Open World เปิดโลกรายวัน : สรุปข่าวรอบโลกประจำวันที่ 20 พ.ย.68
1.ฟิลิปปินส์จำคุกตลอดชีวิตอดีตนายกฯ เล็ก เอี่ยวแก๊งสแกมเมอร์
ศาลชั้นต้นฟิลิปปินส์ ตัดสินจำคุกตลอดชีวิต อลิซ กัว (Alice Guo) อดีตนายกเทศมนตรีเมืองบัมบัน ทางตอนเหนือของกรุงมะนิลา กับเพื่อนร่วมขบวนการอีก 3 คน และปรับเงินอีกคนละ 2 ล้านเปโซหรือประมาณ 1 ล้านบาท ในความผิดฐานค้ามนุษย์ โดยบังคับให้ทำงานในศูน์หลอกลวงออนไลน์ของแก๊งอาชญากรชาวจีน
คดีนี้เริ่มจากเมื่อเดือนมีนาคมปี 2567 ตำรวจบุกค้นพบศูนย์หลอกลวงออนไลน์ ซึ่งสร้างขึ้นบนที่ดินที่กัวเป็นเจ้าของบางส่วน และสามารถช่วยเหลือชาวฟิลิปปินส์และชาวต่างชาติเกือบ 800 คน ที่ถูกบังคับให้ทำงานให้กับแก๊งสแกมเมอร์ชาวจีนในศูนย์หลอกลวงดังกล่าวในเมืองบัมบัน
จากนั้นเริ่มมีการสอบสวนเธอ และพบว่าเธอเป็นหญิงสัญชาติจีนชื่อ กัว หัว ผิง แต่เธอปฏิเสธข้อกล่างหาเรื่องเอี่ยวแก๊งสแกเมมอร์และยืนยันว่าเธอเกิดในฟิลิปปินส์ ต่อมาในเดือนสิงหาคม 2567 ผู้ตรวจการแผ่นดินปลดออกจากตำแหน่ง เนื่องด้วยความประพฤติมิชอบร้ายแรง ยังถูกตั้งข้อหาอาญาอื่นๆ รวมถึงการคอร์รัปชันและการฟอกเงิน เธอจึงหลบหนีออกนอกประเทศ แต่ต่อมาถูกจับกุมตัวที่อินโดนีเซียและถูกส่งตัวกลับมาดำเนินคดีในฟิลิปปินส์เมื่อเดือนกันยายน 2567
2.ผู้หญิง 1 ใน 3 ทั่วโลก เป็นเหยื่อรุนแรงทางเพศ
องค์การอนามัยโลก หรือ WHO เปยแพร่รายงานวานนี้ว่า ผู้หญิง 840 ล้านคน หรือคิดเป็น 1 ใน 3 ของโลก เคยตกเป็นเหยื่อความรุนแรงทางเพศมาแล้ว เฉพาะในปีนี้เพียงปีเดียว มีผู้หญิง 316 ล้านคนที่ประสบกับความรุนแรงทางร่างกายหรือทางเพศจากคู่ครองของตน
เจเรมี ฟาร์ราร์ ผู้ช่วยผู้อำนวยการใหญ่ฝ่ายส่งเสริมสุขภาพ ป้องกันโรค และการดูแลขององค์การอนามัยโลก ระบุว่า ตัวเลขดังกล่าวแสดงให้เห็นว่า นับตั้งแต่ปี 2543 การรณรงค์ต่อต้านการใช้ความรุนแรงต่อเด็กและผู้หญิง ไม่มีความก้าวหน้าใด ๆ เกิดขึ้นเลย และแสดงให้เห็นถึงความจริงอันน่าเศร้าสำหรับผู้หญิงและเด็กหญิงทั่วโลก
การใช้ความรุนแรงต่อผู้หญิง ยังคงเป็นหนึ่งในวิกฤตและความท้าทายด้านสาธารณสุขระดับโลกและถือเป็นการละเมิดสิทธิมนุษยชนซึ่งเป็นปัญหาใหญ่ของยุคสมัย โดยเฉพาะผู้หญิงที่อาศัยอยู่ในพื้นที่ขัดแย้งหรือในประเทศที่พัฒนาน้อยที่สุด มักมีแนวโน้มตกเป็นเหยื่อความรุนแรงทางเพศมากที่สุด
3.ระทึก ! เรือข้ามฟากเกยตื้น นอกชายฝั่งเกาหลีใต้
เกิดเหตุเรือข้ามฟากชื่อ "ควีน เจนูเวีย 2" ซึ่งเดินทางจากเกาะเชจูไปยังเมืองมกโพ จังหวัดช็อลลาใต้ โดยมีลูกเรือและผู้โดยสารรวม 267 คน ประสบอุบัติเหตุชนโขดหินเกยตื้น บริเวณนอกชายฝั่งเกาะชินโด ด้านตะวันตกเฉียงใต้ของคาบสมุทรเกาหลี เคราะห์ดีที่เรือไม่ได้อัปปางทันที ทำให้ทีมกู้ภัยจากหน่วยยามฝั่ง สามารถเข้าไปให้ความช่วยเหลือ อพยพผู้โดยสารและลูกเรือทั้งหมดออกจากเรือ นำตัวกลับขึ้นฝั่งได้อย่างปลอดภัย มีผู้ได้รับบาดเจ็บเล็กน้อย 27 คน เบื้องต้นสันนิษฐานว่า อุบัติเหตุครั้งนี้อาจเกิดจากความผิดพลาดของกัปตันหรือเจ้าหน้าที่เดินเรือ โดยจะสอบสวนหาสาเหตุอย่างละเอียดอีกครั้ง
ทั้งนี้เมื่อวันที่ 16 เมษายนปี 2557 เคยเกิดเหตุเรือ "เซวอล" ซึ่งเป็นเรือข้ามฟากล่ม ทำให้มีผู้เสียชีวิตถึง 304 คน ส่วนใหญ่เป็นนักเรียนมัธยมจากโรงเรียนทันวอน ที่กำลังเดินทางไปทัศนศึกษาที่เกาะเชจู
4.ภูเขาไฟ "เซเมรู" ในอินโดนีเซีย ปะทุอย่างหนัก
ที่เห็นเป็นภาพไทม์แลปส์ของภูเขาไฟ "เซเมรู" (Semeru ) ซึ่งเป็นภูเขาไฟที่สูงที่สุดในอินโดนีเซีย ที่เกิดปะทุหนักช่วงบ่ายวานนี้ตามเวลาท้องถิ่น พ่นควันเถ้าถ่านขึ้นสู่ท้องฟ้าสูงจากปากปล่องภูเขาไฟถึง 2 กิโลเมตร สังเกตุเห็นจากระยะไกลได้อย่างชัดเจน
ทำให้หน่วยงานภูเขาไฟวิทยาของอินโดนีเซียต้องยกระดับการแจ้งเตือนภัยภูเขาไฟ "เซมารู" ปะทุ เป็นระดับสูงสุด สั่งเร่งอพยพประชาชนนับพันคนในบริเวณใกล้เคียง และขยายระยะที่มีความเสี่ยงเพิ่มจากเดิม ห้ามอยู่ใกล้ภูเขาไฟในรัศมี 2.5 กิโลเมตรโดยรอบ เป็นห้ามเข้าใกล้เกิน 8 กิโลเมตรในรัศมีโดยรอบ เนื่องจากมีความเสี่ยงที่อาจเกิดการปะทุหนักกว่าเดิมถึงขั้นพ่นลาวาออกมาได้
ทั้งนี้ภูเขาไฟ "เซเมรู" ตั้งอยู่ในเมือง ลูมาจัง (Lumajang) จังหวัดชวากลาง มีความสูงมากกว่า 3,600 เมตร เป็นหนึ่งในภูเขาไฟที่ยังคุกรุ่นอยู่ 129 ลูกของอินโดนีเซีย เคยเกิดการปะทุครั้งใหญ่ครั้งสุดท้าย เมื่อเดือนธันวาคม ปี2564 โดยครั้งนั้นซึ่งมีผู้เสียชีวิตถึง 51 คน และอีกหลายร้อยคนมีบาดแผลไหม้จากลาวาที่พ่นออกมา หมู่บ้านต่าง ๆ ถูกฝังอยู่ใต้ฝุ่นเถ้าถ่านและโคลน ประชาชนกว่า 10,000 คนต้องอพยพออกจากบ้านเรือน
5.ชาวญี่ปุ่นเสียดายแทน หลังจีนงดนำเข้าอาหารทะเล
ภาคการท่องเที่ยวญี่ปุ่น อาจได้รับผลกระทบ จากการที่รัฐบาลจีนแนะนำให้พลเรือนงดเดินทางไปท่องเที่ยวที่ประเทศญี่ปุ่น เพื่อตอบโต้นางซานาเอะ ทาคาอิจิ นายกรัฐมนตรีญี่ปุ่น ที่กล่าวว่า การคุกคามไต้หวัน เท่ากับเป็นภัยต่อการดำรงอยู่ของประเทศญี่ปุ่น แต่ในส่วนคำสั่งห้ามนำเข้าอาการทะเลจากญี่ปุ่นนั้น ชาวญี่ปุ่นส่วนใหญ่ยังคงไม่สนใจมากนัก ที่ตลาดสึกิจิแหล่งอาหารทะเลยอดนิยมในกรุงโตเกียวยังคงมีลูกค้าทั้งชาวญี่ปุ่นและต่างชาติมาหาซื้ออาหารทะเลสด ๆ รับประทานเหมือนเดิม โดยชาวญี่ปุ่นส่วนใหญ่รูสึกเสียดายที่คนจีนจะอดกินอาหารทะเลอร่อย ๆ จากญี่ปุ่นมากกว่า
บ้างก็บอกว่าถ้าอยากกินอาหารทะเลอร่อย ๆ ก็ให้เดินทางมากินที่ญี่ปุ่นเองเลย ไม่ต้องรอรัฐบาลยกเลิกห้ามนำเข้า
ทั้งนี้เมื่อเดือนมิถุนายนที่ผ่านมา จีนประกาศว่า จะกลับมานำเข้าผลิตภัณฑ์อาหารทะเลจากญี่ปุ่นอีกครั้ง ยกเว้น 10 จังหวัด หลังจากก่อนหน้านี้ เดือนสิงหาคม ปี 2566 สั่งห้ามนำเข้าอาหารทะเลจากญี่ปุ่นทั้งหมด หลังจากที่ญี่ปุ่นเริ่มปล่อยน้ำเสียที่ผ่านการบำบัดแล้วจากโรงงานนิวเคลียร์ฟุกุชิมะ ซึ่งได้รับความเสียหายจากเหตุการณ์แผ่นดินไหวและสึนามิในปี 2554 เนื่องจากความกังวลเกี่ยวกับอาหารทะเลปนเปื้อนกัมมันตภาพรังสี