เป็นแหล่งเรียนรู้การเกษตรที่ปลอดภัยตามวิถีธรรมชาติ และเพื่อให้ทหารกองประจำการที่มีความสนใจ ได้เรียนรู้ขั้นตอนและกระบวนการปลูกผัก เมื่อปลดประจำการจะพระราชทานเมล็ดพันธุ์พืชให้นำกลับไปปลูกที่บ้าน และแจกจ่ายในชุมชน เพื่อเป็นอาชีพ สร้างทั้งรายได้ ความสามัคคีในชุมชน และความมั่นคงด้านอาหารแก่ประชาชนอย่างยั่งยืน
โอกาสนี้ ทรงมีพระราชดำรัสแก่ทหารพันธุ์ดี โรงพยาบาลอานันทมหิดล เพื่อเป็นแนวทางในการปฎิบัติหน้าที่ และขวัญกำลังใจ
จากนั้น ทอดพระเนตรการสาธิตการใช้ชุดปฐมพยาบาล Individual First Aid Kit หรือ IFAK ของโรงเรียนเสนารักษ์ กรมแพทย์ทหารบก ซึ่งเป็นชุดอุปกรณ์ปฐมพยาบาลส่วนบุคคล เน้นอุปกรณ์ช่วยชีวิตขั้นต้นที่สามารถหยุดเลือดและรักษาบาดแผลฉุกเฉินได้อย่างรวดเร็ว เหมาะสำหรับใช้ในสถานการณ์ที่มีความเสี่ยงสูง เช่น ปฏิบัติงานทางทหาร งานกู้ภัย หรือกิจกรรมกลางแจ้ง อุปกรณ์หลักที่จำเป็น เช่น ทูนิเก้ หรือสายรัดห้ามเลือด, ผ้าก๊อซห้ามเลือด, ผ้าพันแผลแรงดันสูง, แผ่นปิดแผลทรวงอก และถุงมือแบบใช้ครั้งเดียวทิ้ง ก่อนหน้านี้ ได้พระราชทานชุดสายรัดห้ามเลือด ทูนิเก้ แก่ทหารแนวหน้าสำหรับใช้เมื่อมีอาการบาดเจ็บจากการต่อสู้ตามแนวชายแดน เพื่อเพิ่มโอกาสการรอดชีวิตของผู้บาดเจ็บในสนามรบ ป้องกันไม่ให้เกิดการบาดเจ็บเพิ่มเติม ให้กำลังพลสามารถดำเนินกลยุทธ์และปฎิบัติภารกิจให้บรรลุเป้าหมาย
จากนั้น เสด็จพระราชดำเนินไปยังบ้าน นางสาวจำลอง นกยิ้ม อายุ 97 ปี ที่บ้านท่ามะขาม ตำบลโก่งธนู อำเภอเมืองฯ ซึ่งเป็นสมาชิกโครงการ "บ้านนี้มีรัก ปลูกผักกินเอง" และโครงการ "ทางนี้มีผล ผู้คนรักกัน" ของศูนย์พัฒนาพันธุ์พืชจักรพันธ์เพ็ญศิริ มูลนิธิชัยพัฒนา เข้าร่วมโครงการฯ ในปี 2560 เป็นครัวเรือนต้นแบบผู้สูงอายุของตำบลโก่งธนู "ปลูกทุกอย่างที่กิน กินทุกอย่างที่ปลูก" เหลือแบ่งปัน พึ่งพาตนเองได้ ปัจจุบัน ชุมชนตำบลโก่งธนู เข้าร่วมโครงการ "บ้านนี้มีรัก ปลูกผักกินเอง" ครบทุกหลังคาเรือน ใน 14 หมู่บ้าน ช่วยให้ราษฎรปลูกพืชผักสวนครัวและไม้ผลไว้บริโภคเอง ลดรายจ่าย และนำผลผลิตไปแบ่งปัน หรือสร้างรายได้อีกทางหนึ่ง