(21 พ.ย.68) จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยร่วมกับ CU Innovation Hub จัดงานเสวนา President’s Distinguished Talk ครั้งที่ 6 “ก้าวสู่อนาคตของนวัตกรรมและการถ่ายทอดเทคโนโลยีผ่านมุมมองของผู้นำระดับโลก โดยมี ศ.ดร.วิเลิศ ภูริวัชร อธิการบดีจุฬาฯ เป็นผู้กล่าวเปิดงาน และมี 2 ผู้เชี่ยวชาญระดับโลกด้านนวัตกรรมและทรัพย์สินทางปัญญา Mr. Marco M. Alemán จากองค์การทรัพย์สินทางปัญญา (WIPO) และ Ms. Katharine Ku อดีตผู้อำนวยการฝ่ายบริหารจาก Office of Technology Licensing จาก Stanford University มีผู้บริหารมหาวิทยาลัย คุณอรมน ทรัพย์ทวีธรรม อธิบดีกรมทรัพย์สินทางปัญญา
ศ.ดร.พรอนงค์ อร่ามวิทย์ รองอธิการบดี คณาจารย์และผู้แทนองค์กรและหน่วยงานต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้องเข้าร่วมงานในครั้งนี้อย่างคับคั่ง

ศ.ดร.วิเลิศ ภูริวัชร อธิการบดีจุฬาฯ กล่าวว่า บทบาทของมหาวิทยาลัยไม่ได้จำกัดอยู่เพียงแค่การศึกษาภายในรั้วมหาวิทยาลัยอย่างเดียวเท่านั้น แต่รวมถึงบทบาทในการสร้างนวัตกรรมและเปลี่ยนแปลงคุณภาพชีวิตของคนไทย โดยอาศัยนวัตกรรมและเทคโนโลยีเป็นสิ่งสำคัญ นวัตกรรมที่สร้างขึ้นนั้นมีเป้าหมายเพื่อสร้างผลกระทบไม่ใช่สร้างรายได้ ที่สำคัญ การสร้างผลกระทบต่อคุณภาพชีวิต นวัตกรรมที่ดีจะต้องเริ่มจากนวัตกร มหาวิทยาลัยมีบทบาทหลักในการสร้างนวัตกร นวัตกรต้องมาก่อนนวัตกรรมเสมอ
ผลสุดท้ายสิ่งที่สร้างทรัพย์สินทางปัญญาต้องเริ่มจากมหาวิทยาลัยที่การสร้างปัญญาเป็นทรัพย์สิน
ต่อจากนั้น Mr. Marco M. Alemán จากองค์การทรัพย์สินทางปัญญา (WIPO) ผู้กำหนดนโยบายและขับเคลื่อนระบบนิเวศนวัตกรรมในกว่า 30 ประเทศเชื่อมโยงภาครัฐ เอกชน และสถาบันการศึกษา กล่าวว่า “ประเทศไทยมีศักยภาพในด้านการวิจัยและพัฒนาซึ่งภาคเอกชนเป็นผู้สนับสนุนทางการเงินรายใหญ่ และยังคงความแข็งแกร่งในการส่งออกสินค้าที่ใช้เทคโนโลยีระดับสูง ภาครัฐควรส่งเสริมนวัตกรรมในฐานะอุตสาหกรรมที่ขับเคลื่อนการเติบโตของชาติ อย่างไรก็ตาม ความท้าทายคือการเชื่อมโยงวิทยาศาสตร์และบุคลากรที่มีความสามารถเข้ากับความต้องการของภาคอุตสาหกรรมอย่างมีประสิทธิภาพ มหาวิทยาลัยมีบทบาทสำคัญในการลดช่องว่างนี้ และจะเป็นสถาบันที่กำหนดทิศทางของนวัตกรรมของประเทศให้สอดคล้องกับความต้องการของเศรษฐกิจและสังคม”

จากนั้น Ms. Katharine Ku อดีตผู้อำนวยการฝ่ายบริหารจาก Office of Technology Licensing จาก Stanford University ประสบการณ์ถ่ายทอดเทคโนโลยีกว่า 27 ปี และขับเคลื่อนนวัตกรรมที่สร้างมูลค่าทางเศรษฐกิจระดับพันล้านดอลลาร์ กล่าวว่า “นวัตกรรมคือประเด็นหลักของความมั่งคั่งทางเศรษฐกิจ เทคโนโลยีใหม่สามารถช่วยให้เกิดการเติบโตอย่างยั่งยืน โมเดลแห่งการสร้างนวัตกรรมเรียกว่า "Triple Helix" ซึ่งประกอบด้วย 3 องค์ประกอบที่ต้องทำงานร่วมกันอย่างใกล้ชิด คือ รัฐบาลต้องมีนโยบายสนับสนุนนวัตกรรมด้วยทรัพยากร ภาคเอกชนและอุตสาหกรรมต้องผลิตผลิตภัณฑ์ใหม่เพื่อนำไปสู่เชิงพาณิชย์ และมหาวิทยาลัยต้องฝึกอบรมนักศึกษาให้เป็นบุคลากรที่มีประสิทธิภาพในตลาดเศรษฐกิจนวัตกรรม รวมถึงส่งเสริมงานวิจัยและสามารถนำไปใช้ในอุตสาหกรรมได้”
ผลจากการสัมมนาเป็นการแลกเปลี่ยนประสบการณ์ด้านนวัตกรรมจากผู้เชี่ยวชาญระดับโลกนับเพิ่อกำหนดทิศทางอนาคตของนวัตกรรมไทยสู่ระดับโลก