เจ้าหน้าที่ช่วยวัวหนีน้ำท่วม

View icon 97
วันที่ 24 ก.ย. 2568 | 06.06 น.
เช้านี้ที่หมอชิต
แชร์
เช้านี้ที่หมอชิต - เรียกว่าประเทศไทยได้รับผลกระทบฝนตกหนักทั่วไทยจากอิทธิพลของพายุ รากาซา ทำให้น้ำท่วมหลายพื้นที่ อย่างที่ อำเภอแม่แจ่ม จังหวัดเชียงใหม่ วันเดียวถูกน้ำจากลำน้ำแม่แจ่มหลากท่วมสองรอบ เดือดร้อนทั้งคน เดือดร้อนทั้งสัตว์เลี้ยง อย่างคลิปเหตุการณ์นี้

เจ้าหน้าที่ช่วยวัวหนีน้ำท่วม
ขณะที่หน่วยกู้ภัยมูลนิธิเทวฤทธิ์ทรงธรรมร่วมกับเจ้าหน้าที่ อส.แม่แจ่ม เข้าช่วย น้องไหม วัวเคราะห์ร้ายติดอยู่กลางลำน้ำแม่แจ่ม บริเวณสะพานบ้านเจียง หมู่ 18 ตำบลช่างเคิ่ง อำเภอแม่แจ่ม หลังจากได้รับการร้องขอจากเจ้าของวัว

โดยเจ้าหน้าที่ได้นำเรือออกไปรับตัวน้องไหม ฝ่ากระแสน้ำกลับเข้าฝั่งอย่างปลอดภัย

ตำรวจ สภ.แม่แจ่ม ให้การช่วยเหลือชายคนหนึ่ง ติดอยู่บริเวณสะพานแขวน หลัง สภ.แม่แจ่ม หลังระดับน้ำเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็วจนไม่สามารถเดินฝ่ากระแสน้ำออกมาได้ เจ้าหน้าที่ใช้ไม้ไผ่ช่วยดึงตัวฝ่ากระแสน้ำได้ปลอดภัย

นอกจากนี้ความแรงของกระแสน้ำ ยังกัดเซาะตลิ่ง จนทำให้ศาลาริมน้ำแม่แจ่มบ้านท้องฝาย ตำบลช่างเคิ่ง พังครืนลงน้ำ เคราะห์ดีไม่มีผู้บาดเจ็บ

ชาวแม่แจ่มเจอน้ำป่าหลาก 2 ครั้งซ้อน
ส่วนภาพรวมน้ำท่วมพื้นที่เศรษฐกิจอย่าง ตำบลช่างเคิ่ง อำเภอแม่แจ่ม ทีแรกช่วงสายวานนี้ สถานการณ์น้ำท่วมคลี่คลาย  แต่ชาวบ้านเบาใจได้ไม่นาน พอช่วงเที่ยง แม่น้ำหยอด และแม่น้ำแม่แจ่ม จาก อำเภอกัลยาณิวัฒนา ไหลมาบรรจบกัน ส่งผลให้น้ำในลำน้ำแม่แจ่ม ที่ไหลผ่านอำเภอแม่แจ่มเพิ่มสูงขึ้น เท่ากับว่าวันเดียว ชาวแม่แจ่มเจอน้ำหลากสองรอบ

ทางหน่วยงานท้องถิ่นเร่งช่วยเหลือ อพยพกลุ่มเปราะบางไปอยู่ที่ปลอดภัย ซึ่งจนถึงตอนนี้ชาวบ้านและหน่วยงานในพื้นที่ ยังคงเฝ้าระวังอย่างต่อเนื่อง เพราะในจังหวัดเชียงใหม่ ยังมีฝนตกอยู่

น้ำป่าสักหลากเข้าท่วม อ.หล่มสัก รอบที่ 4
ขยับไปที่ อำเภอหล่มสัก จังหวัดเพชรบูรณ์ ต้องเผชิญกับน้ำป่าหลาก ส่งผลให้แม่น้ำป่าสักทะลักเข้าท่วมพื้นที่เศรษฐกิจ ของอำเภอหล่มสัก เป็นรอบที่ 4 แล้ว

โดยน้ำล้นคันกั้นน้ำบริเวณหมู่ 7 บ้านท่าโก ตำบลตาลเดี่ยว เป็นระยะทางกว่า 100 เมตร ไหลเอ่อเข้าท่วม ในพื้นที่หมู่ 9 ตำบลวัดป่า อำเภอหล่มสัก และน้ำที่เชี่ยวกราก ยังกัดเซาะแนวกระสอบทรายที่เสริมคันกั้นน้ำขาด น้ำทะลักเข้าท่วมบ้านเรือนประชาชนอย่างรวดเร็ว

อาสากู้ภัยได้รีบเข้าช่วยเหลือชาวบ้าน และเคลื่อนย้ายผู้ป่วยติดเตียงออกจากพื้นที่ไปยังพื้นที่ปลอดภัย ขณะเจ้าหน้าที่กำลังเร่งประสานของบิกแบกจากเทศบาลเมืองหล่มสัก เพื่อนำไปกั้นบริเวณดังกล่าวโดยเร่งด่วน

ช่วงค่ำที่ผ่านมาพบว่า ระดับน้ำท่วมชุมชนย่านเศรษฐกิจเทศบาลเมืองหล่มสักเริ่มลดระดับลง แต่ระดับน้ำในแม่น้ำป่าสักยังสูง

ขณะที่อาสาสมัครกู้ภัยกกไทร นำน้ำดื่มแจกจ่ายให้กับประชาชนที่ได้รับผลกระทบจากสถานการณ์น้ำท่วมพื้นที่หมู่ 9 ตำบลตาลเดี่ยว โดยชาวบ้านบอกว่า ไม่วิตกต่อสถานการณ์ท่วม เพราะเชื่อว่าสถานการณ์น้ำท่วมน่าจะดีขึ้น และกลับสู่สภาวะปกติโดยเร็ว

นักข่าวลอยคอ ช่วยคนติดในรถเก๋งจมน้ำ
ขณะที่จังหวัดจันทบุรี ผู้สื่อข่าวได้รับรายงาน รถเก๋งถูกน้ำพัดตกคลองตาบัว อำเภอขลุง และมีคนติดอยู่ในรถ 2 คน จึงรีบไปทำข่าวพร้อมกับทีมกู้ภัย พบแม่ของคนที่อยู่ในรถ ร้องไห้แทบขาดใจเป็นห่วงลูก

ตอนแรกกู้ภัยลงไปช่วยเข้าถึงรถแล้ว แต่นำตัวผู้ประสบภัยสามี-ภรรยา ออกมาไม่ได้เพราะน้ำเชี่ยว ต้องรอเรือกู้ชีพมา แต่ผู้สื่อข่าวเห็นว่าจะรอนานอาจเป็นอันตราย เลยฝากกล้องให้ทีมงานกู้ภัยถือ แล้วลอยคอว่ายน้ำนำเชือกและถังน้ำมันข้ามไปช่วยผู้ประสบภัยออกจากรถ ก่อนมีชาวบ้านนำเรือท้องแบนมาช่วยอีกแรงได้ปลอดภัย

เร่งค้นหาหนุ่มนักศึกษาพลัดจมน้ำท่วม
ที่จังหวัดพระนครศรีอยุธยา ชาวบ้านพากันเอาใจช่วยเจ้าหน้าที่ในการค้นหา นายวรวุฒิ อายุ 20 ปี นักศึกษามหาวิทยาลัยชื่อดังในกรุงเทพฯ สูญหายกลางทุ่งนาน้ำท่วมสูง หมู่ 6 ตำบลหัวเวียง อำเภอเสนา ขณะพายเรือกลับจากบ้านเพื่อน ช่วงกลางดึก เวลาประมาณ 00.30 น. วันที่ 23 กันยายน

จุดเกิดเหตุเป็นทุ่งนากว้างกว่า 10 ไร่ น้ำลึกประมาณ 4 เมตร เจ้าหน้าที่ลงพื้นที่ค้นหา รวมแล้ว 19 ชั่วโมง แต่ยังไม่พบผู้สูญหาย พบเพียงเรือคว่ำอยู่กลางน้ำ และสัญญาณ GPS จากโทรศัพท์มือถือปักหมุดครั้งสุดท้ายอยู่กลางท้องนา

พบแล้วร่างนักศึกษาเรือคว่ำ
ล่าสุดเมื่อเวลา 02.00 น. ที่ผ่านมา อาสากู้ภัยรวมใจอยุธยา พบร่างผู้สูญหายแล้ว หลังจากระดมค้นหาต่อเนื่องยาวนาน 24 ชั่วโมง ท่ามกลางความเสียใจของครอบครัวที่เฝ้าติดตามการค้นหาตลอดทั้งวัน

นอกจากนี้ ก่อนจะจมน้ำสูญหาย พบว่าผู้สูญหายอัดคลิปวิดีโอ ขณะพายเรือกับเพื่อน ๆ และเป็นคลิปวิดีโอสุดท้ายก่อนจะจมน้ำสูญหาย

อำเภอเสนา น้ำท่วมสูงกว่า 3 เมตร
ส่วนบ้านเรือนประชาชน พื้นที่หมู่ 2 ตำบลบ้านกระทุ่ม อำเภอเสนา ระดับน้ำท่วมสูงกว่า 3 เมตร ถูกน้ำท่วมบ้านครึ่งหลัง นางสังเวียน ศรีนางแย้ม อายุ 87 ปี ชาวบ้านผู้ประสบภัย เล่าทั้งน้ำตาว่า ต้องทนอยู่กับน้ำท่วมทุกปี แม้จะลำบาก แต่ไม่อยากออกไปอยู่ข้างนอก เพราะห่วงบ้าน

ความรุนแรงของไต้ฝุ่น รากาซา
ไต้ฝุ่น รากาซา มีกำลังแรงขึ้นเรื่อย ๆ ความเร็วลมสูงสุดใกล้ศูนย์กลางประมาณ 195 กิโลเมตรต่อชั่วโมง พายุนี้กำลังเคลื่อนตัวทางทิศตะวันตก ด้วยความเร็วประมาณ 20 กิโลเมตรต่อชั่วโมง คาดว่า หลังลงทะเลจีนใต้ จะผ่านฮ่องกง และผ่านชายฝั่งตอนใต้ของจีน ผ่านเกาะไหหลำ เข้าสู่อ่าวตังเกี๋ย วันที่ 25 กันยายนนี้

ซึ่งวันที่ 25-26 กันยายนนี้ อิทธิพลของพายุจะส่งผลต่อไทยทั่วทุกภาค มีฝนเพิ่มมากขึ้น ตกหนักถึงหนักมากหลายพื้นที่

นับว่าเป็นพายุที่มีความรุนแรงลูกหนึ่ง ที่ส่งผลกระทบหลายประเทศ

โดยภาพนี้ สถานีอวกาศนานาชาติ โคจรผ่านพายุลูกดังกล่าว ทำให้เห็นตาของพายุ ที่หมุนเอาความชื้นจากน้ำทะเลมารวมกัน และมีเส้นผ่านศูนย์กลางที่ยาวมาก ๆ จนมีกำลังแรงอย่างน่ากลัว

ขอบคุณภาพจาก : Facebook หน่วยกู้ภัยอยุธยา ศูนย์วิทยุรวมใจเสนา, สมาคมดาราศาสตร์ไทย

ข่าวอื่นในหมวด

ข่าวที่เกี่ยวข้อง