ข่าวภาคค่ำ - นายกรัฐมนตรี ลงนามในประกาศ พระราชกำหนดการบริหารราชการในสถานการณ์ฉุกเฉินในจังหวัดสงขลา มอบหมายให้ผู้บัญชาการทหารสูงสุดเป็นหัวหน้าผู้รับผิดชอบ
นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี เปิดเผยภายหลังการประชุมคณะรัฐมนตรีว่า ได้ประกาศสถานการณ์ฉุกเฉินในจังหวัดสงขลา พร้อมมอบหมายให้ พลเอก อุกฤษฎ์ บุญตานนท์ ผู้บัญชาการทหารสูงสุด เป็นผู้บัญชาการสถานการณ์ โดยมีหน้าที่บูรณาการความช่วยเหลือทั้งหมดร่วมกับทุกหน่วย
นายกฯ ยืนยันว่า อำนาจของผู้บัญชาการทหารสูงสุด และ ร้อยเอก ธรรมนัส พรหมเผ่า รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ในฐานะผู้อำนวยการศูนย์บริหารจัดการน้ำในสถานการณ์ภัยพิบัติทางธรรมชาติ หรือ ศนภ.จะไม่ซ้ำซ้อนกัน
พร้อมย้ำว่า การทำงานของหน่วยงานในพื้นที่ไม่ได้ล่าช้า และไม่ได้ติดขัด
ในวันนี้ นายกฯ ได้ยกเลิกภารกิจต่าง ๆ ที่อยู่ทำเนียบรัฐบาลในช่วงบ่ายทั้งหมด เพื่อใช้เวลาติดตามสถานการณ์น้ำท่วมจังหวัดสงขลา บนตึกไทยคู่ฟ้า ทำเนียบรัฐบาล
จากนั้นช่วงเย็น นายภราดร ปริศนานันทกุล รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ในฐานะผู้อำนวยการศูนย์ปฏิบัติการแก้ไขสถานการณ์ฉุกเฉินอุทกภัย ได้แถลงเปิดศูนย์ปฏิบัติการแก้ไขสถานการณ์ฉุกเฉินอุทกภัย หรือ ศปกฉ.
ซึึ่งจะมีหน้าที่รวบรวมข้อมูลเรื่องราวร้องทุกข์จากประชาชนในพื้นที่ และคัดกรองข้อมูล แบ่งระดับของความช่วยเหลือ ก่อนประสานข้อมูลไปยังศูนย์ปฏิบัติการส่วนหน้า โดยทางศูนย์ฯ จะแถลงข่าวสรุปสถานการณ์ทุกวัน
ด้าน นายสิริพงศ์ อังคสกุลเกียรติ โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า ที่ประชุมคณะรัฐมนตรี เห็นชอบกรอบวงเงินช่วยเหลือผู้ประสบอุทกภัยในภาคใต้ และเงื่อนไขเพิ่มเติม ครอบคลุมทั้ง 7 จังหวัด
ประกอบด้วย ตรัง, นครศรีธรรมราช, นราธิวาส, ปัตตานี, พัทลุง, ลพบุรี, และสงขลา วงเงิน 3,814 ล้านบาท ซึ่งให้ดำเนินการเยียวยาให้แล้วเสร็จภายใน 90 วัน หลังจากสถานการณ์คลี่คลาย
ขณะที่กรมบัญชีกลาง อนุมัติขยายวงเงินทดรองราชการในอำนาจผู้ว่าราชการจังหวัด 9 จังหวัดภาคใต้ จังหวัดสงขลา สุราษฎร์ธานี นครศรีธรรมราช พัทลุง ปัตตานี ยะลา นราธิวาส ตรัง และจังหวัดสตูล เพิ่มเติมจังหวัดละ 50 ล้านบาท เพื่อแก้ปัญหาความเดือดร้อนเฉพาะหน้าและให้ความช่วยเหลือผู้ประสบอุทกภัย
ส่วนนายดนุชา พิชยนันท์ เลขาธิการสำนักงานทรัพยากรน้ำแห่งชาติ หรือ สทนช. ยอมรับว่า น้ำท่วมครั้งนี้ มีปริมาณน้ำฝนหนักมากที่สุดในรอบ 300 ปี โดยนายกรัฐมนตรี เน้นย้ำให้เร่งช่วยชีวิตประชาชน ระดมสรรพกำลังช่วยในพื้นที่ ซึ่งประชาชนในพื้นที่ยังคงต้องเฝ้าระวังสถานการณ์อย่างต่อเนื่อง
ขณะที่สถาบันสารสนเทศทรัพยากรน้ำ คาดการณ์ว่า สถานการณ์น้ำในจังหวัดสงขลา พัทลุง ตรัง สตูล ปัตตานี ยะลา นราธิวาส ยังต้องเฝ้าระวังอันตรายจากฝนตกสะสม และจะยังมีฝนตกหนักถึงหนักมากในช่วง 1-2 วันนี้ แต่หลังจากวันที่ 27 พฤศจิกายนนี้ ฝนภาคใต้จะเริ่มลดลง