วันนี้ (22 ต.ค. 68) ผู้สื่อข่าวรายงานว่าที่ศาลากลาง จ.เชียงใหม่ ชาวนาจาก อ.สันทราย และ อ.แม่ริม ประมาณ 100 คน เดินทางมาติดตามทวงถามเรื่องราคาข้าวเปลือกเหนียวตกต่ำ โดยมีนายจำรัส ลุมมา แกนนำสหพันธ์เกษตรกรเชียงใหม่ -ลำพูน เป็นตัวแทนยื่นหนังสือข้อเรียกร้องถึงรัฐบาล ผ่านนางณัฐพร มหาไพบูลย์ พาณิชย์ จ.เชียงใหม่
จากนั้นตัวแทนชาวนาได้เข้าร่วมประชุมกับพาณิชย์ จ.เชียงใหม่ และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง โดยก่อนหน้านี้เมื่อวันที่ 14 ต.ค. กลุ่มชาวนาได้ยื่นหนังสือขอให้รัฐบาลผลักดันราคาข้าวขั้นต่ำที่กิโลกรัมละ 10 บาท เพราะต้นทุนการผลิตปัจจุบันสูงกว่าไร่ละ 6,000 - 6,500 บาท , ควบคุมต้นทุนและปัจจัยการผลิต เช่น ปุ๋ยและยาให้อยู่ในระดับที่เหมาะสม , ดึงโรงสีข้าวนอกพื้นที่เข้ามารับซื้อผลผลิต เพราะโรงสีในพื้นที่มีจำกัด
แต่กรมการค้าภายในมีหนังสือแจ้งเรื่อมมาตรการช่วยเหลือ 4 ด้าน คือ 1.ให้สินเชื่อแกชาวนาเพื่อชะลอการขายข้าว 2.สินเชื่อรวบรวมข้าว 3.ชดเชยดอกเบี้ยผู้ประกอบการข้าว และ 4. เร่งจ่ายเงินโครงการช่วยเหลือชาวนาไร่ละ 1,000 บาท ซึ่งไม่เป็นไปตามข้อเรียกร้องของชาวนา และล่าสุดวันนี้ราคาข้าวตกต่ำลงเหลือ กก.ละ 6.60 บาทแล้ว
ทางด้านนายจำรัส ลุมมา แกนนำสหพันธ์เกษตรกรเชียงใหม่ -ลำพูน เปิดเผยว่า วันนี้มาทวงถามความคืบหน้ามาตรการช่วยเหลือตามข้อเรียกร้องเดิมที่ยื่นไปเมื่อวันที่ (14 ต.ค.68) ที่ผ่านมา โดยเฉพาะการจ่ายเงินช่วยเหลือชาวนาไร่ละ 1,000 บาท และหากราคาข้าวมีเสถียรภาพอยู่ที่ ก.ละ 10 บาท รัฐบาลก็ไม่ต้องจ่ายเงินส่วนนี้เพิ่มเติม
ทั้งนี้แม้ราคาข้าวมีแนวโน้มตกต่ำลงต่อเนื่อง แต่ชาวนาจำเป็นต้องเก็บเกี่ยวไม่สามารถชะลอได้ตามที่รัฐบาลข้อเสนอของรัฐบาลแม้จะขาดทุน เพราะต้นทุนการผลิตอยู่ที่ กก.ละ 5.90 - 6.50 บาท
โดยปัจจุบันพื้นที่ปลูกข้าวเหนียวลดลงไปมาก เพราะชาวนามีปัญหาหนี้สินจึงตัดใจขายนาทิ้ง ล่าสุดเหลือพื้นที่ปเพาะปลูกเพียง 514,400 ไร่ ลดลงจากปีก่อน 3.42% ส่วนผลผลิตลดลงเหลือ 318,000 ตัน แต่ราคาก็ยังตกต่ำลง
ขณะเดียวกันนี้ทางนายจำรัส ยังบอกอีกว่า หากไม่ได้รับคำตอบที่น่าพอใจตามข้อเรียกร้องก่อน 7 วันนี้ โดยเฉพาะการผลักดันราคาข้าวที่ กก.ละ 10 บาท ก็จะยกระดับการเคลื่อนไหวระดมชาวนาทั้ง จ.เชียงใหม่ชุมนุมกดดันรัฐบาลเหมือนปี 49 -50 ที่กลุ่มชาวนานับพันคนมาร่วมประท้วงรัฐบาล