ดร.ปณิธานเผยการทูตเชิงรุกที่เพิ่งเริ่มต้น การแทรกแซงของสหรัฐฯ ที่กลายเป็นผลดี

ดร.ปณิธานเผยการทูตเชิงรุกที่เพิ่งเริ่มต้น การแทรกแซงของสหรัฐฯ ที่กลายเป็นผลดี

View icon 4.5K
วันที่ 29 ก.ย. 2568 | 07.19 น.
ข่าวออนไลน์7HD
แชร์
สุนทรพจน์ของ “สีหศักดิ์” เรียกเสียงปรบมือในเวที UNGA การทูตเชิงรุกสกัดเขมร ดร.ปณิธานเผยผลสำเร็จ ความสามารถส่วนตัวและโชคช่วย “กัมพูชาต่อหน้าอย่าง-ลับหลังอย่าง” รอบนี้กระทำต่อหน้าสหรัฐฯ-มาเลเซีย การแทรกแซงของสหรัฐฯ ที่กลายเป็นผลดีกับไทย

ความเคลื่อนไหวหลังนายสีหศักดิ์ พวงเกตุแก้ว รมว.ต่างประเทศ กล่าวสุนทรพจน์ตอกกลับกัมพูชาในเวที UNGA วานนี้ (28 ก.ย.68) รศ.ดร.ปณิธาน วัฒนายากร ผู้เชี่ยวชาญด้านความมั่นคงและการต่างประเทศ ได้โพสต์ข้อความลงบนเฟซบุ๊กส่วนตัว ว่า ไทยเริ่มรุกแล้ว แต่กัมพูชาจะสะดุดในเวทีโลกจริงหรือ โดยให้เหตุผลไว้ดังนี้

1.ในเวที UNGA เมื่อวานนี้ ไทยได้สกัดกั้นกัมพูชาไม่ให้ใช้เวทีสหประชาชาติ บิดเบือนข้อเท็จจริงแต่ฝ่ายเดียวได้อย่างทันท่วงที จนได้รับการชื่นชมจากคนไทยจำนวนมาก รวมทั้งได้รับการตอบรับจากที่ประชุมสมัชชาใหญ่ (United Nations General Assembly- UNGA) ด้วยการปรบมือหลายครั้ง

2. เหตุการณ์นี้ถือได้ว่าเป็นจุดเริ่มต้นของการทูตเชิงรุกของรัฐบาลใหม่ในสงครามกัมพูชา-ไทย อย่างเป็นทางการ ซึ่งอาจจะเป็นจุดหักเหนำไปสู่ทิศทางที่ดีขึ้นกว่าที่ผ่านมาได้ หากไทยสามารถสกัดกัมพูชาในทุกเวทีนานาชาติเช่นนี้ได้ต่อไปอย่างต่อเนื่อง

3. สาเหตุของความสำเร็จในครั้งนี้ น่าจะมีอย่างน้อย 2 ประการ คือ
- ความสามารถส่วนตัวของรัฐมนตรีต่างประเทศของไทยคนปัจจุบัน ซึ่งมีประสบการณ์ในเวที UN และเวทีระดับนานาชาติมาก่อนหลายปี รวมทั้งยังเคยทำงานให้ฝ่ายการเมืองหรือรัฐบาลที่ผ่านมาเรื่องการต่างประเทศ และยังเคยช่วยร่างสุนทรพจน์สำคัญให้นายกรัฐมนตรีในอดีตมาแล้วอีกด้วย ดังนั้น จึงสามารถแก้ไขสถานการณ์เฉพาะหน้าได้เมื่อกัมพูชากล่าวหาไทยในเวที UNGA อย่างรุนแรง

- บทบาทหรือการแทรกแซงของสหรัฐฯ และของ ปธน.ทรัมป์ ซึ่งในวันที่ 26 ก.ย.ที่ผ่านมา ก่อนที่จะมีการขึ้นกล่าวสุนทรพจน์ในที่ประชุม UNGA นั้น Deputy Secretary of State ของสหรัฐฯ ได้เชิญ รมต.ต่างประเทศของไทย รองนายกรัฐมนตรี/รัฐมนตรีต่างประเทศของกัมพูชา และผู้แทนของมาเลเซีย ให้พบพูดคุยหารือกัน 4 ฝ่าย เรื่องแนวทางยุติความขัดแย้งและข้อเสนอสำคัญของปธน.ทรัมป์ที่จะมีในเรื่องนี้ ซึ่ง ปธน.ทรัมป์ก็จะเดินทางมาร่วมประชุมสุดยอดอาเซียนที่มาเลเซียในเดือนหน้านี้และหวังไว้ว่าจะได้แถลงถึงความสำเร็จในเรื่องนี้ในวันนั้นด้วย

บรรยากาศในการประชุม 4 ฝ่าย ดังกล่าวเป็นไปด้วยดี แต่หลังจากนั้น กัมพูชาก็ขึ้นเวที UNGA โจมตีไทยอย่างรุนแรง จนทำให้ทาง รมต.ของไทยต้องเปลี่ยนสุนทรพจน์ที่ได้เตรียมไว้ และปรับแนวทางชี้แจงจากเดิมมาเป็นการแก้ข้อกล่าวหา พร้อมทั้งระบุชัดเจนถึงพฤติกรรมของกัมพูชาที่บิดเบือน ไม่ทำตามข้อตกลง ต่อหน้าในที่ประชุมอย่าง ลับหลังอีกอย่าง

ที่สำคัญคือการกระทำเช่นนี้ของกัมพูชา ซึ่งคนไทยส่วนใหญ่รับรู้รับทราบมานานแล้ว เกิดขึ้นต่อหน้าทั้งสหรัฐฯและมาเลเซียอย่างชัดเจนด้วย ทำให้ไทยสามารถใช้ข้อเท็จจริงดังกล่าวมาใช้ในที่ประชุม UNGA เพื่อลดทอนความน่าเชื่อถือของกัมพูชาได้อย่างมีน้ำหนักและเหมาะสม

ดร.ปณิธาน ให้ข้อสรุปทิ้งท้ายว่า การทูตแบบเชิงรุกของไทยที่เพิ่งจะเกิดขึ้นนี้ ไม่ว่าจะเกิดขึ้นเพราะความสามารถส่วนตัวของรัฐมนตรี หรือเพราะความจำเป็นบังคับในเหตุการณ์เฉพาะหน้า หรือเพราะมีการแทรกแซงของสหรัฐฯ ที่กลายเป็นผลดีกับไทย หรือจะด้วยเหตุบังเอิญหรือโชคเข้าข้างก็ตาม ก็ได้ผ่านไปด้วยดี

นับตั้งแต่นี้ไทยจะต้องเตรียมตัวไปสกัดกัมพูชาอย่างต่อเนื่องล่วงหน้าที่เวทีนานาชาติที่สำคัญอื่น ๆ ที่กำลังจะมาถึงเร็ว ๆ นี้ เช่น การประชุมสุดยอดอาเซียน การประชุมเอเปค ทั้งนี้ เพื่อให้มั่นใจว่าเราจะประสบความสำเร็จเช่นนี้ยิ่ง ๆ ขึ้นต่อไป และถ้าเป็นเช่นนั้น สันติภาพและความสงบสุขที่ประชาชนทั้ง 2 ประเทศต้องการนั้นก็จะเริ่มเป็นจริง และเราก็อาจจะหลีกเลี่ยงการทำสงครามกันอีกระลอกที่กำลังมีแนวโน้มที่กำลังจะเกิดขึ้นได้