คณะ IOT ลงพื้นที่ช่องสายตะกู ให้เห็นกับตา ตึกกาสิโน-สแกมเมอร์

คณะ IOT ลงพื้นที่ช่องสายตะกู ให้เห็นกับตา ตึกกาสิโน-สแกมเมอร์

View icon 150
วันที่ 5 ต.ค. 2568 | 14.04 น.
ข่าวออนไลน์7HD
แชร์
คณะ IOT ลงพื้นที่ “ช่องสายตะกู” จ.บุรีรัมย์ รับฟังข้อเท็จจริงสถานการณ์ไทย-กัมพูชา พาไปดูให้เห็นตึกบ่อนกาสิโน สแกมเมอร์ คอลเซนเตอร์ สร้างติดชายแดน  ด้านผู้ช่วยทูตทหารมาเลเซีย ชื่นชม “กองทัพบกไทย” ปฏิบัติตามข้อตกลงหยุดยิง ไม่เสริมอาวุธ-กำลัง หวังประชุม JBC จะเกิดขึ้น ขณะลงพื้นที่ชาวเขมรบีบแตรใส่ ป่วนนิดหน่อย

กองทัพไทย และกองทัพภาคที่ 2 นำคณะผู้สังเกตการณ์ชั่วคราว IOT จำนวน 3 ประเทศอาเซียนลงพื้นที่ช่องสายตะกู ต.จันทบเพชร อ.บ้านกรวด จ.บุรีรัมย์ โดยเจ้าหน้าที่ได้อธิบายแผนที่ให้คณะ IOT รับทราบทั้งรายละเอียดของหลักหมุดเขตแดนที่ 24 (ช่องจันทร์แดง) , 25 (ช่องสายตะกู) , 26 (ช่องจันทบเพชร) และพบการก่อสร้างตึก “บ่อนกาสิโน” ขนาดใหญ่ 1 แห่ง ด้านซ้ายหากมองจากฝั่งไทย ชื่อ “สายตะกูรีสอร์ท” บ่อนแห่งนี้ สร้างขึ้นตั้งแต่ปี 2554 มีความสูง 7 ชั้น ซึ่งการก่อสร้างตึกแห่งนี้ ห่างจากแนวหลักหมุดเขตเพียง 125 เมตร นั่นแสดงให้เห็นอีกว่ากัมพูชา กำลังละเมิด MOU43 คือ ก่อสร้างตึกใกล้หลักหมุดเขตแดน ทั้งๆ ที่ตามหลัก คือ ห้ามปรับปรุงสภาพภูมิประเทศ ให้เปลี่ยนแปลงไปจากเดิม”

ขณะที่ด้านขวาเมื่อมองจากฝั่งไทย ยังพบตึกสแกมเมอร์-คอลเซนเตอร์อีกหนึ่งแห่ง เปิดเป็นที่พักของพนักงาน มีเสาสัญญาณพร้อม และถัดไปอีก จะถึงตลาดกัมพูชา ตั้งอยู่ห่างจากแนวรั้ว 600 เมตร ในพื้นที่วันนี้ยังมีร่องรอยความเสียหายจากการยิง และระเบิดของกัมพูชา BM21 สภาพตู้คอนเทนเนอร์ในฝั่งไทย ซึ่งเป็นจุดสำหรับขออนุญาตผ่านแดน 

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ระหว่างการลงพื้นที่ของคณะ IOT มีชาวกัมพูชาขับขี่รถจักรยานยนต์มาบีบแตรใส่ แสดงออกถึงพฤติกรรมป่วนเล็กน้อย

จากนั้นพลจัตวาซัมซุล ออกมาให้สัมภาษณ์ ถึงการลงพื้นที่สำรวจว่า “หลังจากที่ได้ลงพื้นที่เพื่อสังเกตการณ์มาตลอด 2 วัน ภายใต้การกำกับดูแลของกองทัพภาคที่ 2 สิ่งที่มีความสำคัญ คือ การเสริมสร้างและการใช้ความร่วมมือทวิภาคีที่ตกลงกันภายใต้การประชุม RBC , GBC และ JBC แต่ใดๆ ก็ตาม ก็จะต้องมีความจริงใจและความเชื่อมั่นระหว่างกัน“

การปฏิบัติตามข้อตกลงการหยุดยิง เป็นสิ่งที่ต้องทำ เพื่อลดความตึงเครียดและเพื่อหลีกเลี่ยงไม่ให้เกิดเหตุการณ์ที่ไม่คาดคิดเกิดขึ้น รวมถึงการที่จะทำให้การตกลงหยุดยิงนั้นมันเกิดผล ทางคณะผู้สังเกตการณ์ชั่วคราวของทั้ง 2 ประเทศ จึงต้องลงพื้นที่เพื่อตรวจสอบและสังเกตการณ์การปฎิบัติตาม ทั้งนี้ทางคณะฯ ยังหวังว่า JBC จะเกิดขึ้นโดยเร็ว

ส่วนการรายงานความคืบหน้าทางคณะผู้สังเกตการณ์ชั่วคราว ทั้งทางฝั่งไทยและกัมพูชา ก็ได้ลงพื้นที่เพื่อยืนยันและส่งรายงานไปยังกองบัญชาการ เมื่อกองบัญชาการได้รับรายงานแล้ว ก็จะนำรายงานดังกล่าว นำเรียนไปยังผู้บัญชาการทหารสูงสุดของกองทัพมาเลเซีย ซึ่งเป็นหัวหน้าทีมให้ได้รับทราบ หลังจากนั้นก็จะรายงานไปยังผู้บัญชาการทหารสูงสุดของทางกองบัญชาการกองทัพไทยและกัมพูชา เพื่อเสนอแนะว่าควรทำอย่างไรและไม่ควรทำอะไรบ้าง เพื่อคงไว้ซึ่งความมั่นคง และคงไว้ตามข้อปฏิบัติการหยุดยิง

แม้การลงพื้นที่ร่วมกันระหว่าง IOT ของทั้ง 2 ฝ่าย ยังไม่ได้เกิดขึ้น แต่ทั้ง 2 ฝ่ายได้มีการพูดคุย ประสานงานกันตลอดว่ามีอะไรเกิดขึ้นบ้าง ซึ่งเป้าหมายของคณะฯ คือเพื่อสังเกตการณ์และเพื่อตรวจสอบในพื้นที่จริง เมื่อได้ข้อเท็จจริงแล้ว หรือการยืนยันแล้ว ก็จะนำรายงานให้สังคมโลกได้ทราบ และอีกประเด็นที่สำคัญ ก็คือ “คุณภาพในการลงพื้นที่มีค่ามากกว่าการลงพื้นที่บ่อยหรือไม่บ่อย” และวันนี้ที่เราลงพื้นที่ เราได้รับทราบข้อมูลจากทหารแนวหน้า

พลจัตวาซัมซุล ยังได้ชื่นชมกองทัพบกที่ปฏิบัติหน้าที่ได้อย่างดี และไทยปฎิบัติการโดยที่ไม่มีการให้ข้อมูลเท็จ ไม่มีการใช้อาวุธเพิ่มเติม หรือการเสริมกำลัง และการรักษาไว้ซึ่งความเป็นทหารอาชีพและคุณภาพของการปฏิบัติการตั้งแต่ระดับพลทหารไปจนถึงระดับผู้บังคับบัญชา เพื่อให้การปฎิบัติตามข้อตกลงหยุดยิงนั้น เป็นไปตามที่ได้ตกลงไว้ รวมถึงกฎการปะทะ ศีลธรรมที่ได้คุยกันไว้

พลจัตวาซัมซุล ย้ำว่า “พวกเราคือหนึ่งในประเทศในประชาคมอาเซียน เราปฏิบัติตามแนวทางของอาเซียน และอาเซียนเองก็เชื่อในความร่วมมือของทวิภาคี พวกเราคือครอบครัว พวกเราไม่ได้ต้องการที่จะอวดเบ่งให้กับใคร”

ผู้สื่อข่าวถามถึงการลงพื้นที่ช่องบกและช่องสายตะกู ตลอด 2 วันที่ผ่านมา ได้เห็นอะไรที่เป็นประโยชน์ และจะนำกลับไปรายงานให้หน่วยเหนือได้ทราบบ้างนั้น พลจัตวาซัมซุล บอกว่า ”ในระหว่างการลงพื้นที่ทั้ง 2 วัน คือการเห็นทหารไทยยังคงอยู่ในที่มั่นของตัวเองเหมือนเดิม ไม่ได้มีการเสริมกำลังหรืออะไรเลย ถือเป็นการปฏิบัติตามข้อตกลงหยุดยิงที่ได้คุยกันไว้ในที่ประชุม“

ยืนยันว่า “พอลงพื้นที่เสร็จแล้ว ทางคณะผู้สังเกตการณ์ชั่วคราว ก็จะทำการส่งรายงานกลับไปยังทางกองบัญชาการทุกวัน ทุกสัปดาห์และทุกเดือน”

ก่อนที่พลจัตวาซัมซุล ทิ้งท้ายขอบคุณสื่อมวลชนที่ทำหน้าที่ได้อย่างดี ก่อนย้ำว่า ”เรายังคงรอผลของ GBC และ JBC สุดท้ายยังเชื่อมั่นว่าทั้ง 2 ประเทศล้วนต้องการสันติภาพให้บังเกิดขึ้น“

สำหรับ “ช่องสายตะกู” เป็นจุดผ่อนปรนทางการค้าชายแดนช่องสายตะกู-จุ๊บโกกี ชายแดนไทย-กัมพูชา เดิมทีเคยเป็นตลาดการค้าชุมชมของทั้ง 2 ประเทศ เปิดทุกวันเวลา 09.00-15.00 น. ปกติจะมีประชาชนไม่ต่ำกว่า 300 คนข้ามแดน แต่จะมีเงื่อนไขอนุญาติให้ชาวบ้านใน อ.บ้านกรวด ข้ามผ่านไปมา เพื่อจับจ่ายซื้อของแลกเปลี่ยนสินค้าชุมชนระหว่างประเทศเท่านั้น ห้ามคนนอกพื้นที่ ซึ่งตลาดชุมชนฝั่งไทยจะขายสินค้าจำพวกอุปโภคบริโภค / ส่วนฝั่งกัมพูชา จะขายพวกบุหรี่ เหล้า หรือสินค้าผิดกฎหมาย ตลาดกัมพูชาจะตั้งอยู่ห่างจากแนวรั้วราว 600 เมตร