สนามข่าว 7 สี - ที่ประชุม สมช. เคาะแล้ว อนุมัติหลักการสร้างรั้วชายแดนไทย-กัมพูชา เริ่มในพื้นที่ที่ไม่มีปัญหา น่าจะเป็นจุดที่ “เสธเบิร์ด” เคยลงไปสำรวจ เมื่อเดือนสิงหาคมที่ผ่านมา
นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย เผยผลการประชุม สมช. นัดแรก ถึงเรื่องอนุมัติกรอบในการสร้างรั้วตามแนวเขตชายแดนไทย-กัมพูชา ส่วนพิกัด กองทัพไทยจะพิจารณาว่าจะสร้างช่วงไหน รูปแบบใด ตามความเหมาะสม
สำหรับพื้นที่ชายแดนไทย-กัมพูชา ที่กองทัพไทย เข้าไปสำรวจเมื่อเดือนสิงหาคมที่ผ่านมา ก็คือที่หลักเขตที่ 48-51 บริเวณบ้านป่าไร่ ถึงบ้านท่าข้าม อำเภออรัญประเทศ จังหวัดสระแก้ว
แต่จุดที่ไทยและกัมพูชา เห็นตรงกันแล้วเรื่องเขตแดน จึงมีความเป็นไปได้ว่าจะสร้างรั้วถาวรแห่งแรกก็คือที่หลักเขตที่ 50-51 เป็นช่วงที่ไม่มีปัญหาเรื่องแนวเขตแดน เพราะมีคลองพรหมโหด แม่น้ำศรีโสภณเป็นแนวเขตแดนทางธรรมชาติ ระยะทางประมาณ 14 กิโลเมตร
สำหรับรูปแบบรั้วถาวรจะก่อผนังอิฐบล็อกสูง 3 เมตร ด้านบนจะวางตาข่ายถัก จะมีเหล็กกล่อง และเหล็กฉากเป็นฐาน เพื่อวางลวดหนามหีบเพลงอีก 1 ชั้น
นายอนุทิน ยังได้กล่าวถึงการผลักดันชาวกัมพูชาที่รุกล้ำอธิปไตยบริเวณบ้านหนองจาน และบ้านหนองหญ้า ขีดเส้นตายเอาไว้ วันที่ 10 ตุลาคม ระบุว่า ต้องบังคับใช้กฎหมายที่ถูกต้อง คำนึงถึงหลักมนุษยธรรม และคำนึงถึงผลกระทบที่ตามมา
นายอนุทิน บอกอีกว่ายังใช้กองทัพควบคู่กับเวทีต่างประเทศ บอกสหประชาชาติว่าเราไม่ใช่ผู้รุกราน แต่เป็นฝ่ายถูกรุกราน พร้อมย้ำว่ายังคงมาตรการทางการทหารและปิดชายแดนต่อไป
กระทรวงการต่างประเทศสหรัฐฯ เผยรายงานการค้ามนุษย์ประจำปี 2025 (TIP Report) จัดให้กัมพูชาอยู่ใน Tier 3 ซึ่งเป็นระดับต่ำสุด ติดต่อกันเป็นปีที่ 4 เหตุเพราะรัฐบาลกัมพูชา ไม่สามารถแก้ปัญหาค้ามนุษย์ได้อย่างมีประสิทธิภาพ
มีเจ้าหน้าที่ระดับสูงของรัฐ บางคนมีส่วนเกี่ยวข้องกับแก๊งสแกมเมอร์ คุกคามเหยื่อ พยานและปกป้องผู้ทำผิด การถูกจัดให้อยู่ใน Tier 3 ทำให้กัมพูชาอาจเผชิญผลกระทบทางการทูต และการจำกัดความช่วยเหลือจากสหรัฐฯ ยกเว้นความช่วยเหลือด้านมนุษยธรรมและการต่อต้านการค้ามนุษย์โดยตรง