วันนี้ (2 ต.ค. 68) ตำรวจสอบสวนกลาง (CIB) โดย กองบังคับการตำรวจทางหลวง (บก.ทล.) ร่วมกันจับกุม นายวรวิทย์ อายุ 68 ปี ฐานความผิด “มีอาวุธปืนและเครื่องกระสุนปืนไว้ในครอบครองโดยไม่ได้รับอนุญาต และ พกพาอาวุธปืนติดตัวไปในเมือง หมู่บ้าน หรือทางสาธารณะโดยไม่ได้รับอนุญาต และไม่มีเหตุอันควรจำเป็นอันเร่งด่วนหรือสมควรแก่พฤติการณ์”
โดยพบของกลาง เป็นอาวุธปืนพกสั้น ชนิดลูกโม่ ขนาด .38 จำนวน 1 กระบอก , เครื่องกระสุนปืนขนาด .38 จำนวน 6 นัด , ซองพกในแบบหนังสีดำ จำนวน 1 ซอง และ กระเป๋าสะพายข้างแบบผ้าเทา จำนวน 1 ใบ ซึ่งสามารถจับกุม ทล.4 กม.1116-1117 ต.นาโยงใต้ อ.เมือง จ.ตรัง
สืบเนื่องจากเจ้าหน้าที่ตำรวจ ส.ทล.2 กก.7 บก. ได้ร่วมกันตั้งจุดตรวจบนถนนทางหลวงหมายเลข 4 กม.1116-1117 ม.5 ต.นาโยงใต้ อ.เมือง จ.ตรัง เพื่อกวดขันวินัยจราจรและป้องกันปราบปรามอาชญากรรมการกระทำความผิดกฎหมายบนถนน ระหว่างตั้งจุดตรวจอยู่นั้น ได้มีรถยนต์สีดำ ซึ่งมีนายวรวิทย์ เป็นผู้ขับขี่มีลักษณะท่าทางพิรุธเชื่อว่าน่าจะมีสิ่งของผิดกฎหมายอยู่ภายในรถยนต์ จึงให้สัญญาณให้หยุดรถเพื่อตรวจสอบ
ผลจากการตรวจค้นพบ กระเป๋าสะพายข้างแบบผ้าสีเทา ภายในบรรจุอาวุธปืนพกสั้น ชนิดลูกโม่ ขนาด .38 ซึ่งภายในลูกโม่ บรรจุของ เครื่องกระสุนปืน ขนาด .38 จำนวน 6 นัด วางอยู่ที่บริเวณซ้ายมือของผู้ขับขี่ โดยนายวรวิทย์ รับว่าอาวุธปืนกระบอกดังกล่าวเป็นของนายกฤตภาส เป็นคนในพื้นที่
ต.โคกหล่อ อ.เมือง จ.ตรัง ซึ่งเป็นคนรู้จักกัน โดยเมื่อประมาณ 3 วัน ก่อนที่จะถูกจับกุมตนได้ยืมอาวุธปืนมาจากนายกฤตภาส ซึ่งเป็นคนรู้จักกันมาไว้เพื่อพกพา จนมาถูกเจ้าหน้าที่ตำรวจชุดจับกุมดังกล่าวจับกุมขณะตั้งจุดตรวจ
โดยเจ้าหน้าที่ตำรวจชุดจับกุมได้ตรวจยึดของกลางทั้งหมดไว้ พร้อมได้แจ้งรายละเอียดเกี่ยวกับกระทำความผิดให้ทราบและแจ้งว่าเขาจะต้องถูกจับและตกเป็นผู้ต้องหาโดยกล่าวหาว่า “มีอาวุธปืนและเครื่องกระสุนปืนไว้ในครอบครองโดยไม่ได้รับอนุญาต พกพาอาวุธปืนติดตัวไปในเมือง หมู่บ้าน หรือทางสาธารณะโดยไม่ได้รับอนุญาต และไม่มีเหตุอันควรจำเป็นอันเร่งด่วนหรือสมควรแก่พฤติการณ์” พร้อมทั้งแจ้งสิทธิของผู้ต้องหาให้ทราบ และเข้าใจดีแล้ว
จากนั้นเจ้าหน้าที่ตำรวจชุดจับกุม จึงได้ร่วมกันนำตัวผู้ต้องหาพร้อมของกลางทั้งหมดมาทำบันทึกจับกุม ประวัติ ถ่ายภาพ ที่ ส.ทล.2 กก.7 บก.ทล. ต.บ้านควน อ.เมือง จ.ตรัง แล้วตัวผู้ต้องหาพร้อมของกลางทั้งหมดนำส่งพนักงานสอบสวน สภ.เมืองตรัง จ.ตรัง เพื่อดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป