Open World เปิดโลกรายวัน : สรุปข่าวรอบโลกประจำวันที่ 27 พ.ย.68
1.กัมพูชาฟ้องคณะทูต กล่าวหาทหารไทยยิงพลเรือน
นางอีต โสเพีย ปลัดกระทรวงการต่างประเทศและประสานงานระหว่างประเทศกัมพูชา สรุปผลการสอบสวนเบื้องต้นเหตุพลเรือนชาวกัมพูชาถูกยิงเสียชีวิตและบาดเจ็บ ที่หมู่บ้านเปรยจัน จังหวัดบันเตียเมียนเจย เมื่อวันที่ 12 พฤศจิกายนที่ผ่านมา ให้คณะทูตและองค์กรระหว่างประเทศที่เกี่ยวข้องรับทราบ โดยอ้างว่าพลเรือนชาวกัมพูชาที่เสียชีวิต 1 คน และบาดเจ็บ 3 คน ถูกยิงจากกองกำลังทหารของไทย ทั้งที่ไม่มีการยั่วยุใด ๆ ก่อน และไม่มีการยิงปืนตอบโต้จากทางฝั่งกัมพูชา ตามหลักฐานจากการลงพื้นที่สอบสวน ณ สถานที่เกิดเหตุ ของสำนักงานตำรวจแห่งชาติกัมพูชา โดยมีคณะสังเกตการณ์อาเซียน (AOT) เข้าร่วม
2.เพลิงไหม้อาคารในฮ่องกง ดับอย่างน้อย 55 สูญหายเกือบ 300 คน
ในช่วงบ่ายวานนี้ (26 พ.ย.) เกิดเหตุเพลิงไหม้คอนโดมิเนียมสูง 32 ชั้น ซึ่งอยู่ระหว่างการบูรณะครั้งใหญ่ ในกลุ่มอาคารที่พักอาศัย "หวังฟุก" (Wang Fuk Court) เขตไท่โป (Ti Po) ทางตอนเหนือของเขตบริหารพิเศษฮ่องกง เนื่องจากมีนั่งร้านไม้ไผ่และพลาสติกสีเขียวคลุมด้านนอกอาคาร รวมทั้งมีวัสดุติดไฟง่ายในระหว่างการซ่อมแซม จึงทำให้ไฟลุกลามอย่างรวดเร็ว ประกอบกับเป็นคอนโดมิเนียมทรงสูงที่มีถึง 8 อาคาร และมีห้องชุดเกือบ 2,000 ห้อง เจ้าหน้าที่ดับเพลิงกว่า 1,200 นาย จึงต้องทำงานอย่างหนักข้ามวันข้ามคืนเพื่อช่วยเหลือคนงานก่อสร้างและผู้ที่พักอาศัยที่ติดอยู่ด้านใน โดยเจ้าหน้าที่สามารถดับไฟได้แล้วในอาคาร 4 แห่ง ส่วนอีก 3 แห่ง ควบคุมสถานการณ์ได้แล้ว
ล่าสุด ตำรวจเผยว่า พบผู้เสียชีวิตแล้วอย่างน้อย 55 คน สูญหายอีกเกือบ 300 คน บาดเจ็บอีกกว่าร้อยคน และผู้พักอาศัยราว 900 คน ต้องอพยพไปอยู่ที่ศูนย์พักพิงชั่วคราว 8 แห่ง แม้เบื้องต้นยังไม่ทราบสาเหตุเพลิงไหม้ที่แน่ชัด แต่สันนิษฐานเบื้องต้นว่า เกิดจากความประมาทเลินเล่อของบริษัทรับเหมาก่อสร้างที่ดำเนินการปรับปรุงอาคารโดยไม่ได้มาตรฐานความปลอดภัย จึงมีการจับกุมผู้บริหารบริษัทรับเหมาก่อสร้าง 3 คน พร้อมตั้งข้อหาฆ่าคนตายโดยไม่เจตนา
ทั้งนี้ คอนโมดิเนียมที่เกิดเหตุมีผู้อาศัยราว 4,600 คน ซึ่งเหตุเพลิงไหม้ครั้งนี้ถือเป็นเหตุเพลิงไหม้ครั้งใหญ่ที่สุดในรอบหลายสิบปีของฮ่องกง
3.เจ้าหน้าที่กองกำลังพิทักษ์มาตุภูมิถูกยิงบาดเจ็บ ใกล้ทำเนียบขาว
เมื่อเวลาราว 14 นาฬิกา 15 นาที วานนี้ (26 พ.ย.) ตามเวลาท้องถิ่นกรุงวอชิงตันดี.ซี. ของสหรัฐฯ เกิดเหตุมือปืนลอบยิงเจ้าหน้าที่กองกำลังพิทักษ์มาตุภูมิ (National Guard ) ซึ่งอยู่ระหว่างการลาดตระเวนใกล้กับจัตุรัสฟาร์รากัต (Farragut Square) ห่างจากทำเนียบขาวไปราว 2 ช่วงตึก ส่งผลให้มีเจ้าหน้าที่กองกำลังพิทักษ์มาตุภูมิจากรัฐเวสต์เวอร์จิเนีย 2 นาย บาดเจ็บสาหัส ส่วนผู้ก่อเหตุถูกทหารอีกนายที่อยู่บริเวณใกล้เคียงและได้ยินเสียงปืน ได้ทำการยิงสกัด ทำให้คนร้ายได้รับบาดเจ็บ ก่อนจะถูกควบคุมตัวไว้ได้
ด้านเจ้าหน้าที่ตำรวจเปิดเผยว่า จากการสอบสวนเบื้องต้นทราบว่า มือปืนเดินมาจากมุมตึกและ "ลอบโจมตี" เจ้าหน้าที่ทหาร โดยผู้ต้องสงสัย คือ นายราห์มานุลลาห์ ลากันวัล (Rahmanullah Lakanwal) สัญชาติอัฟกานิสถาน อายุ 29 ปี ซึ่งเดินทางเข้ามาในสหรัฐฯ ตั้งแต่ปี 2564 ด้วยวีซ่าพิเศษสำหรับชาวอัฟกานิสถานที่ช่วยเหลือทหารสหรัฐฯ ในช่วงสงคราม และอยู่กลุ่มเปราะบางหลังสหรัฐฯ ถอนกำลังออกจากอัฟกานิสถานในช่วงรัฐบาลตาลีบันเข้ามาครองอำนาจ แต่เขาอยู่เกินวีซ่าและอาศัยในสหรัฐฯ อย่างผิดกฎหมาย ด้านนายกเทศมนตรีกรุงวอชิงตัน ดี.ซี. เรียกเหตุการณ์ครั้งนี้ว่า "การยิงโดยมีเป้าหมายเจาะจง" และคาดว่าลงมือก่อเหตุเพียงลำพัง
อย่างไรก็ตาม ขณะเกิดเหตุประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ไม่อยู่ที่ทำเนียบขาว แต่พักอยู่ที่รัฐฟลอริดา โดยในช่วงเกิดเหตุมีการล็อกดาวน์ทำเนียบขาวชั่วคราว
4.น้ำท่วมมาเลเซียเริ่มลดลง พบเสียชีวิตแล้ว 2 คน
สถานการณ์น้ำท่วมมาเลเซีย ล่าสุดมีผู้เสียชีวิตแล้ว ประชาชนหลายหมื่นคนยังคงต้องพักอยู่ในศูนย์พักพิง ขณะที่ ชาวมาเลเซียอีกราว 500 คน ติดค้างอยู่ที่อำเภอหาดใหญ่
ความคืบหน้าสถานการณ์น้ำท่วมในมาเลเซีย ล่าสุด ระดับน้ำเริ่มลดลงแล้ว และมีรายงานผู้เสียชีวิตแล้วอย่างน้อย 2 คน โดยผู้อพยพหนีน้ำท่วม อายุ 73 ปี คนหนึ่งจากรัฐปะลิส เปิดเผยว่า เธอติดอยู่ภายในบ้านที่ตั้งอยู่กลางทุ่งนา ท่ามกลางระดับน้ำที่เพิ่มสูงขึ้นเรื่อย ๆ โดยมีสภาพ "ราวกับมหาสมุทร" ขณะที่ ทางการมาเลเซียเปิดเผยว่า ขณะนี้มีผู้ประสบภัยเกือบ 34,000 คน จากพื้นที่ 7 รัฐที่ได้รับผลกระทบจากน้ำท่วม ยังคงต้องพักอาศัยอยู่ภายในศูนย์พักพิงชั่วคราวมากกว่า 120 แห่ง และยังมีพลเมืองชาวมาเลเซียอีกราว 500 คน ติดค้างอยู่ที่อำเภอหาดใหญ่ ซึ่งเป็นเมืองที่นักท่องเที่ยวชาวมาเลเซียนิยมเดินทางไปเยือน
ด้านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศมาเลเซียกล่าวต่อร้ฐสภาในวันนี้ (27 พ.ย.) ว่า ชาวมาเลเซียบางส่วนต้องอพยพออกจากพื้นที่น้ำท่วมในไทยด้วยรถบรรทุกตู้คอนเทนเนอร์ เนื่องจากรถบรรทุกปกติและยานพาหนะอื่น ๆ ไม่สามารถใช้สัญจรได้
5.เวียดนามเตรียมรับมือพายุ “โคโตะ” ระดมทหารกว่า 2 แสนนาย
สำนักข่าว “ซินหัว” รายงานว่า “ฝ่าม มิงห์ จิ๋งห์” นายกรัฐมนตรีเวียดนาม ได้ออกคำสั่งให้ กระทรวง หน่วยงาน และทางการท้องถิ่น ดำเนินมาตรการรับมือระดับสูงสุด ขณะพายุโซนร้อน “โคโตะ” (Koto) กำลังเคลื่อนตัวเข้าใกล้เวียดนาม
โดยได้ระดมกำลังทหาร 267,000 นาย และยานพาหนะ 6,684 คัน เพื่อเตรียมพร้อมสำหรับปฏิบัติการค้นหาและกู้ภัยฉุกเฉิน โดยกำลังพลเหล่านี้ได้ประสานงานกับทางการท้องถิ่นเพื่ออพยพประชาชนออกจากพื้นที่เสี่ยงสูงไปยังจุดปลอดภัย ขณะที่ทางการท้องถิ่นตามแนวชายฝั่งของเวียดนาม ตั้งแต่ดานังจนถึงกวนลอง ได้แจ้งเตือนเรือกว่า 49,200 ลำ และชาวประมงกว่า 272,000 คน เกี่ยวกับพัฒนาการของพายุโซนร้อน “โคโตะ” แล้ว
ทางศูนย์พยากรณ์อุทก-อุตุนิยมวิทยาแห่งชาติเวียดนาม ระบุว่า พายุ “โคโตะ” อยู่ห่างจากเกาะเซาท์เวสต์เคย์ไปทางเหนือประมาณ 180 กิโลเมตร เมื่อช่วงเช้าที่ผ่านมา และกำลังเคลื่อนตัวไปทางตะวันตก-ตะวันตกเฉียงเหนือด้วยความเร็ว 10-15 กิโลเมตร/ชั่วโมง