มทภ.1 รับ-ส่ง หน้าที่ดูแลชายแดนไทย-กัมพูชาต่อเนื่อง

View icon 76
วันที่ 1 ต.ค. 2568 | 11.06 น.
ห้องข่าวภาคเที่ยง
แชร์
ห้องข่าวภาคเที่ยง - นายกรัฐมนตรี ลงพื้นที่ชายแดนไทย-กัมพูชา ภาคอีสาน ดูงานความมั่นคง ขณะที่รัฐบาลทุ่มเต็มที่กับการทำรั้วชายแดนเพื่อความปลอดภัยและมั่นคง ด้วยงบประมาณกว่า 8 ร้อยล้านบาท น้ำใจคนไทยยังหลั่งไหลสมทบทุน "หทัยทิพย์" กว่า 100 ล้านแล้ว

เมื่อเช้ามีที่กองทัพภาคที่ 1 มีรับ-ส่ง หน้าที่แม่ทัพภาคที่ 1 ระหว่าง พลเอก อมฤต บุญสุยา ผู้ช่วยผู้บัญชายการทหารบก ในฐานะอดีตแม่ทัพภาคที่ 1 กับ พลโท วรยส เหลืองสุวรรณ แม่ทัพภาคที่ 1 ที่ดูแลความมั่นคงพื้นที่รับผิดชอบ กรุงเทพมหานครและอีก 25 จังหวัดภาคกลาง รวมถึงชายแดนไทย-กัมพูชา กับ 2 กองกำลัง คือ กองกำลังสุรสีห์ ดูแลภาคตะวันตก จังหวัดกาญจนบุรี  และกองกำลังบูรพา รับผิดชอบชายแดนด้านตะวันออก ในพื้นที่จังหวัดสระแก้ว

สำหรับการทำรั้วชายแดนไทย-กัมพูชา ความยาวเกือบ 8 ร้อยกิโลเมตร ตั้งแต่จังหวัดอุบลราชธานี สุรินทร์ บุรีรัมย์ ศรีสะเกษ สระแก้ว จันทบุรีและตราด กระทรวงกลาโหม มีแนวทางการก่อสร้างในพื้นที่ที่ 2 ประเทศตกลงกันได้ก่อน

คือหลักเขตที่ 50-51 จังหวัดสระแก้ว เพราะเป็นช่วงที่ไม่มีปัญหาเรื่องแนวเขตแดน จัดสร้างรั้วถาวรระยะทางประมาณ 10 กิโลเมตร เป็นอันดับแรก สำหรับพื้นที่อื่น ๆ ที่ยังคงมีการอ้างสิทธิและยังไม่มีข้อยุติเรื่องเขตแดน จะดำเนินการสร้างเป็นแนวรั้วชั่วคราว ติดตั้งกล้องวงจรปิด เน้นการลาดตระเวน

และมติ ครม. เมื่อคืน อนุมัติงบสนับสนุนกองทัพ ภายหลังขอเพื่อใช้เรื่องการป้องกันตามแนวชายแดน 864 ล้านบาท แต่ไม่ขอลงรายละเอียดเพื่อใช้สำหรับงานของกองทัพ

ขณะที่ประชาชนร่วมบริจาคสมทบ "กองทุนหทัยทิพย์" ภายใต้มูลนิธิจุฬาภรณ์ มีรายงานล่าสุด วันที่ 29 กันยายน มียอดเงินประมาณ หนึ่งร้อยล้านบาท เพื่อสมทบทุนสร้างกำแพงและบังเกอร์ตามแนวชายแดนไทย-กัมพูชา เพื่อความมั่นคงของชาติ และความปลอดภัยของประชาชน ที่เงินบริจาคดังกล่าวสามารถนำไปลดหย่อนภาษีได้ 2 เท่า

นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย บอกงบฯกลาง ที่ครม.อนุมัติให้กองทัพ เมื่อวานนี้ กว่า 800 ล้านบาทไม่สามารถเปิดเผยรายละเอียดได้ และพรุ่งนี้ จะประชุมสภาความมั่นคงแห่งชาติ

และในวันที่ 3 ตุลาคมนายกรัฐมนตรี พร้อมพลเอก ณัฐพล นาคพาณิชย์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม จะลงพื้นที่กองทัพภาคที่ 2

ข่าวที่เกี่ยวข้อง