หนุ่มร้องถูกเสี่ยโรงน้ำแข็งฉุน ชักปืนจ่อ เหยื่อนำคลิปโร่แจ้งความ แต่คดีไม่คืบ ด้าน ตร.ยืนยัน ให้ความเป็นธรรม ปฏิบัติตามขั้นตอน
วันนี้ (19 พ.ย.68) นายขจรเกียรติ หรือเจ อายุ 30 ปี ชาวบ้านโคกเมือง ต.จระเข้มาก อ.ประโคนชัย จ.บุรีรัมย์ ได้ออกมาร้องขอความเป็นธรรม หลังถูกเสี่ยเจ้าของโรงน้ำแข็งแห่งหนึ่งใน อ.ประโคนชัย ชักปืนจ่อข่มขู่ที่หน้าร้านของชำในหมู่บ้าน ขณะขับรถยนต์ไปซื้อของกับภรรยาทั้งที่ไม่ได้รู้จักหรือเคยมีเรื่องบาดหมางกันมาก่อน เหตุเกิดเมื่อเวลาประมาณ 4 ทุ่มเศษของวันที่ 4 ก.ย.68
นายเจ คาดว่าเสี่ยโรงน้ำแข็งที่ก่อเหตุอาจจะไม่พอใจที่ตนเองตะโกนซื้อของร้านชำเสียงดังหรือไม่ หลังเกิดเหตุก็ได้นำคลิปจากกล้องวงจรปิดของทางร้านไปแจ้งความร้องทุกข์ กับตำรวจ สภ.บ้านบัว อ.ประโคนชัย ซึ่งเป็นท้องที่เกิดเหตุในคืนเดียวกัน เพราะกลัวจะไม่ปลอดภัย เนื่องจากคู่กรณีมีปืน แต่หลังจากแจ้งความร้องทุกข์ตั้งแต่วันเกิดเหตุ จนถึงขณะนี้คดีก็ยังไม่คืบหน้า ทั้งมีโทรศัพท์ปริศนาโทรหาแม่ของนายเจและโทรหานายเจ อ้างว่าเป็นตำรวจยศผู้กอง ขอให้นายเจ ยอมความ ไม่ต้องเอาเรื่อง แต่นายเจ ปฏิเสธเพราะมองว่าเป็นฝ่ายถูกกระทำและผู้ก่อเหตุก็ไม่เคยติดต่อมาขอโทษ หรือแสดงความรับผิดชอบอะไร ที่สำคัญหลังจากที่ตนเองปฏิเสธไม่ยอมความ หลังจากนั้นเมื่อช่วงเช้าของวันที่ 12 ก.ย.68 ก็มีเจ้าหน้าที่ตำรวจหลายนายมาปิดล้อมบ้าน บอกว่ามีหมายศาลมาขอตรวจค้นบ้าน อ้างว่ามีสิ่งผิดกฎหมาย ซึ่งตนก็อนุญาตให้ค้น เพราะมั่นใจว่าไม่ได้ทำอะไรผิด ซึ่งการตรวจค้นก็ไม่พบสิ่งผิดกฎหมายใดๆ
หลังจากนั้นก็เหมือนมีคนคอยตามติดความเคลื่อนไหวตลอด กลัวจะไม่ปลอดภัยและไม่ได้รับความเป็นธรรม จึงตัดสินใจออกมาร้องขอความเป็นธรรมผ่านสื่อ แต่หากการร้องเรียนครั้งนี้ยังไม่มีความคืบหน้าหรือได้รับความเป็นธรรม ก็จะรวบรวมหลักฐานร้องต่อยุติธรรมจังหวัด และหน่วยงานอื่นๆ ต่อไป
จากนั้นทีมข่าวได้เดินทางไปยังโรงน้ำแข็ง เพื่อจะสอบถามคู่กรณีที่ถูกพาดพิงถึง เพื่อจะสอบถามรายละเอียดข้อเท็จจริงจากอีกฝ่าย แต่พนักงานภายในโรงน้ำแข็งบอกเพียงว่า เฮียไม่อยู่ ทีมข่าวจึงขอเบอร์โทรศัพท์ติดต่อ เพราะอยากฟังข้อมูลจากทั้งสองฝ่ายให้เกิดความเป็นธรรม พนักงานบอกว่าไม่ได้รับอนุญาตจากเฮีย ไม่กล้าให้เบอร์ แต่ถ้าเฮีย กลับมาจะแจ้งให้ทราบ
ทีมข่าวจึงได้โทรศัพท์สอบถามพนักงานสอบสวน สภ.บ้านบัว เจ้าของคดี ก็ให้ข้อมูลเพียงว่า ก็ได้รับแจ้งความจากผู้เสียหายตามขั้นตอนและสอบถามรายละเอียดจากผู้เสียหาย ไว้เบื้องต้นแล้ว และก็ได้ติดต่อไปยังคู่กรณีที่ถูกแจ้งความกล่าวหาแล้ว ซึ่งเบื้องต้นคู่กรณีก็บอกว่าทางผู้ร้อง ก็มีอาวุธปืนเช่นกันและก็จะมาแจ้งความด้วย จึงได้ให้ทั้งสองฝ่ายได้พูดคุยไกล่เกลี่ยกันก่อน แต่หากไม่สามารถไกล่เกลี่ยกันได้ ทางตำรวจก็จะดำเนินการตามขั้นตอนกระบวนการทางกฎหมายต่อไป ยืนยันว่าเรื่องดังกล่าวไม่ได้เงียบหายไปไหน ก็ดำเนินการไปตามขั้นตอน และให้ความเป็นธรรมกับทุกฝ่าย