ชาวบ้านไม่วางใจ ทยอยอพยพหลบภัย

View icon 76
วันที่ 30 ก.ย. 2568 | 11.05 น.
ห้องข่าวภาคเที่ยง
แชร์
ห้องข่าวภาคเที่ยง - ชายแดนไทย-กัมพูชา ด้าน จังหวัดสุรินทร์ ชาวบ้านบางส่วนโดยเฉพาะกลุ่มเปราะบาง ไม่วางใจในสถานการณ์ ทยอยขนข้าวของที่จำเป็นนอพยพไปอยู่วัด เพิ่มมากขึ้น

ชาวบ้านไม่วางใจ ทยอยอพยพหลบภัย จ.สุรินทร์
ที่วัดแห่งหนึ่งใน อำเภอเมือง จังหวัดสุรินทร์ ซึ่งเป็นศูนย์พักพิงเฉพาะกิจให้กับชาวบ้านที่ไม่วางใจในสถานการณ์ชายแดน ขออพยพออกมาเฝ้าดูสถานการณ์ ซึ่งส่วนมากจะเป็นเด็ก คนชรา และผู้ป่วยติดเตียง โดยพบว่าเช้านี้มียอดผู้อพยพเข้ามาเพิ่มกว่า 10 ครอบครัว ทำให้มีผู้อพยพเข้ามาอยู่ในศูนย์พักพิงเฉพาะกิจแห่งนี้ มากกว่า 100 คน

แต่เนื่องจากเป็นศูนย์พักพิงเฉพาะกิจ จึงยังไม่มีหน่วยงานภาครัฐเข้าไปช่วยเหลือเรื่องอาหารการกิน ทำให้ชาวบ้านต้องรวบรวมเงินกัน ไปซื้อวัตถุดิบ มาทำอาหารให้กับผู้อพยพ ได้กินครบ 3 มื้อ

ชาวบ้านบอกว่า ไม่วางใจในสถานการณ์ บางคืนนอนไม่หลับ เพราะคนในหมู่บ้านส่งข่าวว่า กัมพูชายังคงยิงปืนเล็กก่อกวน เป็นห่วงว่าจะมีการปะทะอีกรอบ

จ.สุรินทร์ ยังไม่เปิดศูนย์อพยพ
จากการสอบถามหน่วยงานที่เกี่ยวข้องทราบว่า นอกจากของจังหวัดอุบลราชธานี ที่เปิดศูนย์อพยพชั่วคราว 90 แห่งในพื้นที่ อำเภอเดชอุดม รวมทั้ง จังหวัดสุรินทร์ ที่ชาวบ้านอพยพไปอยู่วัด ยังไม่มีการเปิดศูนย์ใด ๆ จึงไม่มีเงินช่วยเหลือ เรื่องอาหารการกินต่าง ๆ

ขณะที่ชาวบ้านพื้นที่ชายแดน จังหวัดศรีสะเกษ หลายครอบครัวอพยพหนีออกจากพื้นที่แล้ว แต่บางคนไปไม่ได้ เนื่องจากมีภาระ อย่างป้า ทองสุข อายุ 57 ปี บอกว่า อพยพมาแล้ว 4 รอบ เบื่อมาก เหนื่อยมาก อยากประกาศขายบ้าน ขายที่ หนีภัย ทุกวันนี้ไปทำไร่ไปนาก็ไม่ได้ ไปกรีดยางก็ไม่ได้ ต้องคอยเก็บเสื้อผ้า ข้าวของใช้ที่จำเป็น พร้อมอพยพทุกวัน นอนก็นอนไม่หลับ คอยฟังแต่เสียงปืน คอยฟังประกาศจากผู้ใหญ่บ้าน

อีกคนที่เราพบ คือนายจันทร์ อายุ 63 ปี เพิ่งเดินทางกลับมาบ้าน หลังจากอพยพออกไปตั้งแต่วันที่ 25 กันยายน ช่วงที่มีข่าวว่าจะปะทะกัน แต่พอไม่มีปะทะ ก็เลยอพยพกลับบ้าน

นายจันทร์ บอกว่า ที่ผ่านมาอพยพไป ๆ มา ๆ เช่นนี้หลายรอบแล้ว วัน ๆ ไม่ต้องทำมาหากินกันแล้ว แต่เพื่อความปลอดภัยของครอบครัว ก็ต้องอพยพไป พอสงบ ก็เดินทางกลับมา เด็กก็ไม่ต้องไปโรงเรียน พ่อแม่ไม่ต้องไปทำงานกันแล้ว

ข่าวที่เกี่ยวข้อง