ข่าวเย็นประเด็นร้อน - กระทรวงกลาโหม มีแนวโน้มผลักดันชาวกัมพูชาออกจากพื้นที่บ้านหนองหญ้าแก้ว บ้านหนองจาน จังหวัดสระแก้ว ตามที่กำหนดไว้ 10 ตุลาคม พร้อมเดินหน้าทางกฎหมายที่บังคับใช้ แต่ก็ต้องรอ สมช.ที่ประชุมในบ่ายนี้
พลเอก ณัฐพล นาคพาณิชย์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม บอกว่า การที่จะให้ชาวกัมพูชาออกจากพื้นที่บ้านหนองหญ้าแก้ว และหนองจาน จังหวัดสระแก้ว ต้องดำเนินการตามกฎหมาย ส่วนการจะใช้กำลังผลักดันชาวกัมพูชาหรือไม่ ต้องรอการประชุมสภาความมั่นคงแห่งชาติ หรือ สมช. ประชุมบ่ายวันนี้ (2 ต.ค.)
ที่ก่อนหน้านี้มีแนวโน้มที่จะผลักดันวันที่ 10 ตุลาคม พร้อมตัดพ้อกับแนวคิดเมืองคู่แฝด ระหว่างสระแก้ว-บันเตียเมียนเจย ว่าเป็นการพูดตั้งแต่วันที่ 10 กันยายน หลังประชุมคณะกรรมการชายแดนทั่วไปไทย-กัมพูชา หรือ GBC แต่กลับถูกนำกลับมาเป็นข่าวช่วงนี้ ซึ่งเป็นเรื่องเก่า ตอนนั้นกัมพูชาก็เริ่มคล้อยตามแล้ว ที่เพื่อให้เกิดความเรียบร้อย อาจจะไปสร้างคู่แฝดในฝั่งกัมพูชา ไม่ใช่ฝั่งไทย เป้าหมายของตนที่พูดวันนั้น เพื่อต้องการให้เขาออกจากพื้นที่ของประเทศไทย
ส่วนกรณีที่กรณีข่าวต่างประเทศลงข่าวที่ว่า กองทัพประเทศจีนส่งจรวด และกระสุนปืนใหญ่มายังกัมพูชา ไม่กี่สัปดาห์ก่อนที่จะมีการสู้รบระหว่างไทย-กัมพูชา ว่า เป็นเรื่องเก่าแต่เป็นความร่วมมือระหว่างซ้อมรบตั้งแต่กุมภาพันธ์ ก่อนกัมพูชาขัดแย้งกับไทย เพราะมั่นใจว่าหากจะเกิดความตึงเครียดลักษณะนี้ จีนคงจะพิจารณารอบคอบ และที่ผ่านมาไม่ได้ส่งอาวุธเพิ่มแต่อย่างใด
ส่วนการจัดซื้ออาวุธยุทโธปกรณ์ของเหล่าทัพ เพื่อสร้างความพร้อมในการรบ ตอนนี้กำลังเร่งรัดดำเนินการ ซึ่งปัจจุบันได้ให้กรมบัญชีกลาง อนุโลมให้ เพราะเป็นการจัดหาเฉพาะ เพื่อทำให้การจัดซื้อรวดเร็วขึ้น ซึ่งปัจจุบันนี้ทยอยที่จะได้รับแล้ว โดยคาดว่าจะแล้วเสร็จภายในสิ้นปีนี้ ส่วนงบฯกลาง 800 กว่าล้านบาท ที่ ครม. อนุมัติเมื่อวันอังคารที่ผ่านมา จะนำไปใช้ภารกิจชายแดนไทย-กัมพูชานั้น มีทั้งเรื่องเบี้ยเลี้ยงกำลังพล ด้วย
ส่วนเรื่องการยกเลิก MOU 2543 ผู้บัญชาการเหล่าทัพ ไม่ได้แสดงความเห็น ต้องรอความชัดเจนจาก สมช. แต่จะส่งผลกระทบกับ JBC หรือไม่ ตนมองว่า ยังมีกลไกที่เหลืออยู่ทำงานได้ เพราะใน JBC มีเจ้ากรมแผนที่ เป็นคณะกรรมการด้านเทคนิค แต่ยังเป็นเรื่องของอนาคต อาจจะยกเลิกหรือคงไว้ก็ได้