Open World เปิดโลกรายวัน : สรุปข่าวรอบโลกประจำวันที่ 27 ต.ค.68
1.ชาวกัมพูชายังไม่มั่นใจหยุดยิงถาวร
หลังการลงนามข้อตกลงสันติภาพ ไทย-กัมพูชา ที่กรุงกัวลาลัมเปอร์วานนี้ โดยมีประธานาธิบดี โดนัลด์ ทรัมป์ แห่งสหรัฐฯ กับนายอันวาร์ อิบราฮิม นายกรัฐมนตรีมาเลเซีย ร่วมเป็นสักขีพยาน
ชาวกัมพูชาส่วนใหญ่ยินดีที่ทั้งสองฝ่ายจะยุติความขัดแย้งที่ยาวนานมาตั้งแต่เดือนกรกฎาคมที่ผ่านมาและฟื้นความสัมพันธ์กลับคืนสู่ภาวะปกติ เพราะเชื่อว่าการลงนามข้อตกลงสันติภาพครั้งนี้จะส่งผลดีต่อทั้ง 2 ประเทศมากกว่า และเนื่องจากเป็นการลงนามที่โปร่งใส โดยมีหลายชาติเป็นสักขีพยาน จึงสามารถติดตามตรวจสอบได้ว่าทั้งสองฝ่ายจะปฏิบัติตามประเด็นที่ตกลงกันไว้หรือไม่
อย่างไรก็ตามชาวกัมพูชาส่วนหนึ่งยังกังวล เกรงว่า จะเป็นเพียงการลงนามเพื่อเอาใจ ประธานาธิบดี โดนัลด์ ทรัมป์ แห่งสหรัฐฯ จากนั้นก็จะมีการละเมิดข้อตกลงหยุดยิงอีก อย่างน้อยฝ่ายไทยควรแสดงความจริงใจด้วยการปล่อยตัวทหารกัมพูชาที่ถูกควบคุมตัวทั้ง 18 นาย
ในช่วงระหว่างการประชุมสุดยอดผู้นำอาเซียนวานนี้ มีรายงานว่า นอกจากกัมพูชาจะบรรลุข้อตกลงทางการค้ากับสหรัฐฯ แล้ว เพื่อตอบแทนที่รัฐบาลกัมพูชามุ่งมั่นแก้ไขความขัดแย้ง ด้วยแนวทางสันติภาพ โดยเริ่มมีการถอนอาวุธหนักตั้งแต่เช้าวันนี้ รัฐบาลสหรัฐฯ จึงจะยกเลิกการห้ามส่งออกอาวุธไปยังกัมพูชา และจะกลับมาเริ่มการฝึกซ้อมรบร่วมกันอีกครั้ง หลังจากมีขึ้นครั้งสุดท้ายตั้งแต่ปี พ.ศ. 2560 นอกจากนี้สหรัฐฯ และกัมพูชาตกลงที่จะขยายความร่วมมือในการปราบปรามองค์กรอาชญากรรมข้ามชาติ, ยาเสพติดและศูนย์หลอกลวงทางออนไลน์ ซึ่งทำให้ชาวอเมริกันสูญเงินมากกว่า 10,000 ล้านเหรียญสหรัฐต่อปี
2.กัมพูชาเริ่มถอนอาวุธหนัก เพื่อแสดงความจริงใจ
พล.ท.หญิง มาลี โสเจียตา โฆษกกระทรวงกลาโหมกัมพูชา เผยว่า หลังจากนายกรัฐมนตรี ฮุน มาเนต ของกัมพูชา และนายกรัฐมนตรี อนุทิน ชาญวีรกูล ของไทย ได้ร่วมลงนามในข้อตกลงสันติภาพที่กรุงกัวลาลัมเปอร์ ประเทศมาเลเซีย โดยมีประธานาธิบดี โดนัล ทรัมป์ สหรัฐฯ และนายกรัฐมนตรี อันวาร์ อิบราฮิม ของมาเลเซีย เป็นสักขีพยาน เมื่อวานนี้
หลังจากนั้นเมื่อเวลา 21.00 น. วานนี้ ทางกัมพูชาได้ตกลงที่จะเริ่มการถอดถอนอาวุธหนักและปืนใหญ่บริเวณแนวชายแดนแล้ว ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของแผนการปลดอาวุธในระยะแรกตามที่กองทัพทั้งสองฝ่ายได้ตกลงกันไว้ โดยมีคณะผู้สังเกตการณ์อาเซียน (AOT) ร่วมตรวจสอบด้วย เพื่อแสดงความจริงใจ และถือเป็นสัญลักษณ์แห่งความมุ่งมั่นอย่างแรงกล้า ในการปฏิบัติตามข้อตกลงสันติภาพดังกล่าว รวมถึงข้อตกลงหยุดยิงเมื่อเดือนกรกฎาคมที่ผ่านมา
โดยทางกัมพูชาหวังเป็นอย่างยิ่งว่า การถอนอาวุธหนักซึ่งถือเป็นการดำเนินการเชิงบวกก้าวแรก จะช่วยสนับสนุนความพยายามร่วมกันของทั้งสองประเทศ ในการส่งเสริมสันติภาพ เสถียรภาพ และการฟื้นฟูความสัมพันธ์ให้กลับสู่ภาวะปกติโดยเร็ว ทั้งนี้ ทางกัมพูชาหวังร่วมมืออย่างใกล้ชิดกับประเทศไทย เพื่อประโยชน์ร่วมกันของประชาชนทั้งสองประเทศต่อไป อีกนานเท่านาน
3.เครื่องบินและ ฮ.ทัพเรือสหรัฐฯ ตก ห่างกันแค่ครึ่งชั่วโมง
กองทัพเรือสหรัฐฯ ระบุว่า เฮลิคอปเตอร์รุ่น "ซีฮอว์ก" (MH-60R Sea Hawk ) และเครื่องบินขับไล่ "เอฟ 18 เอฟ ซูเปอร์ฮอร์เน็ต" ( F/A-18F Super Hornet) ซึ่งประจำการอยู่บนเรือบรรทุกเครื่องบิน ยูเอสเอส นิมิตซ์ ( USS Nimitz (CVN 68)) ประสบเหตุเครื่องตกในทะเลจีนใต้ ในเวลาห่างกันเพียงครึ่งชั่วโมง โดยเฮลิคอปเตอร์เครื่องตกก่อน ในช่วงเวลา 14.45 นาฬิกาตามเวลาท้องถิ่น ลูกเรือทั้ง 3 นายได้รับการช่วยเหลืออย่างปลอดภัย จากนั้นอีก 30 นาทีต่อมา เครื่องบินขับไล่ก็ตกขณะปฏิบัติการอยู่เช่นกัน เคราะห์ดีที่นักบินทั้ง 2 คนสามารถดีดตัวออกจากเครื่องได้ก่อน และได้รับความช่วยเหลือจากทีมค้นหาและกู้ภัยเช่นกัน
ทั้งนี้กองทัพเรือสหรัฐฯ ได้เริ่มการสอบสวนสาเหตุของอุบัติเหตุเครื่องบินตกติดต่อกัน 2 ลำในครั้งนี้แล้ว ขณะที่ประธานาธิบดี โดนัลด์ ทรัมป์ ของสหรัฐฯ ยอมรับว่าเป็นเรื่องผิดปกติอย่างมาก และอาจเป็นไปได้ว่าเกิดจากเกิดปัญหาน้ำมันเชื้อเพลิง
4.ออสเตรเลีย ฟ้อง “ไมโครซอฟต์” ลวงลูกค้า
คณะกรรมการการแข่งขันและผู้บริโภคแห่งออสเตรเลีย (ACCC) ได้ฟ้องร้องบริษัทไมโครซอฟต์ (Microsoft) โดยกล่าวหาว่า ตั้งแต่เดือนตุลาคม 2567 เป็นต้นมา ไมโครซอฟต์ ได้หลอกลวงลูกค้าประมาณ 2.7 ล้านคน ให้จ่ายเงินเพิ่มสำหรับซอฟต์แวร์ ไมโครซอฟต์ 365 หลังจากรวมเข้ากับเครื่องมือปัญญาประดิษฐ์ "โคไพล็อต" (Copilot) แล้ว ด้วยการแนะนำให้พวกเขาเปลี่ยนไปใช้แพ็กเกจ ไมโครซอฟต์ 365 ที่มีราคาสูงกว่า ซึ่งรวมเครื่องมือ AI "โคไพล็อต" ไว้ด้วย โดยปกปิดว่า ยังมีแพ็กเกจ "คลาสสิก" ที่ราคาถูกกว่า ซึ่งไม่มี "โคไพล็อต" ให้บริการอยู่ เพื่อเพิ่มการใช้งาน "โคไพล็อต" และเพิ่มรายได้ของบริษัท
ทั้งนี้หลังจากรวม"โคไพล็อต" เข้ากับแพ็กเกจซอฟต์แวร์ ไมโครซอต์ 365 แล้ว ราคาค่าสมาชิกส่วนบุคคลรายปีเพิ่มขึ้น 45% และแพ็กเกจสำหรับครอบครัวเพิ่มขึ้น 29% จึงต้องฟ้องเรียกร้องค่าปรับจากบริษัทไทโครซอฟต์ ออสเตรเลียและบริษัทแม่ในสหรัฐฯ เพื่อเยียวยาผู้บริโภค และขอคำสั่งคุ้มครองชั่วคราว
5.ดัชนีหุ้นญี่ปุ่นทะลุ 5 หมื่นจุด รับการเยือนของ “ทรัมป์”
นางซานาเอะ ทาคาอิจิ ได้รับการเลือกตั้งให้เป็นหัวหน้าพรรคเสรีประชาธิปไตยหรือพรรค LDP ก่อนขึ้นเป็นนายกรัฐมนตรีญี่ปุ่นคนใหม่ แนวโน้มราคาหุ้นของญี่ปุ่นก็ร้อนแรงมาอย่างต่อเนื่อง จากความคาดหวังว่านางทาคาอิจิจะเพิ่มงบประมาณการใช้จ่ายกระตุ้นเศรษฐกิจเป็นจำนวนมาก
ขณะที่ประธานาธิบดี โดนัลด์ ทรัมป์ ของสหรัฐฯ เดินทางถึงกรุงโตเกียวแล้ว ช่วงเย็นวันนี้ตามเวลาท้องถิ่น ซึ่งนอกจากการกำหนดการเข้าเฝ้าสมเด็จพระจักรพรรดินารุฮิโตะแล้ว ประธานาธิบดีทรัมป์ กล่าวว่า เขาตั้งตารอที่จะได้พบกับนางซานาเอะ ทาคาอิจิ นายกรัฐมนตรีคนใหม่ของญี่ปุ่น ซึ่งเป็น “พันธมิตรที่ยิ่งใหญ่ของอดีตนายกรัฐมนตรี ชินโซ อาเบะ เพื่อเจราข้อตกลงทางการค้าและการเพิ่มค่าใช้จ่ายด้านกลาโหม