ดร.ธนกฤต ตรวจสอบพบบกพร่องหลายข้อ คลินิกใช้น้ำร้อนกับเด็ก

ดร.ธนกฤต ตรวจสอบพบบกพร่องหลายข้อ คลินิกใช้น้ำร้อนกับเด็ก

View icon 2.2K
วันที่ 30 ต.ค. 2568 | 11.00 น.
ข่าวออนไลน์7HD
แชร์
รักษาด้วยน้ำร้อนใช้กับผู้ป่วยทุกเคส ดร.ธนกฤต เผยผลตรวจสอบพบบกพร่องหลายข้อ สสจ. จะสั่งปิดคลินิกชั่วคราว แจ้งแพทยสภาสอบสวนทางจริยธรรม 

วันนี้ (30 ต.ค.68) ดร.ธนกฤต จิตรอารีย์รัตน์ เลขานุการรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ (พม.) เปิดเผยผลตรวจข้อมูลการรักษาด้วยการใช้น้ำร้อนลวกผู้ป่วยเด็กชายคนหนึ่ง เหตุเกิดในคลินิกเวชกรรมเอกชนแห่งหนึ่งในจังหวัดชลบุรี เมื่อวันที่ 24 ต.ค.68 เด็กชายมีไข้สูง 39.8 องศาเซลเซียส มีประวัติเข้ารับการรักษาในโรงพยาบาลแห่งหนึ่งในต่างจังหวัดมาก่อน แพทย์ผู้ทำการรักษาระบุว่าในขณะมารับบริการ ผู้ป่วยยังไม่มีอาการชัก แต่มีอาการรุนแรงซึ่งผู้ป่วยอาจเสียชีวิตได้ จึงดำเนินการใช้ผ้าขนหนูเยื่อไผ่พับสี่ชั้น เทน้ำร้อนที่เป็นตัวยาคาร์บอนละลายลงบนผ้า แล้วนำด้านที่ไม่โดนน้ำร้อนวางบนตัวผู้ป่วยเพื่อเช็ดตัว

หลังการทำหัตถการ ผู้ป่วยฟื้นคืนสติ แต่ภายหลังพบแผลไหม้ระดับตื้น (first-degree burn) แพทย์ได้ทำแผลโดยใช้ยาทา Terramycin และนัดให้มาทำแผลต่อเนื่อง แต่ผู้ป่วยไม่ได้มาตามนัด ทั้งนี้ ในระหว่างอยู่ที่คลินิกมีการฉีดยา Dexamethasone ร่วมกับ Lincomycin โดยพนักงานในสถานพยาบาลที่เป็นนักวิชาการสาธารณสุข และมีการจ่ายยากลับบ้าน 2 รายการ ได้แก่ ยาลดไข้ Tylenol และยาทาแผล Terramycin

นอกจากนี้ แพทย์ได้ให้ข้อมูลเพิ่มเติมว่าวิธีการใช้ผ้าขนหนูเยื่อไผ่เช็ดตัวด้วยน้ำร้อนดังกล่าวเป็นแนวทางที่ใช้กับผู้ป่วยทุกเคส โดยมีการเตรียมกาต้มน้ำร้อนไฟฟ้าไว้ตลอดเวลา และให้ยารับประทานทันที ได้แก่ คาร์บอน พาราเซตามอล และ Avamigran ผสมน้ำร้อน

ผลการตรวจมาตรฐานสถานพยาบาลเอกชนแห่งหนึ่งในจังหวัดชลบุรี เมื่อวันที่ 28 ต.ค.68 พบข้อบกพร่องหลายประการที่ไม่เป็นไปตาม พ.ร.บ.สถานพยาบาล ดังนี้

1. สถานพยาบาลมียาช่วยชีวิตฉุกเฉินไม่ครบถ้วน โดยพบเพียง Dexamethasone และ 50% Glucose ซึ่งถือเป็นการฝ่าฝืนมาตรา 35(2) ของ พ.ร.บ.สถานพยาบาล พ.ศ. 2558 และมีโทษตามมาตรา 65 คือจำคุกไม่เกิน 1 ปี หรือปรับไม่เกิน 20,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ

2. ข้อมูลในเวชระเบียนผู้ป่วยไม่ครบตามมาตรฐานที่กำหนด ได้แก่ ไม่มีชื่อและที่อยู่ของสถานพยาบาล ไม่มีข้อมูลการแพ้ยาและอาหาร และไม่มีการลงลายมือชื่อแพทย์ ซึ่งเข้าข่ายความผิดตามมาตรา 35(3) และมีโทษตามมาตรา 65 เช่นเดียวกัน

3. ป้ายสอบถามอัตราค่ารักษาพยาบาลไม่เป็นไปตามที่กฎกระทรวงกำหนด จึงเข้าข่ายความผิดตามมาตรา 32 วรรคสอง มีโทษปรับไม่เกิน 10,000 บาทตามมาตรา 59

4. มีการให้บุคคลซึ่งมิใช่ผู้ประกอบวิชาชีพประกอบวิชาชีพในสถานพยาบาล โดยมีการฉีดยาโดยนักวิชาการสาธารณสุขที่มิใช่ผู้ประกอบวิชาชีพตามที่ได้รับอนุญาต ซึ่งเข้าข่ายความผิดตามมาตรา 34(1) มีโทษจำคุกไม่เกิน 2 ปี หรือปรับไม่เกิน 40,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ

สำนักงานสาธารณสุขจังหวัดชลบุรีได้กำหนดมาตรการเพื่อดำเนินการตามกฎหมาย โดยกรณีความผิดที่ 1–3 จะเรียกผู้รับอนุญาตและผู้ดำเนินการสถานพยาบาลเข้ารับทราบและชี้แจงข้อกล่าวหาในวันที่ 30 ต.ค.68 เวลา 10.00 น. เพื่อดำเนินการเปรียบเทียบปรับและปรับเป็นพินัยต่อไป ส่วนกรณีความผิดที่ 4 จะรวบรวมข้อมูลและส่งต่อพนักงานสอบสวนในพื้นที่ (สภ.บ่อวิน) เพื่อดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป

ข่าวที่เกี่ยวข้อง