ภาคประชาชน บุกทำเนียบฯ ร้อง “นายกฯ” ทบทวนขยายเวลาปิดผับตี 4

ภาคประชาชน บุกทำเนียบฯ ร้อง “นายกฯ” ทบทวนขยายเวลาปิดผับตี 4

View icon 163
วันที่ 24 ต.ค. 2568 | 13.24 น.
ข่าวออนไลน์7HD
แชร์
อย่าเอาใจ “ทุนน้ำเมา” เครือข่ายภาคประชาชน เรียกร้อง “นายกฯ” ทบทวนขยายเวลาปิดผับตี 4 

จากกรณีมีกระแสข่าวว่า นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี และ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย สั่งการในที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) วันที่ 21 ต.ค.2568 ให้กระทรวงมหาดไทย และกระทรวงสาธารณสุข ร่วมหารือเพื่อยกเลิกโซนนิ่งพื้นที่ขายเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ เพื่อให้เปิดกว้างขายได้ทั่วประเทศ และขยายเวลาเปิดสถานบริการถึง เวลา 04.00 น. หรือ เปิดผับบาร์ได้ถึงตี 4 จากปัจจุบันเปิดให้บริการได้ถึง 02.00 น. และให้ยกเลิกข้อห้ามขายเครื่องดื่ม แอลกอฮอล์ในเวลา 14.00-17.00 น. ซึ่งจะให้มีผลในเดือน ม.ค. 2569 ก่อนยุบสภานั้น

ล่าสุด (24ต.ค.68) เวลา 10.00 น. ตัวแทนเครือข่าวภาคประชาชน เช่น แทนที่ได้รับผลกระทบจากอุบัติเหตุจากเมาแล้วขับ ผู้ประสานงานเครือข่ายรณรงค์ป้องกันภัยแอลกอฮอล์ (ครปอ.) ผู้แทนจากเครือข่ายไรเดอร์ ผู้ประสานงานเครือข่ายพัฒนาคุณภาพชีวิต ฯลฯ เดินทางไปรวมตัวกันที่ทำเนียบรัฐบาล เพื่อยื่นหนังสือถึงนายกรัฐมนตรี ผ่านนายสมพาศ  นิลพันธ์ ที่ปรึกษาสำนักงานปลัดสำนักนายกรัฐมนตรี เรียกร้องให้ตรวจสอบกระแสข่าวดังกล่าวว่าเป็นความจริงหรือไม่

เนื่องจากที่ผ่านมา เคยมีเหตุการณ์แอบอ้าง หรือความพยายามปล่อยข่าวแบบเดียวกันนี้ จากฝั่งผู้ประกอบกิจการเครื่องดื่มแอลกอฮอล์จนทำให้สังคมเกิดความสับสน หวังผลประโยชน์ในทางธุรกิจ ยิ่งมีการอ้างถึงตัวเลขรายได้ที่จะได้จากการขยายเวลาขายเหล้าเบียร์เพิ่มถึง 5 แสนล้าน เป็นตัวเลขที่เลื่อนลอยไม่มีที่มาที่ไป

ขณะที่ ผู้ประสานงานเครือข่ายพัฒนาคุณภาพชีวิต ย้ำจุดยืนและมีข้อเสนอต่อนายกรัฐมนตรี และรัฐบาล 5 ข้อดังนี้

1. ขอให้รัฐบาลตอบให้ชัดว่ามีนโยบายดังกล่าวจริงหรือไม่ และควรแสดงจุดยืนให้ชัดว่ารัฐบาลนี้จะสร้างสมดุลระหว่างสุขภาพ ความปลอดภัยของประชาชนกับผลประโยชน์ทางธุรกิจอย่างไร โดยเฉพาะนายอนุทินซึ่งเคยเป็นรัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุขมาก่อน ควรจะเข้าใจในมิติสุขภาพและความปลอดภัยของประชาชน ไม่หูเบาตามกลุ่มลอบบี้ยีสต์ทุนน้ำเมา ไม่ทำในสิ่งที่สวนทางกันอย่างสิ้นเชิงกับสุขภาพและความปลอดภัยของประชาชน

2. ขอให้รัฐบาลเร่งประเมินผลการนำร่องขายเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ในสถานบริการได้จนถึงตี 4 ที่ทำมาเกือบ 2 ปี ในพื้นกรุงเทพมหานคร จ.ภูเก็ต จ.ชลบุรี จ.เชียงใหม่ และท้องที่ อ.เกาะสมุย จ.สุราษฎร์ธานี ประสบความสำเร็จอย่างที่อ้างกันหรือไม่ ทั้งมิติการท่องเที่ยวและเศรษฐกิจ ความคุ้มค่าเมื่อเทียบกับความปลอดภัย อุบัติเหตุ ความรุนแรง และความสูญเสีย หากพบว่าไม่คุ้มค่าควรยกเลิกทันที

3. ข้อเสนอให้ยกเลิกเวลาห้ามขายช่วงเวลา 14.00-17.00 น. ไม่ใช่สิ่งที่ควรทำหรือจำเป็นเร่งด่วน ขอยืนยันว่าช่วงเวลาดังกล่าว ควรเป็นช่วงเวลาความปลอดภัยประชาชนทุกคน ทั้งคนทำงาน เด็กนักเรียน ไม่ใช่เวลาทองของคนขายเหล้า โดยปัจจุบัน ข้อมูลความสูญเสียโดยรวมจากเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ 170,000 ล้านบาท สูงกว่าภาษีที่ภาครัฐจัดเก็บได้จากเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ที่ปีละ 150,000 ล้าน บาท เท่ากับเป็นภาระระบบสุขภาพที่ได้ไม่คุ้มเสีย

4. พ.ร.บ.สถานบริการ พ.ศ. 2509 และการกำหนดโซนนิ่งในปัจจุบันมีความล้าหลัง จึงควรปรับปรุงแก้ไขกฎหมายเพื่อจัดระเบียบใหม่กับสถานบริการที่มีเกือบ 1,800 ราย และจัดการสถานประกอบการที่คล้ายสถานบริการที่คาดว่ามีมากกว่า 200,000 ราย เพื่อให้เข้าสู่ระบบ รวมถึงขยายความรับผิดชอบต่อสังคมของผู้ประกอบการให้มากขึ้น ปิดช่องการรับส่วย หากฝ่าฝืนมีบทลงโทษหนัก เช่น สั่งปิดสถานบริการ 1-5 ปี เป็นต้น 

5. ขอเรียกร้องไปยังผู้ประกอบการร้านเหล้า ผับ บาร์ ยุติการผลักดันข้อเสนอที่ทำเพื่อประโยชน์ทางธุรกิจของตัวเอง โดยไม่สนใจความสูญเสีย ความปลอดภัยของสังคม และ ขอให้ร่วมกันแสดงความรับผิดชอบต่อสังคมด้วยการปฏิบัติตามและเคารพกฎหมายดีกว่า

ข่าวที่เกี่ยวข้อง