กระทรวงยุติธรรมกัมพูชา อ้าง ฝ่ายไทย ไม่สามารถเพิกถอนหรือยกเลิก MOU43 เพียงฝ่ายเดียวได้ หากไม่ได้รับความยินยอมจากอีกฝ่าย
วันนี้ (1 ต.ค. 68) สำนักข่าว ขแมร์ ไทม์ส รายงานว่า นายเส็ง ดีนา โฆษกกระทรวงยุติธรรมของกัมพูชา ได้กล่าวว่า บันทึกความเข้าใจระหว่างกัมพูชาและไทยว่าด้วยการสำรวจและกำหนดเขตแดนทางบก หรือ MOU 43 ฝ่ายไทยไม่สามารถเพิกถอนหรือยกเลิกเพียงฝ่ายเดียวได้
โดย นายเส็ง ดีนา ได้อ้างถึงเหตุผลหลัก 2 ข้อ คือ
1.แม้ว่าเอกสารนี้จะมีชื่อว่าบันทึกความเข้าใจ (MOU) แต่ถือเป็นข้อตกลงระหว่างประเทศที่มีน้ำหนักทางกฎหมายเทียบเท่ากับสนธิสัญญา โดยได้จดทะเบียนกับสหประชาชาติและประกาศใช้อย่างเป็นทางการตามมาตรา 102 ของกฎบัตรสหประชาชาติ และภายใต้ธรรมเนียมของกฎหมายระหว่างประเทศและหลักนิติศาสตร์ของศาลยุติธรรมระหว่างประเทศ ข้อตกลงใด ๆ ที่เป็นลายลักษณ์อักษรระหว่างรัฐที่กำหนดพันธกรณีทางกฎหมายที่มีผลผูกพันภายใต้กฎหมายระหว่างประเทศจะมีมูลค่าเท่ากับสนธิสัญญา ไม่ว่าจะมีชื่อว่าอะไรก็ตาม
2. นายเส็ง ดีนา ได้ตั้งข้อสงสัยว่า MOU 43 ไม่มีข้อกำหนดการหมดอายุหรือบทบัญญัติสำหรับการยุติโดยฝ่ายเดียว
ดังนั้น MOU 43 จะยังมีผลบังคับใช้ต่อไปจนกว่าวัตถุประสงค์ของบันทึกความเข้าใจฉบับนี้ ซึ่งก็คือการสำรวจและกำหนดเขตแดนทางบกระหว่างกัมพูชาและไทย จะ “สำเร็จ” ดังนั้นฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งจะยกเลิกไม่ได้ หากไม่ได้รับความยินยอมจากอีกฝ่ายหนึ่ง
ทั้งนี้ ความเห็นดังกล่าวของ นายเส็ง ดีนา มีขึ้นท่ามกลางสถานการณ์ที่รัฐบาลไทยกำลังพิจารณาจัดการลงประชามติระดับชาติว่าจะเพิกถอนบันทึกความเข้าใจ 2 ฉบับ (MOU 43-44) กับกัมพูชา หรือไม่