สนามข่าว 7 สี - บรรยากาศที่โรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์ สภากาชาดไทย เจ้าหน้าที่จัดเตรียมพื้นที่ให้ประชาชนบริเวณทางเท้า และฝั่งตรงข้ามศูนย์อาหารทวีวงศ์ถวัลย์ศักดิ์ ให้ประชาชนเฝ้ารับเสด็จ สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง ซึ่งบางคนมาตั้งแต่คืนวันเสาร์ และค้างคืนที่โรงพยาบาล
ตลอดทั้งวันที่ผ่านมา มีพสกนิกรชาวไทยทุกหมู่เหล่า พร้อมใจกันเดินทางมาที่อาคารภูมิสิริมังคลานุสรณ์ โรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์ สภากาชาดไทย เพื่อแสดงความอาลัยถวายแด่ สมเด็จพระบรมราชชนนีพันปีหลวง โดยมีพสกนิกรบางส่วนเดินทางมาจากหลายจังหวัด อยู่ค้างคืนเพื่อรอส่งเสด็จ เคลื่อนพระบรมศพ โดยถือพระฉายาลักษณ์ สำนึกในพระมหากรุณาธิคุณ ที่พระองค์ทรงมีแก่พสกนิกรชาวไทย
นางอำภาวัน สิทธิจันทร์ ประชาชนชาวจังหวัดสมุทรปราการ เดินทางมาพร้อมน้องสาวตั้งแต่เช้า เผยถึงพระมหากรุณาธิคุณ สมเด็จพระบรมราชชนนีพันปีหลวง ทรงปฏิบัติพระราชกรณียกิจนานัปการ ทรงเยี่ยมเยียนราษฎร ไม่ว่าจะทุรกันดาร พระองค์ไม่ทรงย่อท้อ ภาคภูมิใจเกิดมาใต้ร่มพระบารมี โดยที่ผ่านมาไม่เคยเจอพระองค์ แต่วันนี้ขอส่งพระองค์สู่สรวงสวรรค์เป็นครั้งสุดท้าย
ฝั่งประตู 15 โรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์ สภากาชาดไทย ริมถนนอังรีดูนังต์ มีประชาชนรวมถึงเจ้าหน้าที่พยาบาลโรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์ สภากาชาดไทย มายืนรอส่งเสด็จตลอดเส้นทางรวม 400 คน ระหว่างนั้นมีประชาชนโผเข้าจับมือผู้สื่อข่าวด้วยความโศกเศร้า พร้อมกับบอกว่า ยังทำใจยอมรับกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นไม่ได้
ส่วนประชาชนอีกคนที่มารอส่งเสด็จ พูดด้วยเสียงสะอื้นว่า อยากให้พระองค์ท่านทราบว่ามีพสกนิกรชาวไทยรักและเคารพท่านเสมอ
บริเวณหน้ากองทัพภาคที่ 1 มีจิตอาสานำเสื่อมาปูไว้ให้บริการประชาชนที่มารอเฝ้าฯ นอกจากนี้ ยังนำขนมและน้ำดื่มมาแจกจ่ายให้ประชาชน ได้รับประทานบรรเทาความเหนื่อยล้า ระหว่างการรอคอย
ประชาชน บอกว่า อยากมีส่วนร่วมในการแสดงความจงรักภักดีต่อพระองค์ท่านเป็นครั้งสุดท้าย แม้ยังทำใจไม่ได้กับการสูญเสียที่เกิดขึ้น
ตลอดเส้นทางการเคลื่อนพระบรมศพ ระยะทางประมาณ 10 กิโลเมตร จากโรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์ สภากาชาดไทย มุ่งหน้าสู่พระที่นั่งดุสิตมหาปราสาท ในพระบรมมหาราชวัง เพื่อประดิษฐานพระบรมศพ ถวายพระเกียรติยศสูงสุดตามราชประเพณี
มีประชาชนต่างมารอเฝ้าฯ รับเสด็จ และแสดงความอาลัยเป็นครั้งสุดท้ายจำนวนมาก เป็นภาพประวัติศาสตร์ที่สะท้อนถึงความรัก และความผูกพันของปวงชนชาวไทยที่มีต่อ "แม่ผู้ยิ่งใหญ่ของแผ่นดิน"