โฆษกกรมราชทัณฑ์ เผย หลักฐานชัดเจน จ่อเปลี่ยนคำสั่ง 20 ผู้คุมคุกพิเศษ กทม.  ยอมรับมีบางส่วนบินมาเก๊าจริง

โฆษกกรมราชทัณฑ์ เผย หลักฐานชัดเจน จ่อเปลี่ยนคำสั่ง 20 ผู้คุมคุกพิเศษ กทม. ยอมรับมีบางส่วนบินมาเก๊าจริง

View icon 650
วันที่ 24 พ.ย. 2568 | 11.12 น.
ข่าวออนไลน์7HD
แชร์
เบื้องต้นหลักฐานชัดเจน โฆษกกรมราชทัณฑ์ เผย จ่อเปลี่ยนคำสั่ง 20 ผู้คุมคุกพิเศษ กทม. อาจพิจารณา “พักราชการ-ให้ออกจากราชการไว้ก่อน” ยอมรับมีบางส่วนบินมาเก๊าจริง พร้อมกันพื้นที่ประสานนิติวิทย์ฯ ตรวจเก็บสอบห้องลับใต้บันได

ความคืบหน้าคุก VIP วันนี้ (24 พ.ย.68) เมื่อเวลา 09.00 น. ที่เรือนจำพิเศษกรุงเทพมหานคร บรรยากาศด้านหน้าเรือนจำพิเศษกรุงเทพมหานคร พบผู้สื่อข่าวหลากหลายสำนักปักหลักติดตามความเคลื่อนไหว เนื่องด้วยเป็นวันแรกที่คณะกรรมการตรวจสอบข้อเท็จจริง (กรมราชทัณฑ์) จะเข้าทำการสอบสวนข้อมูลเจ้าหน้าที่เรือนจำพิเศษกรุงเทพมหานคร รวมถึงเจ้าหน้าที่ดีเอสไอ กองคดีความมั่นคง และการเก็บรวบรวมพยานหลักฐานของเจ้าหน้าที่สถาบันนิติวิทยาศาสตร์

นายยุทธนา นาคเรืองศรี รองอธิบดีกรมราชทัณฑ์ ในฐานะโฆษกกรมราชทัณฑ์ รักษาการแทน ผบ.เรือนจำพิเศษกรุงเทพมหานคร เปิดเผยว่า ตนได้ประสานสถาบันนิติวิทยาศาสตร์ กระทรวงยุติธรรม เพื่อขอสนับสนุนเจ้าหน้าที่นิติวิทย์ มาร่วมตรวจเก็บพยานหลักฐาน พยานวัตถุในห้องลับใต้บันได ซึ่งได้กันพื้นที่ไว้เรียบร้อยแล้ว เมื่อได้รับรายงานผลตรวจจะนำเสนอไปยังคณะกรรมการตรวจสอบข้อเท็จจริงต่อไป ทั้งนี้ พล.ต.ท.รุทธพล เนาวรัตน์ รมว.ยุติธรรม จะแถลงความคืบหน้าเกี่ยวกับคำสั่งของเจ้าหน้าที่เรือนจำพิเศษกรุงเทพมหานคร จำนวน 20 ราย ที่เกี่ยวข้องกับเหตุการณ์ดังกล่าว ซึ่งเบื้องต้นเริ่มมีพยานหลักฐานชัดเจนแล้ว รวมถึงประเด็นการเดินทางไปยังต่างประเทศของกลุ่มเจ้าหน้าที่เรือนจำฯ ที่ไม่มีการแจ้ง และบางกลุ่มก็มีความชัดเจนในส่วนของการเดินทางไปมาเก๊าอีกด้วย จึงจะต้องมีการเปลี่ยนแปลงคำสั่งเพิ่มเติม อาทิ พักราชการไว้ก่อน หรือให้ออกจากราชการไว้ก่อน เป็นต้น เรื่องนี้เป็นผลกระทบต่อองค์กรอย่างยิ่ง รมว.ยุติธรรม จึงให้ความสำคัญอย่างมากในการจัดระเบียบความโปร่งใส

ผู้สื่อข่าวรายงานเพิ่มเติมว่า เมื่อเวลา 09.35 น. ที่ผ่านมา บริเวณด้านหน้าเรือนจำพิเศษกรุงเทพมหานคร ได้มีรถตู้ของสถาบันนิติวิทยาศาสตร์ กระทรวงยุติธรรม 2 คัน ได้ขับเข้าไปด้านในเรือนจำฯ เพื่อเข้าไปตรวจเก็บพยานหลักฐาน พยานวัตถุ และพยานเอกสาร ก่อนนำไปตรวจสอบหาความเกี่ยวข้องกับเหตุการณ์