เริ่มรื้อ! สน.สามเสน ใช้ “โซ่เลื่อยยนต์” ตัดแทนเครื่องจักรหนัก ลดแรงสั่นสะเทือนกันโครงสร้างพัง หลังดินเคลื่อน–อาคารเอียงเพิ่ม หวั่นกระทบอุโมงค์รถไฟฟ้าใต้ดิน
4 ต.ค. 68 นายทินกร โรจนธารา ตัวแทนบริษัทที่ปรึกษาควบคุมงานก่อสร้างโครงการรถไฟฟ้าใต้ดินสายสีม่วง สถานีวชิรพยาบาล ให้สัมภาษณ์กับสื่อมวลชนหลังลงพื้นที่ติดตามความคืบหน้าการรื้อถอนอาคารสถานีตำรวจนครบาลสามเสน ว่า ตั้งแต่ช่วงเช้าที่ผ่านมา เจ้าหน้าที่ได้เคลื่อนย้ายรถยนต์จำนวน 29 คัน และรถจักรยานยนต์อีก 62 คัน ออกจากพื้นที่ สน.สามเสนเรียบร้อยแล้ว ขณะนี้อยู่ระหว่างการใช้โซ่เลื่อยยนต์ตัดมุมอาคารฝั่งขวา (เมื่อหันหน้าเข้า สน.) ออก เนื่องจากส่วนดังกล่าวเป็นชิ้นส่วนที่ทำหน้าที่ถ่วงน้ำหนักอาคารทั้งหมด แทนเสาเข็มที่ขาดไปตั้งแต่วันแรกที่เกิดเหตุ เมื่อวันที่ 24 ก.ย. 68 ที่ผ่านมา
โดยหลังจากเมื่อคืนวันที่ 3 ต.ค. เกิดฝนตกหนัก ส่งผลให้ดินเกิดการเคลื่อนตัวและทำให้อาคาร สน. มีความลาดเอียงเพิ่มขึ้น หน่วยงานที่เกี่ยวข้องได้ประชุมร่วมกันและมีมติให้รื้อถอนอาคารบางส่วนออก โดยเริ่มจากการลดน้ำหนักของอาคารทั้งหมดก่อน จากนั้นจึงตัดชิ้นส่วนอาคารจากชั้นบนสุดลงมาทีละชั้นจนถึงชั้นล่าง แล้วใช้เครนคีบออกทีละส่วน
ทั้งนี้ ชิ้นส่วนที่ต้องรื้อออกประกอบด้วยกำแพง พื้น และโครงสร้างประกอบต่าง ๆ โดยจะเหลือไว้เฉพาะคานและเสาหลักของอาคาร ทั้งนี้การใช้เลื่อยโซ่แทนเครื่องจักรหนัก เป็นเพื่อลดแรงสั่นสะเทือนที่จะกระทบต่อโครงสร้างส่วนอื่น ๆ นายทินกร ยืนยันว่า ความเสียหายเกิดขึ้นเฉพาะอาคาร สน.สามเสนเท่านั้น ส่วนอาคารที่พักข้าราชการตำรวจ (แฟลต) ยังไม่พบความเสียหาย เนื่องจากด้านหลังอาคาร สน. มีเสาเข็มจำนวนมากและแข็งแรงเพียงพอที่จะรับแรงถ่วงไว้ได้
นายทินกร กล่าวเพิ่มเติมว่า ขณะนี้ยังไม่มีคนงานคนใดกล้าลงไปทำงานในหลุมยุบ เพราะกังวลว่าอาคาร สน. อาจถล่มลงมาได้ จึงจำเป็นต้องเร่งลดน้ำหนักของอาคารให้มากที่สุดก่อน โดยย้ำว่าความปลอดภัยของเจ้าหน้าที่เป็นสิ่งสำคัญที่สุด พร้อมเตือนว่าหากอาคารถล่มลงไปในหลุมจริง จะก่อให้เกิดความเสียหายร้ายแรง เพราะอาจกระทบต่ออุโมงค์รถไฟฟ้าใต้ดิน แม้จะมีการถมทรายรองรับไว้แล้วก็ตาม
สำหรับการฟื้นฟูถนนสามเสน นายทินกร ยืนยันว่า ไม่จำเป็นต้องรอให้การรื้อถอนอาคาร สน. แล้วเสร็จก่อนถึงจะดำเนินการได้ โดยระหว่างการรื้อถอน จะมีการติดตั้งเครื่องมือวัดการลาดเอียงของอาคารเพื่อเฝ้าระวังความปลอดภัยอย่างต่อเนื่อง